มีเสียงผู้หญิงหลายคนคุยกันตามสายมาด้วย ว่าจะหาผร..ัว ใหม่แล้วหรือ มร. ึง

   

   คืนวันศุกร์ที่ผ่านมา สี่ทุ่มกว่า มีโทรศัพท์เข้ามาเบอร์แปลกๆ พอเสียงในสายเอ๋ยสวัสดีเท่านั้นก็จำเสียงได้ ว่าเป็นเพื่อนเก่าที่พึ่งจะลาออกไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

  " มาสั่งผู้โดยสาร จอดอยู่หน้าบ้านนี้เอง"เสียงในสายบอก

   "อ้อ..เห็นแล้วเชิญเข้ามาในบ้านก่อน เด๊่ยวหาที่จอดรถให้"ผู้เขียนบอก

   หลังจอดรถเสร็จผู้เขียนถามเพื่อนว่ารบกวนเวลาทำงานหรือเปล่า เขาบอกไม่เป็นไร จะกลับบ้านแล้ว ไม่รีบร้อนเพราะเป็นรถแท็กซี่ส่วนตัวอยู่แล้ว หลังจากนั้นก็ไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบของการทำมาหากินของกันและกัน

   "ต้องเลือกผู้โดยสารหรือเปล่าวิ่งกลางคืน ข่าวมีบ่อยๆพวกผู้ร้ายน่ะ"ผู้เขียนถามด้วยความอยากรู้และอดเป็นห่วงไม่ได้

   "ไม่เคยเจอนะ เจอแต่พวกผู้หญิง"เพื่อนบอกและเล่าต่อว่า...

   เคยเจอหญิงสาวสวยแต่งตัวเหมือนไฮโซ บอกไปจุดหมายที่ไม่ไกลนัก เธอดูสาวสวย แต่งตัวเปรี้ยวฉุดฉาดสะดุดตาตั้งแต่ยืนโบกรถแล้ว แปลกใจที่เธอขึ้นมานั่งด้านหน้า ปกติผู้หญิงมาคนเดียวจะนั่งด้านหลัง ระหว่างนั่งเธอก็อวดเรือนร่างทั้งส่วนล่างและด้านบน

   "เธอถามว่า พี่เคยเที่ยวไหม ผมก็ถามกลับไปว่าเที่ยวอะไร" แท็กซี่เล่าต่อว่า

   เธอบอกก็เที่ยวอย่างว่า สำหรับพี่หนูคิดราคาพิเศษ เขาก็บอกไปตรงๆเขาไม่เคยเที่ยวผู้หญิง และวัยอย่างเขาก็เข้าวัดเข้าวาแล้ว ผู้หญิงคนนั้นก็ยังตื้ออยู่นั่น ลดราคาลงให้อีก จนในที่สุดเขาก้จอดให้ลง โดยไม่ได้ค่ามิเตอร์สักบาทเดียว

   เขาเล่าว่า หลังจากนั้นหลายวันต่อมาเขาก็พบกับผู้หญิงคนนั้นอีกยืนโบกแท็กซี่เขาใกล้ๆจุดเดิม

   "แล้วจอดรับไหม"ผู้เขียนถามยิ้มๆ

   "เปล่า ไม่จอด ท่าทางจะจำผมไม่ได้ แต่ผมจำได้ดี"

   "แสดงว่าเธอหากินอย่างว่ากับแท็กซี่หลายคน จึงจำใครต่อใครไม่ได้ แต่แท็กซี่น่าจะจำเธอได้"ผู้เขียนพยายามสรุป

...........

   มีอีกครั้งหนึ่ง แท็กซี่เพื่อนเก่าเล่าต่อ...ตอนกลางวันแสกๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวใส่สายเดี่ยวเปรี้ยวจิ๊ดโบกรถขึ้นมา ก่อนขึ้นท่าทางก็ปกติ แต่พอนั่งเบาะหลังสักพักก็หลับปุ่ย แล้วไม่หลับธรรมดาด้วย เสื้อผ้าหลุดลุ่ย กระโปรงถลกจนเห็นกางเกงใน

   "เธอบอกจะไปโรงพัก ที่ไม่ไกลนัก"แท็กซี่เล่าต่อว่า...เธอมีปัญหากับแฟนจะไปแจ้งความ แต่พอขึ้นรถได้ก็หลับ พอถึงโรงพักจึงปลุกให้เธอรู้ว่าถึงแล้ว แต่เธอไม่ยอมลงง่ายๆ เพื่อนแท็กซี่จึงขู่ว่าถ้าไม่ลงจะไปบอกตำรวจมาเชิญให้ลง เธอจึงยอมลง และไม่ได้ค่าโดยสารอีกตามเคย

   ระหว่างที่เลี้ยวรถจะออกจากโรงพักเธอวิ่งมาเคาะรถ บอกว่าลืมกระเป๋าสะพาย มองไปเบาะหลังเห้นวางอยู่จึงเอื้อมหยิบส่งให้เธอ แล้วตั้งท่าจะขยับรถออก เธอก็เคาะอีกครั้ง

   "คราวนี้เธอบอกว่า ลืมโทรศัพท์มือถือ"แท็กซี่เล่าด้วยน้ำเสียงราบเรียบต่อว่า ... มองเบาะหลังก็ไม่เห็นมีมือถือ ก้มมองด้านล่างก็ไม่เห็น เธอจึงบอกเบอร์ของเธอเพื่อให้เราโทรหา

   "...เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในกระเป๋าของเธอ" เพื่อนเล่ามาถึงตรงนี้ทำให้ผู้เขียนหัวเราะออกมา

  "แต่ยังไม่จบแค่นั้นนะ..."

  "อ้าว แล้วมีอะไรอีกล่ะ"ผูเขียนหายขำแต่ความสงสัยเข้ามาแทน แท็กซี่เพื่อนเก่าเล่าต่อว่า

   วันต่อมามีโทรศัพท์โทรเข้ามาตอนตีหนึ่งซึ่งตอนนั้นเข้าบ้านนอนแล้ว จำไม่ได้ว่าเป็นเบอร์ใคร พอรับสายก็เป็นเสียงผู้หญิงโทรมาชวนไปเที่ยวเป็นเพื่อน มีเสียงผู้หญิงหลายคนคุยกันตามสายมาด้วย ว่าจะหา ..ัว ใหม่แล้วหรือ มร ึง

   ทำให้เพื่อนจึงนึกขึ้นได้ว่า คงเป็นผู้หญิงขี้เมาคนนั้นแน่ๆ ที่หลอกให้เขาโทรหาโทรศัพท์ที่แกล้งว่าหาย และจัดเก็บเบอร์เขาไว้

   "แสดงว่าเธอต้องเคยได้แท็กซี่อารมณ์เปลี่ยว เป็นลูกค้าของเธอแน่ๆ โดยใช้วิธีอันฉลาดแบบนี้"ผู้เขียนพยายามสรุปอีกครั้ง

   "แต่ผมไม่ยอมตกเป็นเหยื่อหรอก ฮ่า ฮ่า.." พูดจบพวกเราก็หัวเราะขึ้นพร้อมๆกัน

   ห้าทุ่มกว่าจึงเดินไปส่งเพื่อนที่รถ ถามว่าถ้าได้ผู้โดยสารจะรับไหม เพื่อนบอกว่ารับ

   จึงแกล้งแหย่เพื่อนว่าถ้าเจอผู้หญิงสวยๆใส่สายเดี่ยวกระโปรงสั้นๆจะรับไหม

  เพื่อนไม่พูดอะไร แต่เราทั้งสองก็หัวเราะขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง...

..............

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ขอให้มีความสุขสงบ

ในวันที่อากาศสลับสลัวขมุกขมัว

17 สิงหาคม 2556

พ.แจ่มจำรัส

ขอบคุณภาพจาก dreamstime.com