ฉันได้เรียนรู้แนวคิดเรื่องของการสร้างครูให้เป็นครูฝึก จากการเข้าร่วมประชุม “พลังเครือข่ายการเรียนรู้สู่ศตวรรษที่ ๒๑” ที่โครงการ LLEN ของ สกว. จัดขึ้นเมื่อวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๕ ในวันนั้น ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช ไปบรรยายเรื่อง “ก้าวต่อไปของเครือข่ายการเรียนรู้เพื่อเด็กและเยาวชนไทย สู่ศตวรรษที่ ๒๑” 

 

อาจารย์เริ่มเกริ่นด้วยเรื่องการเดินทางไกลด้วยมรรคมีองค์ ๔ นั่นคือการมี

  • เครือข่ายในพื้นที่
  • เครือข่ายชาติ
  • เป็นเครือข่ายแบบเปิด ร่วมมือดะ
  • เป้าหมายเดียว / ร่วม (shared Purpose) Learning Outcome : 21st Century Skills

 

ที่อาจารย์ย้ำคือ เครือข่ายนี้ต้องเป็นเครือข่ายที่มีความสัมพันธ์แนวราบ

อีกส่วนหนึ่งที่อาจารย์ชี้แนะไว้ก็คือ ครูในโรงเรียนรวมตัวกันเป็นทีม

  • PLC = Professional Learning Community
  • ครูที่ทำหน้าที่เดียวกัน ทำงาน & เรียนรู้ เป็นทีม
  • ครูเข้าสู่วัฒนธรรม Learning by Doing & Team Learning
  • ร่วมกันกำหนดเป็นนโยบายของโรงเรียน : ไม่มีครูคนใดโดดเดี่ยว ครูและส่วนอื่นทำงานเพื่อเป้าหมายเดียวกัน มีการทำงานร่วมส่วนจากส่วนต่างๆ

 

สไลด์หน้าสุดท้ายของอาจารย์ในวันนั้นคือ จัดฝึกอบรมทักษะครูฝึก

 

........................................................................

 

“สร้างเครือข่ายที่มีความสัมพันธ์แนวราบ”

 

ในปีรุ่งขึ้นโรงเรียนเพลินพัฒนา จับมือกับโรงเรียนรุ่งอรุณ โรงเรียนทอสี และโรงเรียนปัญญาประทีป สร้างชุมชนเรียนรู้ครูเพื่อศิษย์ (PLC) ของกลุ่มโรงเรียนทางเลือกขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันในเรื่องการจัดการเรียนการสอนที่เหมาะกับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑

 

การประชุมครั้งแรกมีขึ้นที่โรงเรียนเพลินพัฒนาเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖ เพื่อหาปัจจัยความสำเร็จที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางปัญหาที่มีร่วมกัน นั่นคือ ค่า SAT ที่ลดถอยลงเมื่อผู้เรียนเรียนอยู่ในชั้นที่สูงขึ้น ซึ่งลักษณะเช่นนี้ปรากฏอยู่กับนักเรียนในทุกโรงเรียน ตั้งแต่ครั้งนั้นทุกคนก็ตะหนักถึงคุณค่าของการเรียนรู้ที่จะเติบโตไปด้วยกัน

 

การประชุมครั้งที่ ๒ จัดขึ้นที่โรงเรียนปัญญาประทีปในอีก ๓ เดือนต่อมา เท่าที่ผ่านมา ๒ ครั้ง การเรียนรู้ของวงเป็นไปอย่างเข้มข้น ทุกคนเท่าเทียม และมีความมุ่งหมายที่จะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้จากการปฏิบัติมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างถึงแก่น  การที่การประชุมแต่ละครั้งมีความต่อเนื่องเชื่อมโยงมาจากครั้งก่อนนั้น ได้ช่วยสร้างความตื่นตัวให้กับความเติบโตของแต่ละโรงเรียนได้ไม่น้อย ในขณะเดียวกันก็สามารถนำเอาความรู้ที่สกัดได้จากการปฏิบัติมาเกื้อกูลกันและกันได้อย่างเต็มที่ ส่วนการประชุมครั้งที่ ๓ จะจัดให้มีขึ้นที่โรงเรียนรุ่งอรุณในวันที่ ๒๒ กันยายน ที่จะถึงนี้

 

“ครูในโรงเรียนรวมตัวกันเป็นทีม”

 

ในส่วนนี้โรงเรียนเพลินพัฒนาทำกิจกรรมการเรียนรู้ที่เรียกว่า Lesson Study  และมีการจัดโอกาสให้คุณครูแกนนำของช่วงชั้นได้ทำงานร่วมกันกับรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ  คุณครูจากส่วนงานวิชาการ  ส่วนงานมาตรฐาน  และส่วนงานการจัดการความรู้  และวงทำงานนี้ได้ไปทดแทนการทำงานที่มีอยู่เดิมทั้งหมด เพื่อมาร่วมกันวิธีการทำงานใหม่ๆ  ที่ส่งผลให้เกิดการสร้างผู้เรียน และสร้างกลุ่มคนทำงานการศึกษาที่มีใจอยากเรียนรู้ และฝึกฝนตนให้เป็นคนคุณภาพใหม่ เพื่อร่วมกันสร้างทีมงานที่เป็นทีมเรียนรู้การสร้างนักเรียนให้เป็นนักเรียนรู้ และสร้างโรงเรียนให้เป็นโรงเรียนรู้ ไม่ใช่โรงสอน

 

ทศวรรษใหม่ของโรงเรียนเพลินพัฒนา

 

โรงเรียนเพลินพัฒนาก่อตั้งมาครบ ๑๐ ปี เมื่อวันที่ ๙ พฤษภาคม ๒๕๕๖  ขณะนี้กำลังก้าวเข้าสู่การดำเนินงานในทศวรรษที่ ๒ 

พิมพ์เขียวการทำงานของโครงการพัฒนาครูที่คุณครูปาด – ศีลวัต ศุษิลวรณ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ยกร่างไว้ในหลายส่วนยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ กลุ่มครูแกนนำ นำโดย คุณครูเล็ก – ณัฐทิพย์  วิทยาภรณ์ หัวหน้าช่วงชั้นที่ ๒ เป็นคนแรกที่ตื่นตัวกับปัญหา และเป็นคนสร้างวาระชวนทีมให้นำปัญหานี้มาพิจารณาว่าจะทำงานเฟสต่อไปกันอย่างไรดี เมื่อลองมาใคร่ครวญกันดูแล้วก็พบว่า ปัญหาเกิดจากกระบวนทัศน์  และปรับกระบวนท่าของการทำงานยังไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราฝันนั่นเอง

 

เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น

 

กลุ่มครูแกนนำที่ทำหน้าที่ผู้บริหารระดับกลางของโรงเรียนเกือบทั้งหมด เติบโตขึ้นมาครูที่ทำห้องเรียนได้ดี ดังนั้นจึงมีฉันทะอยู่กับการทำงานกับครู มากกว่าการทำงานบริหารการศึกษา พิมพ์เขียวที่ร่างไว้จึงเป็นแผนการที่ขับเคลื่อนโดยรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการเป็นหลัก

 

เท่าที่ผ่านมาทางช่วงชั้นที่เป็นเจ้าของพื้นที่ เจ้าของเวลา และเจ้าของกำลังคน เพียงแต่เปิดพื้นที่ให้ทางส่วนงานวิชาการเข้าไปทำงานได้โดยสะดวกเท่านั้น แต่ทางช่วงชั้นยังขาดความเป็นเจ้าของ (ownership) เพราะหัวหน้าช่วงชั้นยังมีจิตสำนึกว่าตนเป็นครูรุ่นน้อง ที่มีรุ่นพี่อย่างคุณครูปาดคอยประคับประคอง และพาให้เดินไปตามเส้นทางที่กรุยไว้ให้  ที่สำคัญคือทุกคนยังสนุกอยู่กับหน้างานการทำหน้าที่ครูของครูในลักษณะของครูชำนาญการมากกว่าหน้างานบริหาร

 

พิมพ์เขียว : ๗ หน้างานของการพัฒนาครู

 

  • เพลินภาวนา  การภาวนาที่แทรกไว้ในวิถีชีวิตเช่น  การภาวนา  และการเรียนรู้  เพื่อการใคร่ครวญ ตลอดจนการสร้างภาวะพร้อมเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในชั้นเรียน
  • งานพาวิจัย  การทำงานให้เป็นงานวิจัย  การมีทีมวิจัยคู่ขนานกันไปกับการทำงานของครู
  • KM ในงาน  การทำให้ tacit knowledge และ explicit knowledge ไหลเวียนอยู่ในชีวิตของการทำงาน ทั้งที่เป็นวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการจัดเก็บความรู้ (Knowledge Assets)
  • กลุ่มการเรียนรู้  การที่กลุ่มครูที่มีความสนใจตรงกัน มีปัญหาตรงกัน มาตั้งกลุ่มศึกษาในเรื่องนั้นๆ ร่วมกันเพื่อสร้างความรู้ร่วมกัน
  • ครูร่วมสาธิต  การที่ครูมาร่วมกันคิดแผนการสอน คิดกระบวนการเรียนรู้ ผลัดกันมาสาธิต ช่วยกันสะท้อนผล และพัฒนาให้ดีขึ้น
  • มิ่งมิตรเกื้อกูล  การมีครูพี่เลี้ยง หรือเพื่อนครู ผลัดกันเข้าไปดูแลชีวิตและการทำงานของเพื่อน
  • เพิ่มพูนพิเศษ  การอบรม สัมมนา ดูงาน ศึกษาต่อ ฯลฯ 

 

นับตั้งแต่โรงเรียนเพลินพัฒนานำกระบวนการเรียนรู้ที่เรียกว่า Open Approach และการทำงานเป็นทีมที่เรียกว่า Lesson Study เข้ามาในปี พ.ศ.๒๕๕๓   หน้างานพัฒนาครูในส่วนของ กลุ่มการเรียนรู้  ครูร่วมสาธิต และ มิ่งมิตรเกื้อกูล  สามารถรวมเข้ามาหากันได้ในการทำกิจกรรมเดียว (ในบางครั้งยังได้อาศัยการประชุมวิชาการระดับชาติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ Lesson Study มาเป็นการเพิ่มพูนประสบการณ์พิเศษให้กับครูได้อีกด้วย)

 

โจทย์ที่น่าสนใจ

 

หากสามารถเพิ่มคุณภาพของการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มให้เป็นทั้งการจัดการความรู้ และการเรียนรู้ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงได้อย่างสม่ำเสมอทุกสัปดาห์ ทั้ง  KM ในงาน และ เพลินภาวนา ในชีวิตการทำงานของครูก็น่าจะเกิดขึ้นได้

 

นั่นหมายความว่า ทางช่วงชั้นจะต้องจัดวง KM ให้กับครูแต่ละระดับชั้นเป็นประจำสม่ำเสมอ นอกเหนือไปจากการมีวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่แต่ละหน่วยวิชาทำกันอยู่แล้ว

 

 

จิตสำนึกใหม่ของ กลุ่ม ๑๓ / ๒๐๑๓

 

หลังจากที่ได้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในวงขับเคลื่อนช่วงชั้นกันหลายครั้ง ทุกคนเห็นพ้องกันว่าหนทางเดียวที่อนาคตของโรงเรียนจะดำเนินไปสู่ความยั่งยืนได้ก็คือ ทุกคนในกลุ่มแกนนำต้องพร้อมใจกันเปลี่ยนกระบวนทัศน์ ปรับจิตสำนึก และฝึกกระบวนท่าของการทำงานใหม่ วันนั้นตรงกับวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๕๖ แต่เพื่อให้จำง่ายๆ เราจึงใช้ปีคริสตศักราชแทน

 

กลุ่ม ๑๓ / ๒๐๑๓ ประกอบไปด้วยคุณครูหนึ่ง – ศรัณธร  แก้วคูณ หัวหน้าช่วงชั้นที่ ๑  คุณครูโอ่ง – นฤนาท  สนลอย ผู้ช่วยหัวหน้าช่วงชั้นที่ ๑  คุณครูเล็ก – ณัฐทิพย์  วิทยาภรณ์ หัวหน้าช่วงชั้นที่ ๒  คุณครูนุ่น – พรพิมล เกษมโอภาส ผู้ช่วยหัวหน้าช่วงชั้นที่ ๒  และ คุณครูอ้อ – วนิดา สายทองอินทร์  หัวหน้าส่วนงานพัฒนาหน่วยวิชาภูมิปัญญาภาษาไทย  โดยมีคุณครูเต่า – สุจิตรา เลิศพิพัฒน์วรกุล เลขาฝ่ายวิชาการ  เป็นสมาชิกสมทบ

 

 

 

 

สมาชิกของกลุ่มเริ่มสร้างเวลาที่จะมาพบกันทุกเช้าวันศุกร์ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การทำงานในหน้าที่ผู้บริหารช่วงชั้นจากกันและกัน แบ่งปันกันทั้งความสำเร็จและความล้มเหลว  ตอนนี้ทุกคนพร้อมแล้วที่จะเดินไปด้วยกัน

 

เมื่อหัวหน้าช่วงชั้นตื่นตัวที่จะลุกขึ้นมาเป็นเจ้าของงานพัฒนาครูด้วยตัวเอง พิมพ์เขียวที่วางไว้ก็เริ่มปรากฏเป็นภาพที่ชัดขึ้นเรื่อยๆ 

 

ช่วงชั้นที่ ๒ เลือกใช้ KMในงาน  เป็นยุทธศาสตร์แรกของการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับทีม  ในขณะที่ช่วงชั้นที่ ๑ เลือกทำการ Open Class ในหน่วยวิชาคณิตศาสตร์ โดยตัวผู้นำช่วงชั้นคือตัวคุณครูหนึ่งเอง เพื่อก่อการเรียนรู้ทั้งกับตัวเอง กลุ่มเพื่อนครู และการสร้างสรรค์การเรียนรู้เพื่อเด็ก เป็นยุทธศาสตร์แรก