เมื่อหลายวันก่อน ครูอ้อยไปเรียนที่มหาวิทยาลัย ต้องค้นคว้าข้อมูลบางอย่าง ซึ่งข้อมูลเหล่านั้นก็อยู่ที่โรงเรียนเป็นส่วนใหญ่ <h3>ครูอ้อยโชคดีที่มหาวิทยาลัยกับโรงเรียนอยู่ใกล้กัน</h3><p>โรงเรียนของครูอ้อย ขออนุญาตใช้คำว่า “ของ” เพราะสอนที่นี่มาหลายปีแล้ว</p><p>รักในสถาบันแห่งนี้ พยายามทำชื่อเสียงให้แก่สถาบันตลอดมา</p><p>อาจจะไม่เข้าหูใครบ้าง ก็ต้องทนและศึกษากันบ้าง เป็นความเท็จจริงแค่ไหน ไม่ว่ากัน</p><p>เปิดประเด็นในวันนี้ คือ ปิดภาคเรียน…ทำอะไรให้โรงเรียนดีนะ ฉุกคิดขึ้นมาเมื่อครูอ้อยจอดรถ ก้าวเท้าลงจากรถ และมองโรงเรียนโดยรอบที่กำลังพัฒนาด้านอาคารสถานที่และบริบท </p><p>ครูอ้อยอาจจะช่วยโรงเรียนในด้านอาคารสถานที่ไม่ได้ ซึ่งต้องนี้สำคัญมากในสายตาของฝ่ายบริหาร</p><p>แต่โรงเรียนต้องพัฒนาไปทุกด้านพร้อมๆกัน ซึ่งงานวิชาการก็เป็นหัวใจของโรงเรียน ไม่ใช่หรือ</p><p>งานที่ครูอ้อยทำ ส่วนใหญ่จะแอบๆทำ เช่น งานเอกสาร ไม่สามารถมาตั้งโต๊ะทำทีกลางสนามให้ฝ่ายบริหารเห็นได้</p><p>ดังนั้นการทำงานเอกสารในห้อง ก็เหมือนกับการแอบๆทำนั่นล่ะ</p><p>แต่ฝ่ายบริหารอาจจะมองว่า ทำงานส่วนตัว คิดได้ค่ะ เพราะครูอ้อยกำลังเรียนอยู่ด้วย คุณมีสิทธิคิดได้ อย่าว่ากัน </p><p>หากจะว่ากัน คุณก็มาเรียน ตามหลังครูอ้อยซิคะ</p><p>ครูอ้อยมีสิ่งที่จะทำให้แก่โรงเรียนมากมาย ซึ่งสิ่งที่จะทำนั้น อาจจะไม่โชว์ออฟ(ประกาศ) และไม่เป็นรูปธรรมที่เห็นชัดเจน ต้องศึกษาให้ถ่องแท้กันก่อนค่อยว่ากัน(ลับหลัง)</p><p>ในสถานะที่เป็นครูผู้สอน ครูอ้อยมีวิจัยที่ค้างไว้หลายเรื่อง จะจบหรือไม่ขึ้นอยู่กับเวลาและพลังใจ และผลงานทางวิชาการเกี่ยวกับการประเมินผลนักเรียน</p><p>ในสถานะเป็นหัวหน้ากลุ่มฯ ครูอ้อยมีแนวดำเนินการที่เป็นแนวคิดค้นขึ้นมาใหม่ของครูอ้อย ตลอดจนวิจัยในเชิงนิเทศ</p><p>ปิดภาคเรียนนี้ ครูอ้อยก็มีภารกิจที่ชัดเจน คือ เรียน กับ ทำงานให้โรงเรียน</p><p>และภารกิจที่ไม่ชัดเจน คือ การไปเยี่ยมครอบครัวใหญ่</p><p>เมื่อนั่งอยู่ในโรงเรียน มองดูโดยรอบแล้ว โรงเรียนไม่ใช่ของครูอ้อยคนเดียวก็จริงอยู่ คนที่อยู่ในโรงเรียนมีสิทธิเท่าเทียมกันในการพัฒนา ท่านมาอยู่ในโรงเรียน มีจุดประสงค์เดียวกันคือการมาประกอบอาชีพ เพื่อหารายได้เลี้ยงชีพและครอบครัว</p><p>แต่นอกเหนือกว่านั้น ครูอ้อยไม่อาจจะพูดได้ว่า ใครทำ ใครไม่ทำ</p><p>คราวนี้ก็มาดูที่ผลงาน ที่เป็นรูปธรรม ที่ไม่ต้องโอ้อวด และสาธยาย</p><p>มาชั่งน้ำหนักว่า ใครรักโรงเรียนมากกว่ากัน ยุติธรรมหรือยัง</p><h3>คิดง่ายๆนิดนึงว่า ปิดภาคเรียนนี้..ท่านคิดที่จะทำอะไรให้โรงเรียน หรือเปล่า เป็นคำถามสุดท้าย</h3><p>รูปภาพของโรงเรียน</p>
ปิดภาคเรียน..ทำอะไรให้โรงเรียนดีนะ
คำว่า "รัก"ใครก็พูดได้ เราเอาคำว่ารักมาแปรเป็นรูปธรรมให้เสียก่อนดีกว่า
สวัสดีค่ะ คุณ Bright Lily
ขอบคุณค่ะ
แปลงความรักเป็นรูปธรรมนี่ ตีความวุ่นวายเลยค่ะ
เอาเรื่องหนึ่งมาเล่าค่ะ เป็นบทสนทนาเรื่องรักษาประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม ซึ่งเป็นข้อหนึ่งของหน้าที่ค่ะ
"มันต้องไปร่วมงานประเพณีที่คณะจัดทุกครั้ง อย่างงานสงกรานต์ ต้องไปร่วมเดินในขบวน"
"อื้อ..ไม่เอา ไปเดินให้คนสาดน้ำกลับมาไม่สบาย"
"งั้นต้องแต่งชุดผ้าไทยทุกวันศุกร์"
"ทำไมต้องบังคับด้วย ทุกวันนี้แต่งตัวไม่แหวกหน้าแหวกหลังก็ดีกว่าชุดไทยผ้าซิ่นแต่แหวกสูงเห็นไปถึงไหนๆ"
....เสียงบุคคลที่สามแทรก...
"นี่ๆๆ.ไม่ต้องไปเดิน ไม่ต้องแต่งตัวชุดไทยหรอก..แค่เวลามีงานศพญาติเจ้าหน้าที่น่ะ มีน้ำใจไปร่วมให้เห็นๆ หน่อยซิ งานไม่เอาหน้าน่ะ..ทำกันเป็นไหม"
...วงแตกค่ะ...อิอิ
สวัสดีค่ะ คุณจันทรรัตน์
มีคนถามครูอ้อยว่า " นี่หรือที่เธอว่าเธอรักโรงเรียน"
ครูอ้อยไม่เถียง ไม่พูด
แล้วคอยอ่านบันทึกล่อแหลมจากครูอ้อยค่ะ
ขอบคุณค่ะ