รับรู้ถึงค่าลิขสิทธิ์ที่เราต้องจ่ายให้กับบริษัทต่างประเทศในการใช้ซอฟแวร์ของเขาในแต่ละปีแล้ว รู้สึกเสียดายแทนงบประมาณส่วนนั้นที่น่าจะเอามาใช้พัฒนามหาวิทยาลัยในด้านอื่นๆมากกว่า แต่เป็นคนหนึ่งที่เริ่มต้นการใช้คอมพิวเตอร์กับการทำงานด้วย Microsoft ต่างๆมาจนติดเสียแล้ว เมื่อรับรู้ว่ามีทางเลือกที่เราจะสามารถใช้ได้อย่างระบบปฏิบัติการอื่นๆ รวมทั้งซอฟแวร์อื่นๆที่เราไม่ต้องได้ชื่อว่าละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะถ้าเราอยากใช้ให้ถูกกฎหมายจริงๆ ราคาของซอฟแวร์ทั้งหลายเหล่านั้นก็แสนแพงเกินกว่าที่เราจะจ่ายได้ ก็เลยพยายามที่จะหาทางใช้ซอฟแวร์ที่เป็นของฟรี แทนการใช้แบบที่เราคนไทยทั้งหลายคุ้นชินกันมา แต่ก็พบว่า ของฟรีที่ดีหายากจริงๆ แต่ก็ได้รับรู้มาตลอดว่า ในโลกของการสร้างโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น มีกลุ่มคนที่ยินดีใช้สมองเพื่อการพัฒนางานที่เป็นของคนทั้งโลก ไม่ใช่เพื่อหารายได้เข้าตัวเองอย่างเดียว ศรัทธาและติดตามมาเป็นระยะๆ เพราะเชื่อว่าหากเราอยากให้โลกน่าอยู่ เราควรทำตัวเป็นหนึ่งในคนที่ยินดีจะเสียสละเพื่อส่วนรวมมากกว่าจะหาประโยชน์เข้าตัว ถ้าทำเองไม่ได้เต็มที่ ก็ต้องช่วยให้คนที่ทำได้มีกำลังใจและอยู่ได้ พบเห็นใครที่ทำอะไรแบบนี้ก็จะพยายามช่วยเต็มที่นั่นเองค่ะ

สรุปว่าจากที่เคยพยายามทดลองใช้ โดยเฉพาะกลุ่มโปรแกรมสำนักงานของ OpenOffice ก็พบปัญหามาตลอดว่า เราจะทำงานกับเพื่อนๆยาก แต่มาถึงวันนี้ LibreOffice ได้ปรับปรุงมาถึงขั้นที่ เราสามารถจะแปลงไฟล์จาก MS Office ของเราให้อยู่ในรูปแบบที่ LibreOffice เปิดได้ทันที และเมื่อเราทำงานกับไฟล์นั้นๆแล้ว สามารถจะบันทึกกลับเป็นไฟล์ที่คนอื่นที่ใช้แต่ MS Office ก็ยังคงใช้ได้กับเราเหมือนเดิม กำลังพยายามใช้เปรียบเทียบดูค่ะว่า เราจะคุ้นเคยได้มากแค่ไหน มีอะไรดีกว่าแย่กว่าตรงไหน

แต่ที่พบว่าดีแน่ๆคือระบบปฏิบัติการ Linux Mint กับ Windows7 เปรียบเทียบความง่ายในการติดตั้ง การใช้งาน ความยืดหยุ่น ความเร็ว การกินทรัพยากรเครื่อง ตอบได้ว่าตอนนี้เลือกที่จะเปิดเครื่องด้วยระบบ Linux เพราะใช้แล้วรวดเร็วทันใจ สะดวกกว่า พอกลับไปทำงานกับ Windows7 แล้วเกิดความรำคาญเลยทีเดียว ไม่ได้เห่อของใหม่นะคะ แต่ใช้แล้วชอบจริงๆ ที่สำคัญ เขาทำให้ง่ายต่อการเรียนรู้มาก เมื่อเทียบกับ Windows