สาส์นรักบนกลีบดอกปะหนัน

(ภาพจากอินเทอร์เน็ต)

เหลือบเห็นปะหนันสำคัญคิด เหมือนวันพี่ลิขิตด้วยนขา

อิเหนาชมสวนดอกไม้ เหลือบเห็นดอกปะหนัน หรือ ดอกลำเจียก

ก็หวนคิดถึงครั้งที่เคยเขียนจดหมายรักถึงนางในดวงใจ

นางนั้นจะเป็นผู้ใด บุษบาหรือจินตะหราวาตี

อิเหนาใช้เล็บเขียนข้อความลงบนกลีบดอกปะหนันส่งให้นางบุษบา

ในลักษณ์นั้นว่าจรกา รูปชั่วต่ำช้าทั้งศักดิ์ศรี

ทรลักษณ์พิกลอินทรีย์ ดูไหนไม่มีจำเริญใจ

เกศานาสิกขนงเนตร สมเพชพิปริตผิดวิสัย

เสียงแหบแสบสั่นเป็นพ้นไป รูปร่างช่างกระไรเหมือนยักษ์มาร

เมื่ยิ้มเหมือนหยอกหลอกเหมือนขู่ ไม่ควรคู่เคียงพักตร์สมัครสมาน

ดังกากาจชาติช้าสาธารณ์ มาประมาณหมายหงส์พงศ์พระยา

แม้นแผ่นดินสิ้นชายที่พึงเชย อย่ามีคู่เลยจะดีกว่า

พี่พลอยร้อนใจแทนทุกเวลา ฤๅวาสนาน้องจะต้อกัน

ไม่ใช่สาส์นรัก หากแต่เป็นสาส์นที่เยาะเย้ยถากถาง เหน็บแนมสารพัด จนนางบุษบาทนไม่ได้ต้องฉีกทิ้งทันที ส่วนสาส์นรักของอิเหนานั้นส่งไปถึงนางจินตะหราวาตี รักแรกของอิเหนา มีใจความว่า...

ในลักษณ์อักษรเสน่หา ของพี่ยาจารึกกลีบปะหนัน

มาแจ้งความทรามวัยวิไลวรรณ ด้วยผูกพันพิศวาสไม่คลาดคลาย

แต่ทุกข์ตรอมจนผอมผิดรูปร่าง เจ้าไม่เห็นบ้างฤๅโฉมฉาย

ถึงจะม้วยชีวันอันตราย ก็ไม่หมายว่าจะคืนพารา

นี่เนื้อชะรอยกรรมได้ทำไว้ จะจำไกลพุ่มพวงดวงยิหวา

มิรู้ที่จะขัดพระบัญชา จะขอลาโฉมฉายอยู่จงดี

ซ่าโบะจะขอเปลี่ยนสไบนาง ไปชมพลางต่างพักตร์ยาหยี

กับทั้งชานสลาจงปรานี เหมือนช่วยชูชีวีของพี่ไว้

ถึงกลับไปก็ไม่อยู่ช้า จะคืนกลับมาชมชิดพิสมัย

จะเป็นมิตรไมตรีแต่นี้ไป ดังได้ตุนาหงันกันมา

ยามรักน้ำต้มผักขมยังชมหวาน

แต่ครั้นยามยืดจืดกร่อยทั้งอ้อยตาล

ในกาลต่อมา...

นางจินตะหราวาตีผู้ได้รับสาส์นรักฉบับนี้ถึงกับพ้อว่า...

แล้วว่าอนนิจาความรัก เพิ่งประจักษ์ดังสายน้ำไหล

มีแต่จะเชี่ยวเป็นเกลียวไป ที่ไหนจะไหลคืนมา...