เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ลูกสาวได้โทรศัพท์มาคุยรายงานผลเรื่องการเดินทางไปกรุงเทพฯ เธอบอกว่า นั่งรถนานมากกว่าจะถึงกรุงเทพฯ พอไปถึงกรุงเทพฯ จะต่อแท็กซี่ยกกระเป๋าขึ้นหลังรถแล้ว คนขับบอกค่ารถแบบเหมา ๒๕๐ บาท เลยไม่ตกลง
ยกกระเป๋าลง เลยเรียกวินมอเตอร์ไซค์ เรียก ๑๒๐ บาทก็เลยตกลงนั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างไป 

 

      ผมฟังเสร็จ ผมก็พูดออกไปว่า“ดีแล้วลูก เราจะได้ประสบการณ์” ลูกสาวผมตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ ว่า
“พ่อไม่ได้ฟังเลยนะเนี่ย”

 

       บทเรียนตรงนี้ ทำให้ผมต้องกลับมาทบทวนตัวเอง แล้วก็ให้นึกถึง การวิเคราะห์การสื่อสารแบบ TA
( Transactional analysis) ลูกสาวผมสื่อสารด้วยสภาวะจิตแบบผู้ใหญ่ Adult ego state แต่ผมฟังและโต้ตอบด้วยสภาวะจิตแบบพ่อแม่ Parent ego state ลูกสาวผมฟังแล้วก็เกิดการขัดแย้งต่อต้าน เพราะเธอต้องการให้มองเธอเป็นผู้ใหญ่ แต่ผมมองเธอเป็นเด็ก

 

 

 

ตรงนี้ ในชีวิตจริง ในสังคมรอบๆ ตัวทั้งที่บ้านและที่ทำงาน
ก็มีการสื่อสารทั้ง ๓ แบบ  

ถ้าจับความรู้สึกในการสื่อสารได้ว่า ผู้พูดในสภาวะจิตแบบใด
เราจะได้โต้ตอบได้ถูกต้อง ซึ่งรายละเอียด จะไม่ขอหยิบยกมา ณ
ที่นี้ เพราะมีรายละเอียดมากมาย แต่จะขอหยิบยกมาสภาวะจิตเดียวที่เป็นปัญหาในการสื่อสาร ที่นำไปสู่ความขัดแย้ง และ
เป็นการสื่อสารที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนา ก็คือ
การสื่อสารในลักษณะเดียวกับกรณีตัวอย่างของผมเอง ที่ผมหยิบยกมานั่นคือ ผู้พูด พูดด้วยสภาวะจิตแบบผู้ใหญ่ แต่ผู้ฟังโต้ตอบด้วยสภาวะจิตแบบพ่อแม่

 


การสื่อสารดังกล่าว ผู้พูดไม่รู้ตัวว่าตัวเองสื่อสารผิดพลาด
คิดว่าตัวเองสื่อสารด้วยความปรารถนาดี แต่เป็นเป็นความปรารถนาดีที่ทำให้ผู้อื่นต่ำต้อย ไม่เห็นคุณค่าและศักดิ์ศรีของคนอื่น

 


มักเกิดขึ้นได้อย่างบ่อยๆ เช่น

 


พ่อแม่กับลูก

 
ครูกับนักเรียน

 
นายกับลูกน้อง


นักวิชาการกับผู้ปฏิบัติงาน

 
วิทยากรกระบวนการกับผู้ร่วมเวที

 

แม้กระทั่งเพื่อนกับเพื่อน

 


เมื่อผู้พูด พูดด้วยสภาวะจิตแบบผู้ใหญ่ แสดงว่าเขาเป็นตัวของตัวเอง เขาต้องการให้ยอมรับในศักยภาพของเขา ยอมรับในศักดิ์ศรีและคุณค่าของเขา

 


ถ้าคนฟัง ฟังและโต้ตอบด้วยสภาวะจิตแบบผู้ใหญ่เช่นเดียวกัน ศักยภาพของเขาก็จะเบ่งบานและเติบโต จะได้ทั้งใจ และ ได้ทั้งความคิด จากการฟังแบบผู้ใหญ่ ที่ใส่ใจในศักดิ์ศรีและคุณค่าของเขา

 


เป็นการสื่อสารแบบ I am O.K.   You are O.K.

 


แต่ถ้าฟังและโต้ตอบกลับไปแบบสภาวะจิตแบบพ่อแม่ ก็จะไม่ได้ทั้งใจ ไม่ได้ทั้งความคิด และไม่ได้ทั้งงาน และต่อไป เขามีอะไร
เขาก็จะไม่พูดให้ฟัง เพราะรู้ว่าพูดไปก็ไม่มีใครฟัง หรือฟังแล้วก็มาสอนให้เขาต้อยต่ำลงไปอีก

 


เป็นการสื่อสารแบบ I am O.K.   You are not O.K.

 

และ  จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า เรามักจะสือสารกันแบบ I am O.K. You are not O.K.  กันมากมาย  ทั้งเรื่องงาน  เรื่องอบรม  เรื่องพัฒนา

 

การพัฒนาจึงไม่ค่อยได้ใจ  ได้ปัญญา และ  ได้งาน