จับปากกาเมื่อไรให้มือสั่น...เป็นอาการที่เกิดขึ้นกับผู้เขียนทุกครั้ง  เมื่อต้องเขียนเรื่องราวที่เป็นสาระ  และที่สำคัญ  ต้องผ่านสายตาผู้ชม...บางทีการชอบอ่านก็ไม่ได้แปรผันตรงกับการชอบเขียนเสมอไป  แต่การชอบคิดและไล่ตามความคิดของตนเองให้ทันต่างหาก  ที่เป็นส่วนสำคัญให้เขียนเรื่องราวต่าง ๆ ได้สำเร็จ...

           17  สิงหาคม  2556  ผู้เขียนและเพื่อนครูได้มีโอกาสเข้าร่วมโครงการการเขียนเรื่องเล่าพอเพียงร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาสารคามอีกครั้ง  (ด้วยความที่เป็นลูกหม้อ  กลับมาบ้านทีไรก็สุขใจเมื่อนั้น..)  วันนี้มากับคุณครูอีกสองท่าน  เบิกบานใจกว่าทุกครั้ง  เนื่องจากได้ส่งเรื่องเล่ามาล่วงหน้า  เหมือนเด็กที่ทำการบ้านส่งครูเสร็จแล้ว  สบายใจจากการสร้างภูมิคุ้มกันนั่นเอง  กระบวนการในวันนี้เป็นดังเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา  และมีการเติมเต็มประเด็นที่ได้ใจ  คือตรงที่ใจเราอยากถามนั่นเอง  ไม่ว่าจะเป็นการไล่ตามความคิด  การใช้คำเชื่อม  ที่สำคัญการเขียนอย่างไรไม่ให้บาน (นอกเรื่องหาที่จบที่ลงไม่ได้)  ช่วงบ่ายได้นำเสนอ Time  Line การพัฒนาโรงเรียน   ด้วยการระดมความคิด  ทบทวน  จับประเด็นและกิจกรรมให้สัมพันธ์กับช่วงเวลาที่ผ่านมา  ได้เส้นทางการพัฒนาคือ  งดงามดั่งช่อปาริชาต ...เริ่มจากการผลัดใบ...ผลิดอก...เบ่งบาน...งามสง่า...ชื่นชม...สมชื่อ....พันธุ์กล้าไม้ดีสู่สังคม 

             ไฉนจึงเป็นปาริชาต  แต่ละขั้นตอนคืออะไร  เขียนอธิบายอย่างไรจึงจะแทรกกิจกรรมให้แยบยลเห็นแนวคิด  ...ท้าทาย  และถือว่าการร่วมกิจกรรมวันนี้  ท่านวิทยากรให้กำลังใจว่าคณะของเราได้สารบัญกลับบ้านแล้ว  ฝากการบ้านให้ต่อยอดเพื่ออวดหนังสือเล่มใหม่เพียงเท่านั้น   รออีกอึดใจเดียว..

 

ฟังข้อเสนอแนะและแนวทางในการพัฒนาการเขียนเรื่องเล่า

ครูไพวันนำเสนอ Time  Line

ครูสิรินุช  ครูนักคิด