การปรับปรุงสภาพดินนั้นคือการที่เราต้องการให้ดินที่ปลูกแต่เดิมนั้น มีสภาพความพร้อมต่อการอนุบาลให้พืชมีการเจริญเติบโตอย่างต่อเนื่องยั่งยืน มิใช่เพาะปลูกลงไปแล้วกลับได้ผลลัพธ์จากดินที่ทำให้ต้นพืช เตี้ย แคระ แกร็น อ่อนแอง่ายต่อการเข้าทำลายของโรคแมลงเพลี้ยหนอน รา และไร นี่จึงเป็นสาเหตุหลักๆ ที่ทำให้เกษตรกรต้องหันมาพึ่งพาสารปรับปรุงสภาพดินเพื่อต้องการพัฒนาปรับปรุงให้ดินดีเพื่อที่จะได้ปลูกพืชดี ให้ผลผลิตดีและเพิ่มมากขึ้น
การปรับปรุงสภาพดินจากอีกสาเหตุหนึ่งก็คือการปรับปรุงสภาพดินจากที่มีการใช้ปุ๋ยใช้ยาเคมีมาเป็นระยะเวลานานๆจนมีกรดซัลเฟต กรดเคมีในรูปแบบต่างๆ สะสมอยู่ในดินมากเกินจนส่งผลต่อการจับยึดกักปุ๋ยที่เกษตรกรได้ใส่เพิ่มลงไปพืชไม่สามารถที่จะดูดกินนำปุ๋ยขึ้นไปใช้ใช้กิ่งก้านใบและส่วนต่างๆ ได้ทำให้ดูคล้ายๆ ว่าพืชไม่กินปุ๋ยหรือใช้ปุ๋ยแล้วไม่มีผลตอบสนองจนเกษตรกรบางท่านอาจจะคิดเลยเถิดไปว่าเป็นปุ๋ยปลอมหรือไม่ซึ่งแท้จริงเป็นเพียงดินได้รับกรดสะสมจากปุ๋ยหรือยามาอย่างยาวนานจนเกิดสภาพเป็นกรดปานกลางถึงจัด(มีค่าพีเอชต่ำกว่า 5.8 ลงไป) แต่ถ้ามีสภาพที่เป็นกรดอ่อน ๆ (ค่าพีเอช 5.8-6.3)ถือว่าอยู่ในระยะที่พอเหมาะพอดีต่อการดูดกินสารอาหารของพืช
ดินด่าง ก็ถือว่าเป็นดินที่ไม่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพืชเช่นกันเกิดจากการสารปรับปรุงในรูปวัสดุปูนมาอย่างยาวนานแบบไม่รู้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นปูนมาร์ล ปูนขาว โดโลไมท์ ฟอสเฟต และกลุ่มวัสดุปูนอื่นๆ สิ่งต่างๆเหล่านี้จะสะสมค่าความเป็นด่างลงไปในดินทีละน้อยตามสัดส่วนที่ได้ใส่ลงไปทำให้พืชค่อยๆลดการเจริญเติบโตทีละน้อยๆ จนถึงกับแคระแกร็นเหมือนกับสภาพดินที่เป็นกรดเช่นกัน
สภาพดินที่เป็นดินทรายจัด ดินเหนียวจัด ดินหินจัดดินกรวดจัด ดินที่ขาดแคลนสารอาหารหรือมีธาตุอาหารอย่างใดอย่างหนึ่งไม่ครบทั้งธาตุหลัก (ไนโตรเจน , ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียม) ธาตุรอง (แคลเซียม, แมกนีเซียมและกำมะถัน) และธาตุเสริม (เหล็ก, ทองแดง, แมงกานีส, สังกะสี, โบรอน, โมลิบดินั่ม, นิกเกิ้ล ฯลฯ) ดินในลักษณะนี้ควรใช้สารปรับปรุงดินที่มีแร่ธาตุและสารอาหารให้มากสักหน่อย มิใช่ใส่แต่เพียงกลุ่มวัสดุปูนที่ให้เพียงแร่ธาตุ แคลเซียม แมกนีเซียม และฟอสฟอรัสเพียงเท่านั้น ควรจะต้องมีแร่ธาตุตัวอื่นๆร่วมเข้ามาด้วยอย่างกลุ่มพวก ทองแดง สังกะสี โบรอน โมลิบดินั่ม เหล็ก แมงกานีส นิกเกิลและซิลิก้าที่ละลายน้ำได้
ซึ่งจะมีอยู่มากในกลุ่มของหินแร่ภูเขาไฟ (Zeolite in Agriculture ; Toxicological & Environmental Chemistry Volume 88, Issue 1, 2006) สารปรับปรุงในกลุ่มนี้จะมีส่วนทำให้เซลล์พืชแข็งแรงเหมือนคนที่ออกกำลังกายอยู่ตลอดเวลา
เพราะได้รับซิลิก้าที่สามารถละลายออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชได้มากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ แตกต่างจากทรายหรือแกลบดิบที่มีซิลก้า (sio2) แต่ละลายออกมาเป็นประโยชน์ต่อพืชได้น้อยกว่า
มนตรี บุญจรัส
ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com