วันที่ 2 ธันวาคม 2551 เวลาประมาณ 07.00 นาฬิกา เพื่อนของนายยอด มกรา มาแจ้งแก่นางหนึ่ง มกรา (อายุ 55 ปี) ว่าเกิดอุบัติเหตุกับนายยอด มกรา ลูกชาย (อายุ 22 ปี) ขณะนี้อยู่ที่โรงพยาบาลเลิดสิน เมื่อนางหนึ่ง มกรา เดินทางไปถึงโรงพยาบาล ได้รับทราบจากแพทย์ว่าบุตรชายบาดเจ็บสาหัสขาหักทั้งสอง ข้าง กะโหลกแตกมีเลือดคั่งในสมอง เพื่อนของนายยอด มกรา เล่าให้นางหนึ่ง มกรา ทราบถึงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นว่า เมื่อคืนนี้เวลาประมาณ 3 ทุ่ม ตนเอง นายสอง กุมภา และนายยอด มกรา ชวนกันไปขี่รถจักรยานยนต์เที่ยว นายยอด มกรา นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ หมายเลขทะเบียน จร. 4545 ของนายสอง กุมภา และตนเองขี่จักรยานยนต์อีกคันหนึ่งตามหลังนายสอง มกรา ไปตามถนนสีลมมุ่งหน้าไปทางถนนเจริญกรุง เมื่อถึงจุดกลับรถหน้าโรงพยาบาลเลิดสิน แขวงสีลม เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร นายสอง กุมภา ได้เลี้ยวรถกลับไปยังถนนฝั่งตรงข้ามเพื่อจะมุ่งหน้ากลับมาทางศาลาแดงโดยไม่ได้ชะลอความเร็วรถ และไม่ดูรถที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูงในถนนฝั่งตรงข้าม ซึ่งขณะนั้นนายสาม มีนา ได้ขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน ตน. 1212 มาบนถนนสีลมฝั่งตรงข้ามมุ่งหน้าไปทางศาลาแดงด้วยความเร็วประมาณ 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสูงเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมาก เมื่อมาถึงจุดที่ นายสอง กุมภา กำลังเลี้ยวกลับรถอยู่ จึงชนรถจักรยานยนต์คันที่นายสอง กุมภา ขับเลี้ยวกลับรถข้ามมา ทางด้านซ้ายของรถตรงด้านที่นายยอด มกรา นั่งซ้อนท้ายอยู่อย่างแรง

นายยอด มกรา เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเลิดสิน ในวันที่ 7 ธันวาคม 2551 นางหนึ่ง มกรา ต้องเสียค่ารักษาพยาบาลนายยอด มกรา ไป 400, 000 บาท ค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพ ตามพิธีทางศาสนาเป็นเงิน 400,000 บาท โดยมีญาติและคนรู้จักนำเงินมาช่วยในงานศพ 300,000 บาท นายยอด มกรา เป็นคนสุขภาพแข็งแรงก่อนตายทำงานได้เงินเดือน 30,000 บาท และนำเงินมาให้นางหนึ่ง มกรา ใช้จ่ายทุกเดือนๆ ละ 10,000 บาท

ตั้งแต่เกิดเหตุไม่มีใครชดใช้ค่าเสียหายให้แก่นางหนึ่ง มกรา เลย ในวันที่ 5 มีนาคม 2550 นางหนึ่ง มกรา มาพบท่านซึ่งเป็นทนายความชื่อนายชอบ ยุติธรรม ที่สำนักงานยุติธรรมทนายความของท่าน เลขที่ 999 ถนนราชดำเนินกลาง แขวงบวรนิเวศน์ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร เล่าเหตุการณ์ดังกล่าวให้ฟัง และแต่งตั้งให้ท่านเป็นทนายความดำเนินคดีแพ่งและคดีอาญากับผู้ที่ต้องรับผิดทุกคนและได้เล่าให้ท่านฟังอีกว่า ห้างหุ้นส่วนจำกัดเมษา นายจ้างของนายสาม มีนา ซึ่งมีนายสี่ เมษา เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการก็ไม่ยอมรับผิดชอบ ทั้งๆที่ในวันเกิดเหตุนายสาม มีนา ขับรถคันดังกล่าวของห้างฯเพื่อไปทำงานด่วนให้กับห้างฯ และอุบัติเหตุครั้งนี้พนักงานสอบสวนสถานีตำรวจบางรักที่มาพบเหตุได้ลงประจำวันไว้ตามบันทึกประจำวันข้อ 1 วันที่ 1 ธันวาคม 2551 และนางหนึ่ง มกรา ได้ร้องทุกข์เพิ่มเติมกรณีนายยอด มกรา เสียชีวิต ที่สถานีตำรวจบางรัก ตามบันทึกประจำวันข้อ 10 วันที่ 7 ธันวาคม 2551 ไว้แล้ว

วันที่ 10 มีนาคม 2552 ท่านจึงทำหนังสือทวงถามถึงผู้ที่จะต้องรับผิดทุกคนให้นำค่าเสียหายทั้งหมดตามที่นางหนึ่ง มกรา มีสิทธิที่จะเรียกร้องได้ (ค่าเสียหายส่วนที่เป็นค่าขาดไร้อุปการะคิดเป็นเวลา 10 ปี) พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันที่เกิดอุบัติเหตุจนถึงวันชำระเสร็จ มาชำระภายใน 7 วัน โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ผู้ที่ต้องรับผิดทุกคนได้รับแล้วเพิกเฉย

วันที่ 31 มีนาคม 2552 ท่านยื่นฟ้องคดีแพ่ง ผู้ที่ต้องรับผิดทุกคนที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ให้ชดใช้ค่าเสียหายตามที่ท่านส่งหนังสือทวงถามไป (ดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้องเป็นเงิน 50, 000 บาท) ศาลนัดชี้สองสถานวันที่ 10 มิถุนายน 2552 และยื่นฟ้องคดีอาญาผู้ที่ต้องรับผิดทุกคนที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ไปในวันเดียวกัน พร้อมกับยื่นคำแถลงขอปิดหมายและส่งจดหมายข้ามเขตถึงนายสาม มีนา เนื่องจากนายสาม มีนา มีภูมิลำเนาอยู่ที่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ

เมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม 2552 ท่านไปตรวจสำนวนคดีแพ่ง พบว่านายสาม มีนา ยังไม่ยื่นคำให้การ ซึ่งพนักงานศาลรายงานไว้ในสำนวนคดีว่าได้ปิดหมายและสำเนาคำฟ้องไว้ที่บ้านของนายสาม มีนา เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2552 ในวันนั้นท่านจึงยื่นคำร้องขอให้ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีนายสาม มีนา โดยขาดนัด

ในวันนัดชี้สองสถาน ศาลทำการไกล่เกลี่ย จำเลยทั้งหมดยอมรับตามคำฟ้องของโจทก์ และตกลงกันได้ โดยห้างหุ้นส่วนจำกัดเมษา เสนอขอชำระเงินให้นางหนึ่ง มกรา 1, 000,000 บาท ภายใน 7 วัน นับแต่วันทำยอม หากผิดนัดตกลงให้บังคับคดีตามฟ้องกับจำเลยทั้งหมดได้ทันที ค่าฤชาธรรมเนียมศาลและค่าทนายความของแต่ละฝ่ายต่างฝ่ายต่างรับผิดชอบกันเอง และนางหนึ่ง มกรา ไม่ติดใจเรียกร้องค่า เสียหายอื่นๆ จากจำเลยทั้งหมดอีก ท่านจึงทำสัญญาประนีประนอมยอมความยื่นต่อศาลในวันนั้น

คำสั่ง ให้ทำคำตอบทุกข้อในสมุดคำตอบดังนี้

ข้อ 1. หนังสือทวงถาม (ฉบับถึงห้างหุ้นส่วนจำกัดเมษา) 10 คะแนน

ข้อ 2. คำฟ้องและคำขอท้ายคำฟ้องคดีแพ่ง 37 คะแนน

ข้อ 3. คำฟ้องและคำขอท้ายฟ้องคดีอาญา 14 คะแนน

ข้อ 4. แถลงส่งหมายข้ามเขตถึงนายสาม มีนา และปิดหมายจำเลยทุกคน (ทำเฉพาะในคดีแพ่ง) 5 คะแนน

ข้อ 5. คำร้องขอให้ศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์ชนะคดีโดยขาดนัด 7 คะแนน

ข้อ 6. สัญญาประนีประนอมยอมความ 7 คะแนน

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 291 ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี และปรับไม่เกินสองหมื่นบาท