จากกรณีศึกษาในงานวิจัย ทั้ง ๒๔ กรณี ที่ได้เลือกเป็นตัวแทนสถานการณ์ปัญหาด้านสถานะและสิทธิที่บุคคลต้องเผชิญในชีวิต พบว่าแม้จะมียุทธศาสตร์การจัดการปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคล ตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๔๘ เป็นกรอบนโยบายในการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ปัญหาการถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชนพื้นฐานต่างๆ ยังคงปรากฏให้เห็นทั่วไปในพื้นที่ เนื่องจากยังมีกฎหมายนโยบายหลายส่วนที่เป็นอุปสรรค ทั้งด้วยความไม่สอดคล้องกับสภาพการดำรงชีวิตจริงในปัจจุบัน และด้วยความไม่สอดคล้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ ที่ต้องเร่งแก้ไข (รายละเอียดจะกล่าวอยู่ในบทสถานการณ์ด้านกฎหมายและนโยบาย)

 

นอกจากนี้ กฎหมายนโยบายที่ชัดเจนแล้วดังที่ปรากฏในยุทธศาสตร์ฯ หลายส่วนก็ยังไม่ได้มีแนวทางลงสู่การปฏิบัติจริง  และที่สำคัญแม้หลายส่วนจะมีการปฏิบัติการแก้ไขปัญหาได้แล้วเป็นการทั่วไป แต่ปัญหาอยู่ที่ทัศนคติหรือความไม่เข้าใจของเจ้าหน้าที่บางคนในบางพื้นที่ จึงทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ดังที่พบอยู่ในกรณีศึกษาหลายกรณี  นอกจากนี้ความไม่รู้ไม่เข้าใจของภาคประชาชนเอง ทั้งตัวเจ้าของปัญหาและผู้เข้าช่วยแก้ไขปัญหา ก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข

 

สภาพปัญหาอันมีผลกระทบต่อเด็ก เยาวชน และครอบครัว

 

กล่าวได้ว่า สาเหตุที่ปัญหาสถานะและสิทธิของบุคคลในพื้นที่ประสบภัยสึนามิยังคงอยู่ บางส่วนเกิดจากกฎหมายนโยบายที่ยังเป็นอุปสรรค แต่บางส่วนเกิดจากความไม่เข้าใจหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายนโยบายที่มีอยู่ทั้งของภาครัฐและภาคประชาชน

                   ดังนั้น หากทุกฝ่ายไม่เร่งร่วมมือกันแก้ไขปัญหา และปล่อยให้เด็ก เยาวชน และครอบครัวผู้มีปัญหาสถานะและสิทธิซึ่งอยู่ร่วมกันบนผืนแผ่นดินไทยนี้  ต้องดำเนินชีวิตต่อไปอย่างขาดความมั่นคง บนการถูกละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และสิทธิมนุษยชนแล้ว ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศชาติโดยรวมด้วยอย่างแน่นอน