“คุณยาย..ป่วยเป็นโรคที่ไม่มีใครอยากจะเป็น หมอตรวจพบว่า มันเป็นระยะสุดท้าย …


เรื่องนี้เป็นประสบการณ์ การดูแลผู้ป่วย Palliative Care ที่อยากจะเล่าสู่กันฟัง

สิ่งที่น่าแปลกอยู่อย่างหนึ่งก็คือ คุณยายไม่มีอาการเจ็บปวดใด ๆ ในร่างกายเลย

นี่ละกระมัง..ที่เรียกกันว่าอานิสงค์ของการปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมาตลอดชีวิต...

  

         คุณยายเนาว์..เป็นแม่ของพี่พนักงานสถานีอนามัย (พสอ.) ที่รพ.สต.  ที่ผู้เขียนทำงานอยู่ ผู้เขียนกับครอบครัวของคุณยายเนาว์จึงคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ผู้เขียนมักจะแวะเวียนไปเยี่ยมเยียน ทักทายคุณยายอยู่เป็นประจำ คุณยายเป็นผู้สูงอายุอารมณ์ดี มีรอยยิ้มจาง ๆ อยู่บนใบหน้าเสมอ ๆ  การเป็นคนอารมณ์ดีของคุณยาย จึงทำให้พวกเรามีเสียงหัวเราะร่วนทุกครั้ง เมื่อได้มานั่งเล่นที่บ้านคุณยาย

        ในยามเช้ามืดทุกวันพระ... ภาพคุณยายหาบคอนกระติบข้าวเหนียว ปิ่นโตอาหาร สำหรับถวายจังหันเช้าและสัมภาระสำหรับจำวัดของคุณยาย มีให้เห็นอยู่เป็นประจำ คุณยายเนาว์ เป็นผู้เฒ่าผู้แก่ที่ร่วมก่อร่างสร้างบ้านเชียงพิณมาตั้งแต่เริ่มแรก ปัจจุบันเป็นผู้นำผู้สูงอายุกลุ่มสารภัญญะ นำสวดมนต์เย็นในวันศิล(วันพระ) และสวดสาระภัญญะในงานศพของหมู่บ้าน

         คุณยายเนาว์ อายุครบ 81 ปี เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2556 มีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว เดินเหินไปมาสะดวก ช่วยเหลือตัวเองได้ตามอัตภาพ คุณยายเนาว์อยู่บ้านหลังเล็กกับตาทองสองคน ถัดออกไปด้านหน้าเป็นบ้านของลูกสาวทั้งสามคน ที่ปลูกในพื้นที่ที่คุณยายแบ่งปันให้ลูก ๆ ครบทุกคนได้อาศัยอยู่ในบริเวณเดียวกัน คุณยายเนาว์มีลูกทั้งหมด 8 คน ยังมีชีวิตอยู่ 5 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 3 คน พี่อ้วน(พสอ.)เป็นลูกสาวคนกลาง ...สองสามวันก่อนคุณยายมีอาการปวดแสบทางเดินปัสสาวะ ลูก ๆ จึงพาไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลอุดรธานี แพทย์สั่งแอ็ดมิตให้นอนโรงพยาบาล คุณยายได้รับการตรวจวินิจฉัยหลายอย่าง ในระยะเวลากว่าสองสัปดาห์จึงได้กลับมานอนพักที่บ้าน

         เมื่อความเจ็บป่วยถามหา ร่างกาย จิตใจก็ผันแปรตามความเจ็บป่วยนั้น คุณยายเนาว์เริ่มมีอาการหงุดหงิด เอะอะเป็นบางครั้งเมื่อลูก ๆ ปฏิบัติไม่ได้ดั่งใจและมักบ่นว่าอ่อนเพลียมาก รับประทานอาหารได้น้อยลง และมักจะนอนนิ่ง ๆ อยู่ตลอดเวลา เหมือนว่าคุณยายนอนหลับ แต่ลูก ๆ ก็รู้ว่าคุณยายไม่ได้หลับ ซึ่งอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงมักพบบ่อยในผู้ป่วยโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ถึงร้อยละ 70 และพบในหญิงมากกว่าชาย

         เมื่อผู้เขียนไปเยี่ยมคุณยาย ก็ได้ประเมินสุขภาพทั่วไป ตรวจวัดความดันโลหิต ประเมินสภาวะจิตใจ ผู้ป่วยในระยะนี้ส่วนใหญ่จะมีอาการอ่อนแรงและนอนหลับมากขึ้น การรับประทานอาหารและดื่มน้ำลดลง การหายใจสั้นลงและหยุดเป็นพัก ๆ  ริมฝีปากแห้ง สีหน้าไม่แสดงอาการเจ็บปวดใด ๆ ซึ่งคุณยายก็มีอาการต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาเช่นกัน นอกจากนี้คุณยายยังมีตา ตัวเหลือง และท้องโตเล็กน้อยร่วมด้วย เมื่อประเมินสุขภาพคุณยายเสร็จแล้ว ก็ประเมินความรู้สึกของญาติ ๆ และปรึกษาญาติว่าจะบอกความจริงกับคุณยายหรือไม่ว่าป่วยเป็นโรคอะไร ซึ่งเป็นกระบวนการหนึ่งในการบอกความจริงกับผู้ป่วย ด้วยความที่คุณยายไม่เคยเจ็บป่วยด้วยโรคใด ๆ มาก่อน ญาติจึงตัดสินใจร่วมกันว่า จะปกปิดเรื่องโรคที่ป่วยกับคุณยาย เพราะคุณยายเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย อยากให้คุณยายอยู่กับญาติ ๆ อย่างมีความสุขไปนาน ๆ นั่นคือการตัดสินใจร่วมกันของญาติและผู้ดูแล

          ผู้ป่วยในช่วงสุดท้ายของชีวิตอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้หลายอย่าง โดยแต่ละอาการมีสาเหตุมาจากร่างกายที่ทรุดลงจากโรคที่เป็นอยู่ เป้าหมายการดูแลผู้ป่วยในระยะนี้คือ การอธิบายธรรมชาติของกระบวนการตายให้ญาติและผู้ดูแลเข้าใจในแต่ละอาการ เพื่อจะได้ไม่ตกใจหรือรู้สึกผิดว่าไม่ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยในระยะสุดท้าย ญาติและผู้ดูแลจะได้ลดความกังวลลงและดูแลผู้ป่วยอย่างถูกวิธี แม้การจากกันจะเป็นเรื่องเศร้า แต่การเตรียมการที่ดีจะทำให้ความโศกเศร้านั้นอยู่ไม่นานเกินไป และกลับสู่ภาวะปกติได้เร็วขึ้น ทุกคนในครอบครัวจะได้มีประสบการณ์ที่ดีในการเรียนรู้และเติบโตหลังจากการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายร่วมกัน

          หลายวันมาแล้วที่พี่อ้วน เปิดเทปธรรมะให้แม่ฟัง ตามคำแนะนำของพยาบาลประจำบ้าน(ผู้เขียน) คุณยายมีอาการสงบลงอย่างเห็นได้ชัด  ก่อนวันพระ คุณยายมีอาการอ่อนเพลีย รับประทานอาหารได้น้อยลงเรื่อย ๆ แต่ก็ยังมีแรงพูดคุยกับเพื่อนบ้าน ญาติธรรมที่แวะมาเยี่ยมให้กำลังใจอยู่ไม่ขาด ....ขณะที่คุณยายนอนหลับตา แวดล้อมไปด้วยลูก ๆ หลาน ๆ เหมือนคุณยายจะฝันแล้วละเมอร้องออกมาเสียงดัง  พอที่ลูกสาวที่นั่งดูแลอยู่ข้าง ๆ จะได้ยิน...

คุณยายเนาว์  :   ”หล่า ๆ เพิ่นมาแล้ว เพิ่นมาแล้ว...

พี่อ้วน (ลูกสาว)  :  ผู้ใด๋หละแม่..(พี่อ้วนนั่งถามอยู่ข้าง ๆ โดยไม่ได้ปลุกให้แม่ตื่น)

คุณยายเนา  :  ..ปู่ใหญ่... ปู่ใหญ่(หลวงปู่)ที่เพิ่นเป็นพระพุทธเจ้า เพิ่นมาแล้ว...

พี่อ้วน (ลูกสาว)  :  แม่.. แม่ทำใจให้สบายเด้อ บ่ต้องห่วงหยังอีก ทำใจให้สบายแล้วหย่าง (เดิน) ตามเพิ่น

                            ไป  เพิ่นมาฮับ(รับ)แม่แล้ว ไปอยู่กับปู่ใหญ่เด้อบาดหนิ ( ((

                             (พี่อ้วนบอกว่ามีสติมากขึ้นเมื่อได้รับการเตรียมความพร้อมต่อกระบวนการตายและการจากไป                                    ของชีวิตไปสู่อีกภพหนึ่งอย่างสงบ)


ความตาย

เป็นวิกฤตทางร่างกาย

แต่ก็เป็นโอกาสทางจิตใจด้วย”

                       พระไพศาล  วิสาโล



  ในวันที่ฟ้ามัวหม่น...คุณยายเนาว์..จากไปอย่างสงบ ห้อมล้อมด้วยลูกหลาน อย่างอบอุ่น...

ช่วงเวลาชีวิต..ของชีวิตคน ๆ หนึ่ง ที่ได้กระทำคุณงามความดีต่อตนเอง ต่อครอบครัว และต่อสังคมมามากมาย  ได้จบลงแล้ว เหลือไว้แต่ความทรงจำที่ดี ไว้เป็นอนุสรณ์ของคนดีแด่คนรุ่นหลังได้ปฏิบัติตามต่อไป



  คุณยายเนาว์ เป็นผู้นำกลุ่มผู้สูงอายุในหมู่บ้าน ในการทำพิธีทางศาสนา และเป็นผู้นำกลุ่มสวดมนต์สารภัณญะทุก ๆ วันพระและทุก ๆ งานศพในหมู่บ้านมิได้ขาด แล้วบทสวดสารภัณญะในวันนี้ คุณยายก็เป็นผู้นอนฟังลูกศิษย์สวดให้ฟังอย่างสบาย ๆ ในมุมของคุณยาย



คุณยายเนาว์..จากไปอย่างมีความสุข พิสูจน์ผญาความสุขของไทอิสาน ที่กล่าวไว้ว่า

ชีวิตนี้ ขอแต่มีข้าวกิน

มีดินอยู่

 มีคู่นอนนำ

มีเงินคำเต็มถงไถ

 มีเฮือนหลังใหญ่ปูไม้แป้นกระดาน

ยามเจ็บไข้มีลูกหลานเฝ้าดูแล,,,



เมื่อครั้งที่คุณยายกลับมานอนพักที่บ้านคุณตาจะคอยดูแลคุณยายอยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา  โดยมีพยาบาลประจำบ้าน ให้การสนับสนุนส่งเสริมสัมพันธภาพ กระตุ้นการสร้างความรักความอบอุ่นในครอบครัว



ในชีวิตของคน ๆ หนึ่งที่ได้เกิดมา ทำคุณงามความดี และเป็นคนดีของสังคม

....พฤษภกาษร อีกกุญชรอันปลดปลง

โททน เสน่ห์คง สำคัญหมาย ในกายมี

นรชาติวางวาย  มลายสิ้นทั้งอินทรีย์

สถิตทั่วแต่ชั่วดี ประดับไว้ในโลกา

(ผู้เขียนได้รับเกียรติจากเจ้าภาพให้อ่านประวัติของคุณยาย จึงใช้กลอนบทนี้ จบประวัติของคนดี ...)