ผมเคยบันทึกแพทย์ศิริราชรุ่น ๗๑ นัดชุมนุมรุ่นเมื่อ ๒ ปีเศษมาแล้วที่นี่  และเมื่อกว่า ๕ ปีมาแล้วที่นี่    คราวนี้ผู้นัดคือจันทพงษ์อย่างเคย    มีกำหนดการดังนี้

 

ศิริราช ๗๑

วันอาทิตย์ที่ ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๕๖  (เวลา ๐๙.๓๐-๑๖.๓๐ น.)

--------------------------------------------------------------------------

๐๙.๓๐ น. ออกจากโรงพยาบาลศิริราช บริเวณหน้าตึก ๘๔ ปี

๑๑.๐๐ น. ร้านริมน้ำผู้ใหญ่สุวิทย์ บ้านปทุม สามโคก ใกล้วัดไผ่ล้อม โทร. ๐๒-๙๗๙๘๘๖๒

๑๓.๓๐ น. วัดโบสถ์ สักการะพระรูปหล่อหลวงพ่อโต

๑๔.๓๐ น. วัดเจดีย์หอย ชมเจดีย์สร้างจากเปลือกหอย

๑๖.๓๐ น. กลับถึงศิริราช

 

มีเพื่อนแจ้งความจำนงไปด้วยรวมครอบครัว กว่า ๒๐ คน รวมทั้งของผม ๒ คน   แต่ก่อนวันงาน ๑ วันสาวน้อยของด เพื่ออยู่เล่นกับหลาน ที่จะมาเยี่ยม  

ผมไปจากบ้าน (เพราะถ้าไปสมทบกับคณะซึ่งนั่งรถตู้ ๒ คันมาจากศิริราช ก็ไกลกว่าไปที่ร้านอาหารเอง)    โดยค้นเส้นทางจากบ้านไปโรงพยาบาลสามโคกด้วยแผนที่ใน iPad    เพราะผู้จัดแจ้งข้อมูลมาอย่างนั้น    โดยขึ้นเหนือไปตามถนนติวานนท์ (๓๐๖)    พอชนกับถนน ๓๔๖ ก็ไปตาม ๓๔๖   จนไปชนถนน ๓๔๗ ก็เข้า ๓๔๗   พอไปถึง รพ. สามโคกก็หาซอยไม่พบ (เขาบอกว่าร้านอยู่ในซอยตรงข้าม รพ. สามโคก)    เทคโนโลยีสมัยใหม่ช่วยให้ผมโทรศัพท์ไปถามจันทพงษ์   ก็รู้ว่าซอยอยู่อีกฝั่งหนึ่งของถนน ๓๔๗   ต้องไปยูเทิร์นใต้สะพาน แล้วเข้าซอย (กลับมาเปิดแผนที่ที่บ้านพบว่าเป็นถนน ๒๐๒๓) ไปอีก ๑๐ ก.ม. ตรงสามแยกวัดถั่วทอง เลี้ยวซ้ายไปอีก ๒๐๐ เมตร   ทางเข้าร้านริมน้ำผู้ใหญ่สุวิทย์อยู่ทางขวามือตรงหัวโค้งพอดี   ผมหลงอีกนิดหน่อยก็หาร้านพบ

การหลงก็ดีอย่าง ทำให้ผมพบว่าแถวนี้วัดอยู่ติดๆ กัน   ริมแม่น้ำเจ้าพระยา   และชื่อลงท้ายด้วยทองทั้งนั้น    รวมทั้งยังมีการก่อสร้างโบสถ์หรือส่วนอื่นๆ ของวัด   แสดงว่าศรัทธาของชาวบ้านต่อพุทธศาสนายังเข้มข้น      ถนนเลียบริมแม่น้ำเจ้าพระยาชื่อถนน ๓๓๐๙   ร้านผู้ใหญ่สุวิทย์ก็อยู่บนถนนนี้ แต่เข้าซอยไปอีก

ที่จริงผมเคยค้นทางไปร้านผู้ใหญ่สุวิทย์โดยตรง ด้วย iPad Map    พบว่าพอถนน ๓๔๗ มีถนน ๓๓๐๙ แยกก็เข้า ๓๓๐๙ ไปเลย    ถ้าผมใช้เส้นทางดังกล่าวก็คงไม่หลงไปไกล   ซึ่งเมื่อไปถึงเวลาประมาณเกือบเที่ยง เพื่อนๆ เขาก็กินกันอิ่มแล้ว    เขาเก็บกุ้งเผาไว้ให้ ๒ ตัว    ปลานิลทอด ยำถั่วพู  ปลาต้มส้ม  และไข่เจียว    อาหารจัดได้ว่าอร่อย    และร้านอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา    มีลูกค้าเยอะ    ผู้ชวนชิมและเลี้ยงคือสมชาย ลูกชายจิตรโภชนา  

วันชัยเอาหนังสือเกี่ยวกับการจัดการความขัดแย้งมาแจกหลายเล่ม   ผมได้มา ๑ เล่ม ชื่อ ผู้นำ นำการเปลี่ยนแปลง Leadershift for the Change in the Chance เขียนโดย ศ. นพ. วันชัย วัฒนศัพท์ และ ผศ. นพ. ภัทรวุฒิ วัฒนศัพท์ แห่ง โรงเรียนพัฒนาผู้นำและสันติธรรม (www.rucschool.com)     

บ่ายโมงเศษๆ เราก็พร้อมออกเดินทาง หลังจากถ่ายรูปหมู่ไว้เป็นที่ระลึก    เราออกเดินทางไปตามถนน ๓๓๐๙ ไปเข้าถนนกาญจนาภิเษกวงแหวนตะวันตก และข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา ไปที่วัดโบสถ์ เพื่อไปไหว้พระรูปสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) องค์ใหญ่    พบว่าบริเวณวัดกว้างขวางมาก   มีคนไปทำบุญและไหว้พระกันคับคั่ง    ที่วัดยังมีการก่อสร้างชิ้นใหญ่   ย้ำให้เห็นศรัทธราปราสาทของคนไทยต่อพุทธศาสนา    โดยผมคิดว่าเป็นศรัทธาบนฐานของความเชื่อของขลังของศักดิ์สิทธิ์ มากกว่าเพื่อความลดละกิเลสตัณหา    คือเป็นพุทธพาณิชย์ขายบุญเพิ่มกิเลส มากกว่าส่งเสริมการฝึกฝนตนเอง เพื่อลดละเกิเลสและปล่อยวาง

ผมต้องรีบกลับบ้าน ไม่ไปวัดเจดีย์หอยกับคณะ   เพราะผมจะต้องกลับไปคุยกับหลานหน่อยหนึ่ง   แล้วไปสนามบินสุวรรณภูมิเพื่อบินไปขอนแก่น   และนั่งรถยนต์ต่อไปนอนค้างคืนที่มหาสารคาม    เช้าวันจันทร์ที่ ๒๙ ก.ค.๕๖ ผมมีบรรยายเรื่อง ห้องเรียนกลับด้าน ปฏิรูปการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 

 

 

วิจารณ์ พานิช

๒๘ ก.ค. ๕๖

 

 

รูปหมู่ที่ร้านผู้ใหญ่สุวิทย์

 

ที่โต๊ะอาหาร

 

ลักษณะของร้าน

 

แม่น้ำเจ้าพระยา

 

ประตูเข้าวัดโบสถ์

 

รูปปั้นหลวงพ่อโต ถ่ายจากรถที่ทางเข้าด้านหลังวัด

 

รูปปั้นหลวงพ่อโต

 

รูปปั้นองค์โตและรูปจำลองให้คนกราบไหว้ปิดทอง

 

ภายในบริเวณวัดโบสถ์ บรรยาศเป็นวัดสร้างใหม่ แต่ตามประวัติว่าสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๑๖๔