เมื่อต้นเดือนมิถุนายน 2550 นางหนึ่ง มกรา และนายสอง กุมภา ซึ่งอยู่กินด้วยกันฉันท์สามีภรรยาโดยไม่ได้จดทะเบียนสมรส มาพบท่านซึ่งเป็นทนายความชื่อนายชอบ ยุติธรรม สำนักงานตั้งอยู่เลขที่ 11 ถนนลาดพร้าว แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร เล่าเหตุการณ์ให้ท่านฟังว่า เด็กหญิงสาม กุมภา บุตรสาวของคนทั้งสอง อายุ 12 ปี ได้รับบาดเจ็บกระดูกต้นขาและข้อเท้าทั้งขาซ้ายและขวาหัก ศีรษะแตก สมองได้รับการกระทบกระเทือน ต้องเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2550 แพทย์จึงให้กลับมาพักรักษาตัวต่อที่บ้าน เสียค่ารักษาพยาบาลไป 300,000 บาท โดยยังไม่สามารถเดินได้และสมองยังไม่คืนสู่สภาพปกติ ต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลเป็นประจำอีกเดือนละสองครั้งเป็นเวลา 6 เดือน จึงจะเดินได้ปกติและสมองกลับคืนสู่สภาพปกติ โดยโรงพยาบาลคิดค่ารักษาพยาบาลในส่วนนี้ครั้งละ 50,000 บาท ทำให้เด็กหญิงสาม กุมภา ต้องเสียการเรียนไป 1 ปี สาเหตุที่เด็กหญิงสาม กุมภา ได้รับบาดเจ็บเนื่องจาก เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2550 นางหนึ่ง มกรา ได้พาเด็กหญิงสาม กุมภา ไปเที่ยวสวนสนุกชื่อโลกของเด็ก ตั้งอยู่ที่แขวงบางเขน เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร และได้ซื้อบัตรของสวนสนุกให้เด็กหญิงสาม กุมภา เล่นรางลื่น ซึ่งเป็นเครื่องเล่นสำหรับให้ผู้เล่นนั่งบนรางลื่นซึ่งอยู่สูงจากพื้น 5 เมตร ลื่นตัวตามรางน้ำลงมาในสระว่ายน้ำ เมื่อเวลาประมาณ 13.00 นาฬิกา ขณะที่เด็กหญิงสาม กุมภา กำลังนั่งรางลื่นลงมาพร้อมกับเด็กคนอื่นอีกหลายคน ปรากฏว่ารอยต่อรางลื่นตรงจุดที่สูงจากพื้น 3 เมตร แยกหลุดออกจากกัน ทำให้เด็กหญิงสาม กุมภา และเด็กคนอื่นอีกหลายคนซึ่งอยู่สูงกว่ารอยแยกของรางรื่นนั้นตกจากรางลื่นลงมากระแทกพื้น ในวันเกิดเหตุนางหนึ่ง มกรา และนายสอง กุมภา ได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจบางเขน กรุงเทพมหานคร ตามบันทึกประจำวันข้อ 10 วันที่ 1 มกราคม 2550 และตั้งแต่เกิดเหตุยังไม่มีใครชดใช้ค่าเสียหายให้เลย คนทั้งสองต้องการให้ท่านดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญากับผู้ที่จะต้องรับผิด ท่านจึงได้ทำใบแต่งทนายความให้ผู้ที่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะดำเนินคดีแทนเด็กหญิงสาม กุมภา ลงชื่อไว้
ท่านได้ไปตรวจสอบที่สวนสนุก พนักงานของสวนสนุกได้เล่าให้ฟังว่าสวนสนุกนี้เป็นของบริษัท เพื่อเด็ก จำกัด ซึ่งมีกรรมการสองคนคือ นายสี่ เมษา และนายห้า พฤษภา เครื่องเล่นรางลื่นนั้นใช้งานมา 17 ปีเศษมีสภาพเก่า กรรมการของบริษัทไม่สนใจที่จะซ่อมบำรุงตามตารางการตรวจซ่อมของบริษัทผู้ผลิต เพียงแต่สั่งให้พนักงานทาสีเพื่อให้ดูว่าสภาพภายนอกยังดีอยู่ และบริษัท เพื่อเด็ก จำกัด เอาประกันภัยคุ้มครองอุบัติเหตุการบาดเจ็บและเสียชีวิตของบุคคลผู้ใช้บริการเครื่องเล่นทุกชนิดในสวนสนุกนี้ไว้กับ บริษัท โชคช่วยประกันภัย จำกัด กรมธรรม์ประกันภัยเลขที่ เอบี 100001 มีวงเงินคุ้มครองอุบัติเหตุ 1, 000,000 บาท ต่อครั้งต่อคน
วันที่ 10 มิถุนายน 2550 ท่านทำหนังสือทวงถามส่งถึงผู้ที่จะต้องรับผิดทุกคนให้ชดใช้ค่ารักษาพยาบาลของเด็กหญิงสาม กุมภา ที่ได้จ่ายให้โรงพยาบาลไปแล้วและที่จะต้องใช้จ่ายต่อไปในอีก 6 เดือน และค่าเสียหายที่ไม่ใช่ตัวเงินอีก 100,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2550 โดยให้นำมาชำระภายใน 7 วัน ผู้ที่จะต้องรับผิดทุกคนได้รับหนังสือทวงถามและเพิกเฉย
วันที่ 20 มิถุนายน 2550 ท่านยื่นฟ้องคดีแพ่งผู้ที่จะต้องรับผิดทุกคนเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายตามที่ท่านทำหนังสือทวงถามไป เป็นคดีหมายเลขดำที่ 2345/2550 (คิดดอกเบี้ยถึงวันฟ้องเป็นเงิน 35, 000 บาท) พร้อมกับยื่นฟ้องคดีอาญาผู้ที่จะต้องรับผิดทุกคน ศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องวันที่ 11 กันยายน 2550
ต่อมาวันที่ 20 กรกฎาคม 2550 นางหก มิถุนา มารดาของเด็กชายเจ็ด มิถุนา แต่งตั้งให้ท่านฟ้องเรียกค่าเสียหายเนื่องจากเด็กชายเจ็ด มิถุนา ได้รับบาดเจ็บจากรางลื่นของบริษัท เพื่อเด็ก จำกัด ในเหตุการณ์เดียวกันกับเด็กหญิงสาม กุมภา ท่านจึงยื่นฟ้องผู้ต้องรับผิดคนเดียวกับในคดีของเด็กหญิงสาม กุมภา เป็นคดีแพ่งศาลเดียวกันในวันที่ 21 กรกฎาคม 2550 พร้อมกับยื่นคำร้องขอรวมพิจารณาคดีเข้าไปในคดีแพ่งทั้งสองคดี เพื่อขอนำคดีของเด็กชายเจ็ด มิถุนา ไปรวมพิจารณากับคดีของเด็กหญิงสาม กุมภา ศาลอนุญาตให้รวมคดีและให้เรียกเด็กหญิงสาม กุมภา เป็นโจทก์ที่หนึ่ง และเด็กชายเจ็ด มิถุนา เป็นโจทก์ที่สอง และนัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์วันที่ 20 ตุลาคม 2550 ส่วนคดีอาญานางหก มิถุนาต้องการรอให้พนักงานอัยการฟ้อง
วันที่ 25 กรกฎาคม 2550 พนักงานอัยการได้ยื่นฟ้องคดีตามที่ผู้เสียหายทุกคนร้องทุกข์ไว้ เป็นคดีหมายเลขดำที่ 1234/2550 ศาลนัดสืบพยานโจทก์วันที่ 30 กรกฎาคม 2550 โดยฟ้องจำเลยคนเดียวกันในข้อหาเดียวกันกับที่ท่านยื่นฟ้องไว้ ท่านปรึกษากับนางหนึ่ง มกรา และนายสอง กุมภา แล้วในวันที่ 31 กรกฎาคม 2550 ท่านจึงยื่นคำร้องขอถอนฟ้องคดีอาญาที่ฟ้องไว้ และยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีที่พนักงานอัยการฟ้อง
ในวันนัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์ในคดีแพ่ง จำเลยทุกคนในคดีมาเจรจาขอร่วมกันชำระเงินให้แก่เด็กหญิงสาม กุมภา และเด็กชายเจ็ด มิถุนา คนละ1, 000,000 บาท ภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2550 หากผิดนัดยินยอมให้โจทก์บังคับคดีเต็มตามฟ้องได้ทันที โดยขอให้โจทก์ทั้งสองออกค่าธรรมเนียมศาลและค่าทนายความเอง โจทก์ทั้งสองตกลงตามข้อเสนอ ท่านจึงได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความยื่นต่อศาลในวันนั้น
คำสั่ง ให้ทำคำตอบทุกข้อดังนี้
ข้อ 1.หนังสือทวงถาม (ทำเฉพาะฉบับที่ส่งถึงบริษัทประกันภัย) 10 คะแนน
ข้อ 2. คำฟ้องคดีแพ่งและคำขอท้ายฟ้อง (ทำเฉพาะของเด็กหญิงสาม) 36 คะแนน
ข้อ 3. คำฟ้องคดีอาญาและคำขอท้ายฟ้อง 12 คะแนน
ข้อ 4.คำร้องขอรวมคดีแพ่ง (ทำเฉพาะของคดีเด็กชายเจ็ด) 6 คะแนน
ข้อ 5.ขอถอนฟ้องคดีอาญา 4 คะแนน
ข้อ 6.คำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ในคดีของพนักงานอัยการ 6 คะแนน
ข้อ 7.สัญญาประนีประนอมยอมความ 6 คะแนน
ประมวลกฎหมายอาญา
มาตรา 83 ในกรณีความผิดใดเกิดขึ้นโดยการกระทำของบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปผู้ที่ได้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันนั้นเป็นตัวการ ต้องระวางโทษตามที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้น
มาตรา 300 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ