
บทเรียนที่ครูต้องเรียนรู้
เมื่อผลการสอบวัดผลปลายภาคนักเลงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 คนหนึ่ง
สิ้นสุดลงด้วยการไม่สามารถเลื่อนชั้น และจบการศึกษาได้..เพราะเขาได้ปฏิบัติตนเป็น
เจ้าพ่อนักเลงโต..ประเภทติดยา...ใช้นิสัยพาลมีเรื่องราวกันบ่อยครั้ง ไม่มีการเข้าเรียนใน
แต่ละคาบ มีปัญหาชกตีกันบ่อยครั้ง เพราะมีพ่อเป็นตำรวจ
คอยปกป้องตลอดเวลา....(ลูกข้าใครอย่าแตะ)
จนล่วงเลย..สิ้นปีการศึกษาดุทีท่าแล้วว่าถึงอย่างไรก้อไม่จบการศึกษา....
พ่อจึงอาศัยจอมยุทธทุกกระบวนท่าต่าง ๆ มากมายใช้ทุกรุปแบบที่จะให้ลูก
ชายเรียนจบเหมือนใครเขา...ขั้นตอนการสอบแก้ สอบปรับได้ดำเนินการตลอดระยะเวลา
ในช่วงปิดเทอม วุ่นวายกันทั้งโรงเรียน
ในที่สุดถึงวิชาสังคมศึกษา...ณ เพลานั้นให้ท่องคำคม 10 คำที่เป้นพุทธสุภาษิต
ก็ทำไม่ได้สุดท้ายครูประจำวิชาจึงบอกง่าย ๆ ว่า..ช่วยปลุกต้นไม้ไว้กับโรงเรียนสัก 1 ต้น
ไว้เป็นที่ระลึก....แทนกระบวนการสอบทั้งหมดเพื่อให้เขาได้จบชั้น ม.6
.....และแล้วผลตอบรับจากคุณพ่อผู้เป้นตำรวจว่า..
ลูกผมไม่ใช่แรงงานพม่าที่ต้องมาปลูก
ต้นไม้ให้กับโรงเรียน....
ฮาไม่ได้...หุบอย่างเดียว บทเรียนของครู ตลอดชีวิต...เป็นครู 20 กว่าปี
เพิ่งเจอแบบนี้วันนี้เอง
นี่คือข้อคิดสำหรับครู.....หวังดีอยากช่วย...แต่ด้วยมุมมองที่ต่าง
ครูจึงต้องกลับมานั่งทบทวนใหม่
การปลูกจิตสำนึกดีๆ อาจต้องใช้เวลานานกว่าการปลูกต้นไม้...คงต้องร่วมด้วยช่วยกันทั้งจากครอบครัว และโรงเรียน...เป็นกำลังใจให้ค่ะ
นานมาแล้ว
ตอนเป็นครูสอนมัธยมศึกษา
จับเด็กติดยาบ้าได้
เลยบอกผู้ใหญ่บ้านพ่อของเด็ก
มารู้ทีหลังว่า พ่อเด็กขายเอง
เกือบโดนเก็บแล้วไหมละ
ขอชื่นชมการทำงานของคุณครูครับ
สะท้อนถึงผล (ลูก)...ที่มาจากเหตุ (พ่อ)...ได้เป็นอย่างดีครับ...
คุณครูทำมาครบแล้วครับทั้งเมตตา...กรุณา...มุทิตา...ท้ายสุดก็ต้องวางอุเบกขาเพราะว่าไม่สามารถแก้ที่ปัจจัยต้นเหตุได้ครับ...
เป็นกำลังใจให้คุณครูครับ...:)
โชคดีที่คุณมะเดื่อสอนเด็กเล็ก ๆ จึงห่างจากปัญหาที่ครูมัธยมเจอมากหน่อย แต่ก็มีบ้าง
ประปราย ที่ผู้ปกครองมาเอะอะเอากับครู..แต่อาศัยที่ครูมะเดื่อสอนมานานจนเรียกได้ว่าเป็น
มรดกครู ที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น จึงสงบศึกได้..อย่างรวดเร็ว
เป็นกำลังใจนะคะครูหยิน...
ให้กำลังใจคุณครู ให้กำลังใจเด็ก ... และที่สำคัญให้กำลังใจพ่อของเด็กครับ
ถ้าไม่อยากเป็นพระเอก เรื่อง "พ่อ แม่ รังแก ฉัน"
คุณพ่อก็รีบเรียกสติ สัมปชัญญะ คืนมาโดยเร็วพลัน
ครั้งหน้าครูเปลี่ยนเป็น ให้ไป "เช็ดล้อรถ" ให้กับตำรวจคนหนึ่งที่ คุมกระทรวงแรงงานซิครับ ดูแล้ว ความคิดไปในทางเดียวกัน
"ลูกผมไม่ใช่แรงงานพม่าที่ต้องมาปลูก
ต้นไม้ให้กับโรงเรียน...."
มันน่าเขกกะโหลก ไอ้คุณพ่อ ... ช่างเป็นตำรวจเลวที่ล้าสมัยมาก ไม่รู้หรือว่า แรงงานพม่า เค้าขยันขันแข็ง อด และออมเงินซื้อทอง ส่งให้บ้านเค้าปีๆ หนึ่ง มากกว่าเงินที่ ไอ้คุณพ่อได้มาโดยสุจริตตั้งหลายเท่านัก