สภาพดินที่ถูกใช้ในการผลิตกรรมการเกษตรมาตลอดระยะเวลาหลายสิบปีและยิ่งปัจจัยการผลิตประกอบไปด้วยสารเคมีที่หลากหลายแถมยังมีสารพิษที่สามารถตกค้างสะสมอยู่ได้ตลอดเวลา ก็จะทำให้ดินนั้นค่อยๆ ตายลงไปทีละน้อยๆ คำว่า “ดินตาย”
นั้นหมายถึงดินหยุดกิจกรรมทางระบบนิเวศน์ระหว่างกันของสิ่งมีชีวิตทั้งหลายที่อาศัยอยู่ในดินนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นไส้เดือน หนอน แมง แมลงและจุลินทรีย์ชนิดต่างๆ ทำให้ดินตายด้านเหมือนดินที่ถูกนำไปอบเผาในอุณหภูมิสูงๆ จนสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อาศัยอยู่ในทุกซอกทุกมุมทุกอณูตายหมดไม่มีเหลือ ถ้ายังนึกภาพไม่ออกก็ให้นึกถึงอิฐมอญที่ทำขายกันแถบอยุทธยาหรืออำเภอป่าโมกจังหวัดอ่างทองนั่นเชียว

ดังนั้นดินที่เหมาะต่อการเจริญเติบโตของพืชคือดินที่สามารถเป็นที่พักอาศัยของสิ่งมีชีวิตได้หลากหลายชนิด โดยจะต้องอยู่ใน เงื่อนไขที่ต้องอยู่อย่างสะดวกสบายด้วย ไม่ใช่อยู่อย่างทรมานทรกรรมกับสิ่งที่มนุษย์นำสิ่งแปลกปลอมที่ทั้งระคายเคืองทั้งมีกลิ่นเหม็น ทั้งสามารถทำลายชีวิตของเขาให้ตายลงไปด้วยนั้นก็จะทำให้จำนวนสิ่งมีชีวิตลดน้อยถอยลงไปเรื่อยๆ หรือไม่ก็จำเป็นต้องอพยพโยกย้ายหลีกหนีไปยังแหล่งอื่นที่มีสภาพความเป็นอยู่สะดวกสบายไร้สารพิษเจือปนมากกว่า

ฉะนั้นการที่จะนำมาซึ่งดินดี สภาพแวดล้อมดี ระบบนิเวศน์ดีเพื่อนำมาซึ่งสุขภาพของมนุษย์ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ให้ดีขึ้นมาด้วยนั้นก็เพียงแค่เปลี่ยนความคิด ลดการใช้สารพิษทุกชนิด เพื่อให้ชีวิตเปลี่ยนแปลงกับมาสู่โหมดที่ปลอดภัยไร้สารพิษก็สามารถที่จะช่วย่ทำให้ดินนั้นกลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง หลังจากนั้นตัวห้ำตัวเบียน แมลงที่มีประโยชน์ ไส้เดือน จุลินทรีย์ แอคติโนมัยซี มัยคอร์รัยซ่า ไตรโคเดอร์ม่า ฯลฯ ที่ทำหน้าที่ดูแลรักษาดิน แบบพึ่งพิงอิงอาศัยกันก็จะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง

 

มนตรี  บุญจรัส

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ www.thaigreenagro.com