ผู้ประสบความสำเร็จมี…วิสัยทัศน์

          พลังเล็งเห็น ( วิสัยทัศน์ = Vision )

            “ตาไม่ดีจำกัดสายตา วิสัยทัศน์ที่ไม่ดี จำกัดผลการกระทำ”  -- แฟรงคลิน  ฟิลด์

           “โลกของคนตาบอด  กว้างที่สุดเท่าที่เขาสัมผัสถึง  โลกของคนโง่กว้างสุดเท่าความรู้ที่เขามี  โลกของผู้ยิ่งใหญ่ กว้างสุดเขตวิสัยทัศน์แห่งตน” --- อี พอล โฮวี่

           “ เป็นพลังจินตนาการที่ก่อจากข้อมูลจริงในภาวะจิตบวกเหนือสามัญ” วีซ่า  ซีแมนสัน

          “ บางอย่างที่เห็นโดยผู้มีภาวะจิตเหนือสามัญ เป็นความสามารถที่จะรับรู้บางสิ่งที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น เป็นลักษณะที่มองผ่านข้อมูลเทียบเคียงชัดเจนในจิต ผ่านความเจนจัดในการคาดการณ์ เป็นพลังจินตนาการ” --- ดิกชันนารีของ เวบส์เตอร์ ฉบับนิวเวิร์ล

            คุณค่าวิสัยทัศน์

          คนที่มีอิทธิพลต่อเนื่องและมีบารมีสูงตลอดชีวิต คือ หญิงและชายที่เห็น(ด้วยจิตรู้แจ้ง)ทะลุสู่อนาคต ซึ่งจะเห็นยาวไกลกว่าคนอื่นๆ และทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางบวกได้ เรียกว่า คนมีวิสัยทัศน์

           วิสัยทัศน์ก่อให้เกิดผลประโยชน์ยิ่งใหญ่ เปิดประตูมหัศจรรย์สู่โอกาส เพิ่มแรงขับศักยภาพในคน วิสัยทัศน์ใครยิ่งกว้าง ลึก ยาว ไกลและละเอียด ก็ยิ่งทำให้คนนั้นมีแรงขับศักยภาพสูงขึ้น

          1. วิสัยทัศน์ทำให้ทำงานสนุก

          ไม่มีความรู้สึกใดเทียบได้กับความรู้สึกที่คุณได้รับเมื่อคุณทำงานหนัก และสำเร็จงดงามในทิศทางที่สนองชีวิต สงบ สันติ มีความสุข จิต กายสมบูรณ์ เป็นที่รักของผู้คน และมั่งคั่งยั่งยืน  มันทำให้คุณสำนึกและภาคภูมิใจ

          เมื่อความภาคภูมิใจเล็กๆน้อยๆ เหล่านั้นต่อเนื่องรวมกัน ก็กลายเป็นความสนุก และเมื่อความสนุกจากการบรรลุเป้าหมายที่ประกอบกันแล้วปรับเปลี่ยนวิสัยทัศน์มาเป็นความสำเร็จ ก็กลายเป็นความตื่นเต้น

          2. วิสัยทัศน์เพิ่มคุณค่าให้แก่งาน

        เมื่อ งานที่ทำเป็นชิ้นส่วนจิ๊กซอร์เติมเต็มวิสัยทัศน์ของเราเอง แต่ละภารกิจที่ทำก็มีคุณค่า เพราะคุณสามารถเห็นการก้าวเนื่องไปสู่การเติมเต็มตามเป้าหมายที่ใหญ่ขึ้นๆ

          3. วิสัยทัศน์บอกอนาคตคุณ

 

        “ถ้าขาดวิสัยทัศน์ มนุษย์ชาติจะสูญพันธุ์” คัมภีร์ไบเบิล

คนที่ขาดวิสัยทัศน์จะมืดบอด ตื่นตระหนก งงงวย ประหลาดใจ ทำอะไรไม่ถูก เมื่อเผชิญกับอนาคตที่เขาไม่รู้จักซึ่งดักทางชีวิตของเขาอยู่    

           สิ่งสกัดกั้นวิสัยทัศน์

         1. อดีตเราเองจำกัดวิสัยทัศน์

          คนล้มเหลวในชีวิตมักจะมองความเป็นไปได้ในอนาคตด้วยจิตที่จดจ่ออยู่กับความล้มเหลว ความไม่ประทับใจในอดีตของตัวเองและตีกรอบวิสัยทัศน์ของตัวเองไว้ เพื่อนครับอย่าปิดฝาหลอกครอบศักยภาพตัวเองไว้

            2. ภาวะกดดันปัจจุบันกำหนดอนาคต

         3. สารพัดปัญหาจำกัดวิสัยทัศน์

          จงกล้าฝันท่ามกลางปัญหา ท่ามกลางสถานการณ์แวดล้อมและท่ามกลางความขัดข้องส่วนตัว  ประวัติศาสตร์เต็มไปด้วยชายและหญิงที่เผชิญสารพัดปัญหา แต่สามารถประสบความสำเร็จทั้งๆที่มีปัญหา

             คนทุกคนมีหลากหลายปัญหา บางคนมีปัญหาติดตัวมาตั้งแต่เกิด บางคนมีปัญหาที่สร้างขึ้นให้กับตัวเอง  ไม่สำคัญว่า คุณจะเป็นอะไร อย่ายอมให้ปัญหาทำลายวิสัยทัศน์สู่อนาคตของคุณ

             4. การขาดภาพมองกว้างจำกัดวิสัยทัศน์

         “ผู้ที่สามารถเห็นสิ่งที่มองไม่เห็นเท่านั้น ถึงสามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นไปได้” ดัง แฟรงก์ เกย์เนส

            ภาพมองกว้างมีคุณค่ามากเมื่อเป็นวิสัยทัศน์ เพราะวิสัยทัศน์ไม่ใช่อะไรอื่น แต่เป็นภาพมองสถานการณ์แวดล้อมจากปัจจุบันสู่อนาคต ที่จุดประกายขึ้นในลักษณะสัมพันธ์กับชีวิตที่พลิกด้านจินี่ขึ้นของเรา 

             5. จุดยืนปัจจุบันจำกัดวิสัยทัศน์

         “ในโลกนี้ความยิ่งใหญ่ไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่า ขณะนี้คุณอยู่ตรงไหน แต่ขึ้นอยู่กับว่า คุณกำลังจะไปทางไหน” โอลิเวอร์ เวนเดลล์ โฮล์ม

             เราทุกคนไม่มีใครเคยได้เลือกว่า จะเริ่มต้นชีวิตที่ไหน เมื่อใด อย่างไร เราต่างก็ถูกเกิดมาในสถานการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของเราเองทั้งสิ้น  แต่เมื่อเราเกิดมาแล้ว เรามีโอกาสเลือก เช่น  เลือกคนแต่งงานด้วย เลือกงานทำ เลือกทิศทางชีวิตของเราเอง เราสามารถกำหนดชีวิตตัวเองได้ ทุกสิ่งย่อมเป็นไปได้ ถ้าคุณปรารถนาแรงพอและมีเจตน์จำนงแน่แน่วที่จะลงทุนทุ่มเท เพื่อให้ได้มันมา อย่ายอมให้จุดยืนที่ไม่ดีในปัจจุบันของคุณปล้นวิสัยทัศน์ของคุณเอง จงฝันให้ใหญ่แล้วไปให้ถึง

            6. ปั้นแต่งวิสัยทัศน์ของคุณให้สมจริง

         การเชื่อว่า คุณสามารถปรับเปลี่ยนตัวเอง และชีวิตตัวเองให้ดีขึ้นไปอีกได้ คือก้าวแรก แต่เพื่อให้เกิดคุณค่าที่แท้จริง วิสัยทัศน์ของคุณต้องควบคู่กับคุณภาพอีกอันหนึ่งคือความสามารถที่จะมองเห็นเป็นระบบจบกระบวน ว่าอนาคตนั้นสามารถทำให้เป็นจริงได้อย่างไร

            ทำวิสัยทัศน์ให้เป็นจริง

        1. กำหนดวิสัยทัศน์ให้ชัดเจน

         มองให้เห็นว่า ตัวเองเป็นอยู่อย่างไรในสภาพแวดล้อมแบบไหนใน 3 – 5 ปี ข้างหน้าให้ชัดแจ้ง  แรงขับภายในและจิตที่มุ่งมั่นที่จะสานมันให้เป็นจริง มันจะต้องก่อมาจาก อัจฉริยภาพของคุณ ความฝันของคุณ ความหวังของคุณ และความปรารถนาแรงกล้าของคุณ  เปรียบเสมือนเมื่อใครคนหนึ่งมาถึงทางแยกบนถนนที่มีหลายแยกให้เลือกเดินทาง เขาสามารถเลือกเอาเพียงเส้นทางที่ชัดเจนที่สุด ที่จะไปสู่ปลายทางที่ต้องการ หรือเขาสามารถรับทุกโอกาสที่เปิดให้โดยไม่คิดเลือก แต่ผลก็คือเขาจะไม่ไปไหนเลย

         การปรับเปลี่ยนชีวิตคนไปในทางบวกนั้น ต้องการ การเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในการสานสร้างวิสัยทัศน์ให้เป็นจริง อ่านหนังสือ และฟังเทปเยอะๆ เพื่อให้เกิดประสบการณ์หนุนเนื่องความเติบโต

           3. เปิดตัวเข้าหาผู้สำเร็จ

        ใช้เวลาคลุกคลีกับคนที่ประสบความสำเร็จ สังเกตเขา ถามเขา  เมื่อคลุกคลีไประยะหนึ่ง คุณจะเริ่มคิดเหมือนเขา ดังคติโบราณที่เป็นจริงว่า “ นกขนสีเดียวกันจะจับกลุ่มรวมกัน”

        4. แสดงออกต่อเนื่องว่าคุณเชื่อในวิสัยทัศน์

          การสร้างวิสัยทัศน์ให้เป็นจริง ต้องการความมุ่งมั่นไม่ละเลิกของคุณ และต้องการ การก่อเกิดพลังก้าวหน้าต่อเนื่องเพิ่มขึ้นๆ ให้มากที่สุดเท่าที่สามารถจะทำได้  โดย การแสดงออกต่อเนื่องถึงความเชื่อในวิสัยทัศน์ของคุณ จงแสดงออกทั้งโดยวาจากับผู้อื่น และโดยการสื่อสารภายในกับตัวเอง

            จงรักษาทัศนคติแห่งความเชื่อมั่นที่เป็นบวก โฟกัสอยู่กับความเชื่อมั่น ความเชื่อมั่นภายนอกจะก่อให้เกิดความเชื่อมั่นภายใน  ถ้าคุณขาดความเชื่อมั่นและสูญเสียศรัทธาต่อวิสัยทัศน์ของคุณ คุณจะไม่สามารถสานวิสัยทัศน์นั้นให้เป็นจริงได้

             5 . คาดหมายว่าต้องมีอุปสรรคต้านวิสัยทัศน์

         เ หตุผลที่คุณจำเป็นต้องมีเพื่อทำใจให้เป็นบวกต่อวิสัยทัศน์ของคุณ คือ คุณต้องรู้ว่าคุณจะต้องเผชิญกับอุปสรรคต่อต้านวิสัยทัศน์  คนที่ไม่มีฝันของตัวเองจะไม่สามารถมองเห็นฝันของคุณ และบอกคุณว่ามันไม่มีคุณค่าและคุณทำไม่ได้

จงเตรียมพร้อมที่จะรับมัน จงมีทัศนคติบวกแบบเหนือความคิดลบ

            6. อย่าคิดหาคนคิดลบเป็นมิตรสนิท

         ปฏิบัติต่อทุกคนที่คุณพบด้วยความเมตตา แม้ว่าพวกเขาจะเป็นคนคิดลบ แต่อย่าแสวงหาคนคิดลบมาเป็นเพื่อนสนิท เพราะถ้าคุณทำเช่นนั้นอย่างต่อเนื่อง คุณก็จะเริ่มเชื่อเขา และทันทีที่คุณเชื่อว่าฝันของคุณนั้นไกลเกินเอื้อม มันก็จะไกลเกินเอื้อมจริง คนคิดว่าตนทำได้ก็จะทำได้ คนคิดว่าตนทำไม่ได้ก็จะทำไม่ได้

            7. สำรวจทุกวิถีทางที่เติมเต็มวิสัยทัศน์

          โฟกัสที่วิสัยทัศน์ แต่จงยืดหยุ่นในการเลือกแนวทางที่จะไปถึงเป้าหมาย การสานสร้างวิสัยทัศน์ให้เป็นจริง ต้องการความลงตัวในการประมวลความคิดสร้างสรรค์ เราจะจัดประมวลความคิดให้ลงตัวไม่ได้ ถ้าเราไม่เปิดรับแนวคิดใหม่ๆ

            8. คิด/พูด/ทำ ที่ระดับเหนือสามัญ

         ไม่มีใครสามารถบรรลุฝันได้ด้วยแรงพยายามในเกณฑ์เฉลี่ยสามัญ ต้องอุทิศเวลาและแรงพยายามต่อเนื่องให้กับมัน  การอุทิศตนทุ่มเท คือต้นทุนที่คุณจะต้องจ่ายแลกความสำเร็จ

            9. ช่วยผู้อื่นที่มีวิสัยทัศน์ใกล้เคียงกัน

         เพื่อทำวิสัยทัศน์ให้เป็นจริง และเติมเต็มภาพฝันของคุณ คุณต้องช่วยผู้อื่น เวลาที่ใช้ไปในการช่วยเหลือผู้อื่นไม่เคยสูญเปล่า ยิ่งกว่านั้นถ้าไม่มีคนอื่นเราก็ไม่มีความสำเร็จ

             เมื่อคุณช่วยเหลือผู้อื่นที่มีวิสัยทัศน์คล้ายคลึงกันกับวิสัยทัศน์ของคุณ มันจะเกิดสถานการณ์พิเศษแห่งการชนะทุกฝ่าย มันช่วยพวกเขาให้ได้มีในสิ่งที่พวกเขาต้องการ และโดยทั่วไปแล้ว พวกเขาจะช่วยคุณเป็นการตอบแทน

          “โลกให้คุณค่าแก่ผู้มีตาใน (คนที่มีวิสัยทัศน์เหนือคนทั้งปวง) และให้คุณค่าเช่นนั้นมาตลอด” --- จอหน์ เจย์ . แช็บแมน

 

       “ เมื่อคุณปักใจแน่นอนว่า คุณต้องการอะไร คุณก็ได้ทำการตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิตแล้ว คุณต้องรู้ว่า คุณต้องการทำอย่างไรเพื่อไปให้ถึงสิ่งนั้น” ดักกลาส เลอร์ตัน

           เมื่อคุณพัฒนาวิสัยทัศน์ คุณจะสามารถเห็นสิ่งที่คุณต้องการที่จะทำให้ได้  เมื่อมีวิสัยทัศน์ คุณจะมีพลังขับเคลื่อนที่จะให้เหตุผลในการทำความก้าวหน้าต่อเนื่องแก่คุณทั้งในช่วงเวลาทั้งดีและเลว มันจะทให้คุณมีความสามารถเพิ่มขึ้นที่จะบรรลุสู่ภาวะ (ภพ) ที่คุณยิ่งใหญ่กว่าที่คุณเป็นอยู่ในวันนี้

           “ อย่าปล่อยให้จิตระแวงหรืออุปาทานปิดกั้นอนาคตคุณเอง” --- ราล์ฟ  ปีเตอร์สัน

บรรณานุกรม

JIM  DORNAN . STRATEGIES FOR SUCCESS. สำนักพมพ์ โปร เอสเอ็มอี

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน แนวคิด ทฤษฎี การจัดการนวัตกรรมเพื่อการพิจารณา



ความเห็น (0)