วันที่ 5 พฤษภาคม 2554 นายหนึ่ง มกรา มาพบท่านซึ่งเป็นทนายความชื่อนายชอบ ยุติธรรม ที่สำนักงานของท่านเลขที่ 11 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร นำพินัยกรรมของนายเอก มกรา มาให้ท่านดู ในพินัยกรรมมีพยานลงชื่อสองคนคือนางโท กุมภา กับพยานอื่นอีกหนึ่งคน และเล่าให้ท่านฟังว่านายเอก มกรา มีบุตรสองคนคือนายจันทร์ มกรา และนางโท กุมภา นายเอก มกรา เสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2553 ตนเป็นบุตรและเป็นทายาทคนเดียวของนายจันทร์ มกรา ซึ่งเสียชีวิตเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2554 นายเอก มกรา ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินซึ่งเป็นเงินฝากในบัญชีออมทรัพย์เลขที่ 1234567891 ที่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) สาขาลาดพร้าว จำนวน 4,000,000 บาท ให้แก่บิดาของตนและยกที่ดินโฉนดเลขที่ 111 เลขที่ดิน 11 ตำบลลาดยาว อำเภอลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร เนื้อที่ 100 ตารางวา พร้อมบ้านเลขที่ 22 บนที่ดิน ซึ่งเป็นบ้านที่ตนอาศัยอยู่ให้แก่นาง โท กุมภา นางโท กุมภา เป็นผู้จัดการมรดกของนายเอก มกรา ตามคำสั่งของศาลแพ่งเมื่อ 20 พฤศจิกายน 2553 ในคดีหมายเลขแดงที่ 1234/2553 ซึ่งนางโท กุมภา ได้ถอนเงินในบัญชีตามพินัยกรรมมอบให้แก่บิดาของตนแล้วก่อนบิดาของตนจะเสียชีวิต ส่วนที่ดินและบ้านที่ตนอาศัยอยู่ยังคงมีชื่อนายเอก มกรา ผู้ตาย เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดอยู่ เมื่อตนขอให้นางโท กุมภา โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและบ้านที่ตนอาศัยอยู่ให้ตามสิทธิของตน นางโท กุมภา ก็อ้างว่าตนไม่มีสิทธิใดๆ ในบ้านและที่ดินดังกล่าว

นอกจากนี้นายหนึ่ง มกรา ยังเล่าให้ท่านฟังอีกว่า เช้าวันที่ 1 เมษายน 2554 รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน มม. 2345 กรุงเทพมหานคร ของตนซึ่งจอดไว้ในบ้านหายไปสอบถามคนข้างบ้านได้ความว่าประมาณเที่ยงคืนที่ผ่านมาเห็นนายไว รวดเร็ว ลูกจ้างซึ่งเป็นคนขับรถของตนขับรถออกจากบ้านของตนไปด้วยความรีบร้อน จึงไปตรวจสอบพบว่า นายไว รวดเร็ว ขนเสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวไปจากบ้านที่เช่าอยู่แล้ว ตนได้ไปร้องทุกข์ไว้ที่สถานีตำรวจจตุจักรลงบันทึกประจำวันข้อ 4 หน้าที่ 8 วันที่ 1 เมษายน 2554 ไว้แล้ว

นายหนึ่ง มกรา แต่งตั้งให้ท่านเป็นทนายความฟ้องคดีเรียกที่ดินและบ้านที่นายหนึ่ง มกรา อาศัยอยู่ซึ่งปัจจุบันมีราคา 10,000,000 บาท และฟ้องคดีอาญานายไว รวดเร็ว

วันที่ 10 พฤษภาคม 2554 ท่านจึงทำหนังสือบอกกล่าวส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับถึงนางโท กุมภา ให้โอนที่ดินและบ้านตามที่นายหนึ่ง มกรา มีสิทธิได้รับตามกฎหมายให้แก่นายหนึ่ง มกรา ภายใน 7 วัน นางโท กุมภา ได้รับแล้วเพิกเฉย

วันที่ 20 พฤษภาคม 2554 ท่านยื่นฟ้องคดีแพ่งนางโท กุมภา ตามที่ทำหนังสือบอกกล่าวไป พร้อมคำแถลงขอปิดหมายเรียกและสำเนาคำฟ้อง ศาลนัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์วันที่ 15 สิงหาคม 2554 และยื่นฟ้องนายไว รวดเร็ว เป็นคดีอาญาไปในวันเดียวกัน

วันที่ 22 มิถุนายน 2554 ท่านพบว่านางโท กุมภา ลงโฆษณาขายที่ดินและบ้านที่นายหนึ่ง มกรา อาศัยอยู่ตามที่ท่านฟ้องคดีไปในหนังสือพิมพ์รายวัน วันที่ 24 มิถุนายน 2554 ท่านจึงยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวห้ามนางโท กุมภา จำหน่ายจ่ายโอนและให้นายทะเบียนระงับการจดทะเบียนหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนที่ดินและบ้าน และในวันที่ท่านได้ตรวจสำนวนที่ศาลพบว่านางโท กุมภา ลงชื่อรับหมายเรียกและสำเนาคำฟ้องเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2554 แต่ยังไม่ได้ยื่นคำให้การ ท่านจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้ชนะคดีโดยขาดนัดไปด้วย

คำสั่ง ให้คำตอบทุกข้อดังต่อไปนี้ ข้อใดที่ต้องใช้แบบพิมพ์ของศาลให้ทำเฉพาะเนื้อหา ข้อใดที่ไม่ต้องใช้แบบพิมพ์ของศาลให้ทำตามรูปแบบของหนังสือนั้น ๆ

ข้อ 1. หนังสือบอกกล่าว 12 คะแนน

ข้อ 2. คำฟ้องและคำขอท้ายคำฟ้องคดีแพ่ง 34 คะแนน

ข้อ 3. คำแถลงขอปิดหมาย 5 คะแนน

ข้อ 4. คำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องคดีอาญา 12 คะแนน

ข้อ 5. คำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว 10 คะแนน

ข้อ 6. คำร้องขอให้ชนะคดีโดยขาดนัด 7 คะแนน

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 334 ผู้ใดเอาทรัพย์ของผู้อื่น หรือที่ผู้อื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วยไปโดยทุจริตผู้นั้นกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกพันบาท

มาตรา 335 ผู้ใดลักทรัพย์

(1) ในเวลากลางคืน

ฯลฯ

(8) ใน เคหสถาน สถานที่ราชการ หรือ สถานที่ ที่จัดไว้ เพื่อบริการสาธารณ ที่ตนได้เข้าไป โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือ ซ่อนตัว อยู่ในสถานที่นั้นๆ

ฯลฯ

(11) ที่เป็นของ นายจ้าง หรือ ที่อยู่ใน ความครอบครอง ของนายจ้าง

ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ หนึ่งปี ถึง ห้าปี และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง หนึ่งหมื่นบาท

ถ้า ความผิด ตามวรรคแรก เป็นการกระทำ ที่ประกอบด้วย ลักษณะดังที่บัญญัติไว้ ในอนุมาตราดังกล่าว ตั้งแต่ สองอนุมาตรา ขึ้นไป ผู้กระทำ ต้องระวางโทษ จำคุกตั้งแต่ หนึ่งปี ถึง เจ็ดปี และ ปรับตั้งแต่ สองพันบาท ถึง หนึ่งหมื่นสี่พันบาท

ฯลฯ