๒๕ ปี ผ่านไปกับกาลเวลา...

       ไม่น่าเชื่อว่า...กาลเวลาผ่านไปรวดเร็วมาก เผลอแป๊ปเดียว ผ่านไป ๒๕ ปี แล้ว...ฉันเดินทางมาค่อนทางแล้วสิน่ะ ที่ฉันเกือบถึงเป้าหมายของฉันแล้วอีกเพียงแค่ ๙ ปี ฉันก็จะถึงเส้นชัยเหมือน ๆ กับพี่ ๆ คนอื่นแล้ว...สำหรับการทำงานรับราชการ เริ่มต้นที่ ๑ เมษายน ๒๕๓๑ มาบัดนี้ ผ่านไป ๒๕ ปีกว่า ๆ สำหรับการทำงาน "รับราชการ" ที่บางคน เรียกว่า "ดื้อหรืออดทน" ต่อการทำงานภาครัฐ...ซึ่งถ้าข้าราชการท่านใดทำงานอดทนมาจนครบเวลา ๒๕ ปี นี้ ทางราชการจะพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เป็นเหรียญจักรพรรดิมาลา (เหรียญ ร.จ.พ.) ให้ไว้เป็นที่ระลึกกับข้าราชการทุกคน...สมัยก่อน ๆ ฉันได้ยินพี่ ๆ หัวหน้างาน เขาเรียกเหรียญ ร.จ.พ. ว่า "เหรียญดื้อ" หมายความ "อยู่รับราชการนาน"...การได้เหรียญ ร.จ.พ. นี้ ต้องมีประวัติการรับราชการมานานจนครบ ๒๕ ปี และไม่เคยกระทำผิดต่อหน้าที่ราชการ...เรียกว่า "ทำดีต่อแผ่นดินมาจนครบ ๒๕ ปี"...สำหรับฉัน น้องหรือเจ้าหน้าที่ที่กองบริหารงานบุคคล ได้ดำเนินการเสนอชื่อเพื่อขอพระราชทาน ฯ ให้แล้ว ณ วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๖ เป็นความดีที่ได้จากการได้ปฏิบัติงานในหน้าที่ราชการที่ยาวนาน...

      สิ่งที่ฉันเองได้มากกว่า เหรียญ ร.จ.พ. นั่นคือ "ประสบการณ์ในการทำงานของฉัน" อาจเป็นประสบการณ์ที่มีทั้งเหมือนและไม่เหมือนกับท่านอื่น ๆ ประสบการณ์ต่าง ๆ ที่ฉันได้รับ ฉันถือว่าเป็น "ครู" ของฉัน ๆ ได้เรียนรู้จากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ และสิ่งที่ฉันถือว่าสำคัญต่อตัวของฉันในการทำงานรับราชการ นั่นคือ "งานทุกชิ้นที่ฉันได้รับผิดชอบให้ปฏิบัติ...ฉันได้ทำดีที่สุดทุกชิ้นงาน" แม้ว่าใคร ๆ จะไม่รู้ เพราะเขาไม่ได้ปฏิบัติ...แต่ที่สำคัญ คือ "ฉันรู้ ฉันทราบ เพราะฉันได้ปฏิบัติ" ประสบการณ์ที่ดีนั้น ขึ้นอยู่กับการที่ฉันได้พบเจอและเรียนรู้กับมัน...งานส่วนใหญ่ที่ฉันได้ปฏิบัติในด้านงานบุคคล มักจะเป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหา การได้พบเจอเหตุการณ์ต่าง ๆ เข้ามาให้ฉันได้ตัดสินใจ คล้าย ๆ กับจะลองของฉันว่า "ฉันจะสามารถแก้ปัญหานั้นได้หรือไม่ ถ้าฉันได้เจอกับมัน"...แต่ทุกเรื่อง ฉันก็สามารถแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างลุล่วง...บางประสบการณ์เป็นเรื่องเกี่ยวกับการพิจารณา การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ เพื่อให้ฉันได้นำไปใช้ในการทำงานในหน้าที่...หลากหลายมากจริง ๆ เกี่ยวกับ "ประสบการณ์ในการทำงาน"

       แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันยึดมั่นต่อการทำงานในหน้าที่ด้านงานบุคคล นั่นคือ "การไม่ทิ้งระเบียบปฏิบัติ กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ภาครัฐบัญญัติให้ใช้" พร้อม ๆ กับฉันต้องหาความยืดหยุ่นต่อการทำงานในหน้าที่ของฉันให้กับผู้ที่มาติดต่องานด้วย...รวมทั้งความถูกต้อง โปร่งใสต่อการทำงาน ถ้าตัวเราซื่อตรงต่อหน้าที่แล้ว ฉันคิดว่า "สิ่งเหล่านี้ คือ เกราะป้องกันตัวเราไม่ให้ได้พบเจอกับอันตรายใด ๆ และฉันก็สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้จนสำเร็จทุกชิ้นงานด้วยตัวของฉันเอง"...๒๕ ปี แล้วสิน่ะ!!! กับการทำงาน "รับราชการ" ของฉัน

       ข้อคิดในการทำงานของฉัน : จงทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีที่สุดและอย่าหวังผลประโยชน์อื่นใด นอกจากความสุขใจที่ได้รับจากการทำงาน...