บีแมนมีอาเขยอยู่คนหนึ่ง อาเขยคนนี้ได้แต่งงานกับน้องสาวของแม่คนที่สอง และเป็นผู้ให้กำเนิดบุคคลสำคัญในวงการสาธารณสุขคือ นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน
อาเขยคนนี้ เคยค้าขายอยู่ที่ตลาดบ้านนา มีคติการค้าขายว่า "กำไรน้อย กำไรมาก, กำไรมาก กำไรน้อย" ซึ่งมีความหมายในเชิงการค้าการขาย ว่า
- "กำไรน้อย กำไรมาก" : ถ้าขายของเอากำไรจากของแต่ละชิ้นน้อยๆ ก็จะขายได้มากชิ้น เมื่อขายได้มากชิ้น ก็จะำได้กำไรมากไปเอง
- "กำไรมาก กำไรน้อย" : ถ้าขายของเอากำไรจากของแต่ละชิ้นมากๆ ก็จะขายได้น้อยชิ้น เมื่อขายได้น้อยชิ้น ก็จะได้กำไรน้อยไปเอง
บีแมนเลยขอยืมคำนี้มาแปลงใหม่ว่า "เงินเดือนน้อยเงินเดือนมาก เงินเดือนมากเงินเดือนน้อย"
ความหมายก็เป็นเรื่อง เงินๆ ทองๆ เหมือนกัน
ตามความคิดเห็นของบีแมน "ไม่มีถูกไม่มีผิด"
- การมีเงินเดือนน้อย ถ้ารู้จักใช้ การมีเงินเดือนน้อยก็เหมือนกับการมีเงินเดือนมากได้เหมือนกัน
- การมีเงินเดือนมาก ถ้าไม่รู้จักใช้ การมีเงินเดือนมากก็เหมือนกับการมีเงินเดือนน้อยได้เหมือนกัน
บีแมนคิดมาหลายปีแล้วว่า การที่เรามีเงินเดือนน้อย (เมื่อเทียบกับคนรุ่นราวคราวเดียวกัน-ที่เขามีเงินเดือนมากกว่าเรา ไม่ไปเปรียบเทียบกับคนที่เงินเดือนน้อยกว่าเรา) เป็นการสร้างสถานการณ์อย่างหนึ่ง ทำให้เราถูกกดดันจากสิ่งรอบข้าง ดังนั้นเราต้องเอาชนะใจของตัวเองในเรื่องเหล่านี้ และทำให้เราค้นคิด สารพัดวิธีสร้างความประหยัดขึ้นมาได้ ซึ่งได้ซ่อนไว้ในหลายบันทึก โดยเฉพาะบันทึกที่มี Keyword/tag ว่า "ครอบครัวตึ๋งหนืด"
สรุปว่า ก่อนจะคิด วาทะนี้ บีแมนได้ลองปฏิบัติดูแล้ว ได้ผลดีเป็นที่น่าพอใจ และชีวิตของบีแมนก็จะตั้งอยู่บนความไม่ประมาท ในการบริหารการเงิน...มีหลายคนเชียร์ให้บีแมน "ทำผลงาน" เพื่อเลื่อนขั้นเงินเดือน แต่บีแมนก็ไม่ยอมทำ เพราะมีวิธีคิดที่แตกต่าง ไปจากคนอื่นๆ นั่นเอง
สนใจวิธีคิดที่อาจารย์พูดถึงจังค่ะ เพราะคิดว่าตัวเองอาจจะมีแนวคิดเดียวกับอาจารย์ แต่ไม่อยากคิดออกมาดังๆเพราะความคิดเราเมื่อเทียบกับคนอื่นแล้วออกจะประหลาดเอาการอยู่ค่ะ