หากผมมีชีวิตอยู่ในโลกเท่ากับอายุขัยของพระพุทธองค์
นี่ก็คงครึ่งชีวิตแล้ว ...
ผมใช้ชีวิตที่เนิบช้ามาตลอดที่ผ่านมา
ไ่ม่ได้เร่งรีบ หรือ เร่งร้อนอะไร
ทุกอย่างให้มันเป็นไปตามครรลองที่มันควรจะเป็น
เกิดในจังหวัดทางภาคเหนือ
แต่นั่นก็ชั่วคราว อีกทั้งยังเล็กมากจนจำอะไรไม่ได้
ชีวิตก็อพยพตามสถานที่ทำงานของพ่อแม่มาเรื่อย ๆ
จนกระทั่งใช้ชีวิตตั้งหลักปักฐานที่เมืองหลวง
ผมเรียนประถมศึกษากับมัธยมศึกษาที่นี่
เมื่อครั้งเรียนชั้นประถมศึกษา เรียนได้ดีที่สุดคือ
ที่ ๔ ของห้อง ตอน ป.๔
เมื่อจบ ป.๖ ก็พยายามไปสอบโรงเรียนดัง ๆ เหมือนเืพื่อน
เช่น โรงเรียนสาธิตของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ
แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเลยสักที่
จนสอบได้โรงเรียนรํฐบาลใกล้บ้าน
แต่ไม่เลือก ไปเลือกโรงเรียนที่อยู่คนละเขตกับที่้บ้าน
การเรียนมัธยมศึกษาตอนต้นนั้น พอรู้เรื่อง
แต่พอเข้า ม.๓ วิชาคณิตศาสตร์เริ่มเป็นอุปสรรค
เรียนยังไงก็ไม่ทัน และไม่เข้าใจ
แต่ก็ยังสอบเข้า ม.๔ ที่โรงเรียนเดิมได้
เลือกสายวิทย์ - คณิต - เกษตร อีกต่างหาก
เพราะเคยมีความฝันที่จะทำงานสายเกษตร
ไม่อยากทำงานในเมืองกรุงที่แออัดและรถติด
อยากใช้ชีวิตอยู่ตามชนบทที่ไร้มลพิษ
เมื่ือพื้นฐานการเรียนด้านคำนวณไม่ดี
ม.ปลาย จึงเรียนตกวิชาทางวิทย์ไปหลายวิชา
เป้าหมายเปลี่ยนไป เรียนยังไงให้จบ ม.ปลาย ให้ได้ก่อน
คนเรียนไม่เก่ง แต่เืมื่อเลือกสอบ En't สมัยก่อน ๖ อันดับ
จึงเลือกเรียนสาขาทางเกษตรที่มันโอกาสสอบติดก่อน
คะแนนไม่สูงมากนัก และปิดท้ายด้วยคณะครู
ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัดหมด
เรียกว่า อยากออกไปใช้ชีวิตนอกเมืองหลวงเต็มที่แล้ว
สมใจ ขึ้นเหนือไปอยู่พิด'โลก ๔ ปีกว่า ๆ
เพื่อนร่วมรุ่น ๙๒ คน ผมจบคนที่ ๙๑
เพราะบวกซัมเมอร์ไปอีก ๑ ซัมเมอร์
ที่นี่สร้างให้ผมเป็นลูกผู้ชายมากขึ้น
สอนให้รู้จักหนักเบาเอาสู้
สอนให้รู้จักสังคมจำลอง
ก่อนออกไปทำงานจริง
กลับบ้านเมืองหลวง
ได้ทำงานในสถานที่เคยฝึกงาน
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาก่อน
เรียนไม่เก่ง แต่ขยันและอดทน
ไม่ถึงเืดือน มหาวิทยาลัยช้างก็เรียกตัวสำรอง
มาเรียนปริญญาโท ที่อยากเรียน
คิดว่า ถึงเราเรียนไม่เก่ง แต่เราก็มีความมุ่งมั่น
ใช้เวลาไป ๖ ปีเต็มลิมิต
จากเรียนไม่ค่อยเข้าใจ
กลายเป็นต้องเรียนด้วยตนเองมากกว่าคนอื่นเยอะ
จบก็จบด้วยตัวเอง ถึงแม้ืจะไม่ดีนัก
แ้ล้วตัดสินใจหางานอะไรก็ได้ในมหาวิทยาลัย
จนได้งานหลายที่
ชีวิตโยกย้ายไปมา
ไปตามสถานการณ์ของชีวิต
มีทุกข์มีสุขตามครรลองไป
จนสอบได้เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
อาชีพที่เริ่มฝันใฝ่
หลังจากการจบ ป.ตรี เป็นต้นมา
คือ ไม่อยากเป็นครูสอนเด็กน้อย
แต่คิดว่าเราน่าจะสอนเด็กโตได้ดี
จึงตั้งเป้าไว้แบบนั้นและก็สำเร็จจริง ๆ
ปัจจุบันมีความสุขมากสำหรับการสั่งสอน
นักศึกษาครูให้เป็นคนดี
คือ ใครไม่สอน เราสอน
เชียงใหม่ กลายเป็นที่ตั้งรกรากหลักของตัวเองแล้ว
มีบ้านที่ใช้น้ำพักน้ำแรงแล้ว
แต่บ้านหลังที่สองจากนี้ไปขึ้นอยู่โอกาสในอนาคต
และความจำเป็น
ส่วนรถยนต์นั้น เมื่อพร้อม มีแน่นอน
ชีวิตดูเรียบง่าย แต่ก็มีอุปสรรคต่าง ๆ นานามากมาย
กว่าจะประสบความสำเร็จในแต่ละอย่าง
บางทีก็รู้สึกเลือดตาแทบกระเด็น
เชื่่อมั่นในความดีงาม
กินอุดมการณ์ ตั้งปณิธานไว้เสมอ
ว่าจะไม่โกงใคร แม้แต่แผ่นดินตัวเอง
หากใครไม่เคยสัมผัสเรา แล้วก็คิดไปต่าง ๆ นานานั้น
เราก็ไม่สนใจ
มิฉะนั้นเราก็จะไม่สามารถทำชีวิตให้มีความหมายได้
ชีวิตนี้สั้นนัก ... หากมีโอกาสที่จะทำอะไรก็จะทำให้ดีที่สุด
เริ่มต้นจาก ศีล ๕ ... ต้องทำให้ได้ครบทุกข้อก่อน
วิถีความคิดเล็ก ๆ ก็เป็นแบบนี้
บุญรักษา ทุกท่านครับ ;)...
น่าสนใจครับ ดูเหมือนท่านจะเรียนสายเทคโนโลยีการศึกษา กระมังครับ
เรียน ท่านอาจารย์มนตรี
สายดงยาง
ผมเรียนสาขาเทคโนโลยีทางการศึกษาแน่แท้ครับ ;)...
ขอบคุณครับอาจารย์ ;)...
ขอบคุณมากเลยครับ น้องอาจารย์ ...
พิชชา
;)...
อ่านแล้ว ตะลึงเลย ..ทำไมชีวิตเรา เหมือนกัน โดยเฉพาะ การศึกษาที่งดงามยิ่ง คือเรียนไม่เก่ง แต่ก็รักที่จะเรียนรู้ ต่อสู้กับอุปสรรค กว่าจะผ่านแต่ละขั้น ล้วนยากเย็น วันนี้รู้รสชาติ..จึงต้องสร้างคุณค่าให้เกิดขึ้นต่อตนเองและสังคมรอบข้าง แต่ท้ายสุดเราก็ต่างกันอยู่ดี อาจารย์อยู่มหาวิทยาลัย ผมอยู่โรงเรียนบ้าน.....
มาตกเป็นเพื่อนค่ะ อิอิ
วิทย์ - คณิต - เกษตร... ตกวิทย์
....
"ผู้มีศีล๕ คือครูที่โลกต้องการ"
...จำติดใจ
ยินดีกับคุณครูด้วยนะคะ
ไม่สำคัญว่าจะเรียนเก่งหรือไม่ เพราะไม่สามารถวะดได้ว่าเป็นคนดีหรือเปล่า แต่การทำดีต่างหาก สามารถแสดงให้ใคร ๆ เห็นได้ถึงคุณงามความดี บุญรักษาคนดีนะครับ อ.วัต
มีความคิดคล้าย ๆ กับพี่เลยค่ะ..."ขอเพียงแค่เราทำดีที่สุดแล้ว" ใครจะคิดเช่นไร ไม่สนใจ เพราะนั่นคือ ความคิดของพวกเขา...
ควรเรียกว่า "ผมลิขิต" ใช่ไหมครับ ท่าน ผอ.
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์ ;)...
ไม่ว่าเราจะอยู่กันที่ไหน แต่เราสามารถทำประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาิติได้
แค่ไหนก็พอแล้วกันนะครับ
ขอบคุณมากครับ ;)...
ตกกี่วิชา หากมีศีล ๕ ให้พึงปฏิบัติ
เราก็อาจจะถูกเรียกว่า "คนดี" คนหนึ่งได้เช่นกันนะครับ
ขอบคุณครับ คุณ
Tawandin ;)...
ขอบคุณมากเลยครับ คุณ
nobita ;)...
หากเราสนใจเสียงคนอื่นมากเกินไป
เราอาจจะไม่สามารถทำดีได้เต็มความหมายของชีวิต
ขอบคุณครับ พี่
บุษยมาศ ;)...
เป็นต้นแบบของคนสู้ชีวิตได้เลยนะคะอาจารย์
สู้กับตนเอง ไม่ย่อท้อ ความสำเร็จนอนมาเห็นๆ
ด้วยความขอบคุณนะครับ
kunrapee ;)...
อยากถามว่า ..... ทำไมเป็นภาพสุนัขคะ
ตอบคุณหมอธิว่า ...
เพราะยังไม่ได้เอารูปอะไรมาใส่ในบล็อกนี้เลย
นอกจากรูป "สุนัข" ตัวนี้
อีกอย่างมันดูโดดเดี่ยวและเดียวดายดีครับ ;)...
อ่านแล้วพบว่าอาจารย์มีความอดทนมากๆๆ
ตามมาให้กำลังใจในการสอนครับ
ขอบคุณมากครับ ท่านอาจารย์ ขจิต ฝอยทอง ;)...
เส้นทางชีวิตที่งดงามค่ะ เป็นต้นแบบได้ดีแน่นอน ขอให้เส้นทางข้างหน้าเป็นไปตามที่หวังและตั้งใจนะคะ
ขอบคุณมากครับ คุณ โอ๋-อโณ ;)...