|
ลองนำหลักการมาตั้งเป็นหลักคิด แล้วมองไปในปรากฏการณ์ทาง การศึกษา การศาสนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง ก็น่าจะขยายมุมมองได้อีกทาง หลักการตลาด ตัดต่อ ย่อมาจาก http://www.nanosoft.co.th/maktip01.htm 4P Product Price Place Promotion การใช้คือการวางแผนในแต่ละส่วนให้เข้ากัน และเป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่เราเลือกเอาไว้ให้มากที่สุด ในบางธุรกิจอาจจะไม่สามารถปรับเปลี่ยน ทั้ง 4P ได้ทั้งหมดในระยะสั้น เราสามารถ ค่อยๆปรับกลยุทธ์จนได้ ส่วนผสมทางการตลาดได้เหมาะสมที่สุด เรียกว่า marketing mix อ่านกันทีละส่วน |
| 1. Product ก็คือสินค้าหรือบริการที่เราจะเสนอให้กับลูกค้า แนวทางการกำหนดตัว product ให้เหมาะสมก็ต้องดูว่ากลุ่มเป้า หมายต้องการอะไร เช่น ต้องการน้ำผลไม้ที่ สะอาด สด ในบรรจุภัณฑ์ถือสะดวก โดยไม่สนรสชาติ เราก็ต้องทำตามที่ลูกค้าต้องการ ไม่ใช่ว่าเราชอบหวานก็จะพยายามใส่น้ำตาลเข้าไป แต่โดยทั่วไปแนวทางที่จะทำสินค้าให้ขายได้มีอยู่สองอย่างคือ 1.1 สินค้าที่มีความแตกต่าง โดยการสร้างความแตกต่างนั้น จะต้องเป็นสิ่งที่ลูกค้าสามารถสัมผัสได้จริงว่าต่างกันและ ลูกค้าตระหนักและชอบในแนวทางนี้ เช่น คุณสมบัติพิเศษ รูปลักษณ์ การใช้งาน ความปลอดภัย ความคงทนโดยกลุ่มลูก ค้าที่เราจะจับก็จะเป็นลูกค้าที่ไม่มีการแข่งขันมาก (niche market) 1.2 สินค้าที่มีราคาต่ำนั่นคือการยอมลดคุณภาพในบางด้านที่ไม่สำคัญลงไป เช่น สินค้าที่ผลิตจากจีน จะมีคุณภาพไม่ดี นักพอใช้งานได้ แต่ถูกมากๆหรือ สินค้าที่เลียนแบบแบรนด์ดังๆ ในซุปเปอร์สโตรต่างๆ นักธุรกิจมือ ใหม่ควรเลือกในแนวทาง สร้างความแตกต่างมากกว่า การเป็นสินค้าราคาถูก 2. Price ราคาเป็นสิ่งที่ค่อนข้างสำคัญในการตลาด แต่ไม่ใช่ว่า คิดอะไรไม่ออกก็ลดราคาอย่างเดียวเพราะการลดราคาสินค้า อาจจะไม่ได้ช่วยให้การขายดีขึ้นได้ หากปัญหาอื่นๆยังไม่ได้รับการแก้ไข การตั้งราคาในที่นี้จะเป็นการตั้งราคาให้เหมาะสมกับ ผลิตภัณฑ์ และกลุ่มเป้าหมายของเรา เช่น หากเราขายน้ำผลไม้ที่จตุจักร ราคาอาจจะต้องถูกหน่อย แต่หากขายที่สยาม หากตั้ง ราคาถูกไปเช่น 10 บาท กลุ่มที่เป็นเป้าหมายอยากให้ซื้ออาจจะไม่ซื้อ 2.1 กำหนดราคาตามลูกค้า คือการกำหนดราคาตามที่เราคิดว่า ลูกค้าจะเต็มใจจ่าย ซึ่งอาจจะได้มาจากการทำสำรวจ หรือแบบสอบถาม 2.2 กำหนดราคาตามตลาด คือการกำหนดราคาตามคู่แข่งในตลาด ซึ่งอาจจะต่ำมากจนเราจะมีกำไรน้อยดังนั้นหาก เรา คิด ที่จะกำหนดราคาตามตลาด เราอาจจะต้องมานั่งคิดคำนวณย้อนกลับว่า ต้นทุนสินค้าควร เป็นเท่าไรเพื่อจะได้กำ ไร ตามที่ตั้งเป้า แล้วมาหาทางลดต้นทุนลง 2.3 กำหนดราคาตามต้นทุน+กำไร วิธีนี้เป็นการคำนวณว่าต้นทุนของเราอยู่ที่เท่าใด แล้วบวกค่าขนส่ง ค่าแรงของเรา บวกกำไร จึงได้มาซึ่งราคา แต่หากราคาที่ได้มาสูงมาก เราอาจจำเป็นต้องมีการทำประชาสัมพันธ์ หรือปรับภาพลักษณ์ ให้เข้ากับราคานั้น |
| 3. Place คือวิธีการนำสินค้าไปสู่มือของลูกค้า หากเป็นสินค้าที่จะขายไปหลายๆแห่ง วิธีการขายหรือการกระจายสินค้าจะมีความ สำคัญมาก หลักของการเลือกวิธีกระจายสินค้านั้นไม่ใช่ขายให้มากสถานที่ที่สุดจะดีเสมอ เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า สินค้าของท่านคือ อะไร และกลุ่มเป้าหมายท่านคือใคร เช่น ของใช้ในระดับบน ควรจะจำกัดการขายไม่ให้มีมากเกินไป เพราะอาจจะทำให้เสียภาพลักษณ์ได้ |
| 4. Promotion คือการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อบอกลูกค้าถึงลักษณะสินค้าของเรา เช่น โฆษณาในสื่อต่างๆ หรือการทำกิจกรรม ที่ทำให้คนมาซื้อสินค้าของเรา เช่นการทำการลดราคาประจำปี หากจะพูดในแง่ของธุรกิจขนาดย่อม การโฆษณาอาจจะเป็นสิ่งที่เกินความจำเป็นเพราะจะต้องใช้เงิน จะมากหรือน้อยก็ ขึ้นกับ ช่องทางที่เราจะใช้ ที่จะดีและอาจจะฟรีคือ สื่ออินเตอร์เนต ซึ่งมีผู้ใช้เพิ่มจำนวนขึ้นมากในแต่ละปี |
(หากมีเวลาอ่านต้นฉบับเขานะครับ)
ลองไปพิจารณาปรากฏการณ์เหล่านี้นะครับ
บทเรียนจากความจริง โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ใน แนวหน้า
คำถามถึงรมต.จาตุรนต์-ทำไมต้องให้ ธรรมกายฝึกจริยธรรมครูทั่วประเทศ
ผมรู้จักท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง เพราะเคยเป็นที่ปรึกษาท่านเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วงแรก จึงอยากฝากคำถามดังๆ ไปถึงท่าน.. นโยบายฝึกจริยธรรมคุณธรรมของครูทั่วประเทศกว่า 500,000 คน นั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ทำไมต้องทำโดยธรรมกาย?
เมื่อผมได้ยินนโยบายดังกล่าว ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก เพราะคิดว่ายังไม่ได้ลงมือทำ แต่เมื่อวันพุธที่ 24 และพฤหัสบดีที่
25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งผมได้ไปจัดประชุมปฏิบัติการเชิงลึก (Deepening Workshop) กลุ่มภาคใต้ (ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา) : โครงการจัดทำแนวทางส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวและกีฬาเชิงบูรณาการรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่โรงแรมดิโอวาเลย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เมื่อเดินทางไปถึงโรงแรมดิโอวาเลย์เห็นมีผู้คนแต่งชุดขาวกว่า 200 คน ทำการฝึกสมาธิที่โรงแรม ความที่ผมเป็นคนอยากรู้อยากเห็นก็ไปถามว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นใคร? มาทำอะไรกัน?
คำตอบก็คือ เป็นครูในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาฝึกจริยธรรมกับธรรมกาย 3-4 วัน ท่านผู้อ่านลองคิดตามผมดู
จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสวนโมกข์ อำเภอไชยา มีท่านพุทธทาส มีท่านปัญญา ซึ่งเป็นแบบอย่างการสอนศาสนาเป็นที่ยอมรับ แต่ทำไมต้องเป็นกลุ่มธรรมกายมาทำการอบรมจริยธรรมแทน
ผมไม่มีอะไรขัดแย้งกับธรรมกาย แต่ธรรมกายทำงานเหล่านี้เพื่อเป้าหมายอะไร การเมืองต้องการอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?
ที่น่าจะเล่าให้ท่านรัฐมนตรีฟัง ก็คือ ครูที่มาครั้งนี้ก็ไม่ได้ปลื้มมากนัก เพราะหลายท่านกระซิบให้ผมฟังว่า
-เป็นนโยบายของรัฐบาลครับ
-พูดมากก็โดนความผิดทางวินัย
-จึงจำเป็นต้องทำตาม
ผมจึงตั้งคำถามมาให้ท่านคิดดูว่า นโยบายการศึกษาไทยในยุคปัจจุบันน่าไว้ใจแค่ไหน? การศึกษาปลอดการเมืองจริงหรือ?
มีรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ เพื่อใคร? เพื่อส่วนรวมหรือเพื่อเป้าหมายทางการเมือง? ท่านรัฐมนตรีคนเก่งตอบผมที
ยิ่งไปกว่านั้น ที่ทราบมาจะเป็นการจัดทั่วประเทศ ครูเป็นแสนๆ คน และธรรมกายจะเป็นผู้จัดผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว ธรรมกายเก่งและมีความสามารถในเรื่องจริยธรรม คุณธรรมแค่ไหน? คนไทยช่วยตอบผมที
ผมเขียนถึงรัฐมนตรีจาตุรนต์ก็เพราะคิดว่าท่านน่าจะเป็นบุคคลที่มีความคิด และมีเหตุผล จึงขอใช้สื่อของผม ถามดังๆ มีคำตอบ และถ้าท่านผู้อ่านมีความคิดอย่างไรก็กรุณาแบ่งปันข้อมูลกัน อาจจะผ่านทาง Social Medias ของผมก็ได้
/// สิ่งนึงที่ค่อนข้างเห็นด้วยกับอ.จีระ ว่าท่านรมต.ศึกษาท่านเอาบรรทัดฐานจากความเชื่อของท่านและรัฐบาลรึเปล่า หรือเป็นเพราะว่าทางผู้คนที่ศรัทธาในวัดธรรมกายฐานเสียงส่วนใหญ่เลือกพรรคท่านมา ไม่ได้บอกว่าใช่ทั้งหมด
ก็คือคนรวย และมีอำนาจในปัจจุบัน มีช่องทาง วิธีการใหม่ ๆ
ในการเพิ่มพูนความร่ำรวย และอำนาจเพื่อตนเอง
ด้วยค่าใช้จ่ายที่แสนแพงสำหรับคนจน และคนที่อ่อนแอ จึงเป็นหน้าที่ขอเราเหล่าผู้รักเสรีภาพสากล ทุกคน จะต้องประท้วงต่อต้านการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม
1. "ปั่น" การศาสนาที่บันทึกไว้แล้วกับ การตลาด http://www.gotoknow.org/posts/543480
2. การศึกษา บวก การศาสนา กับการตลาด
นำมาจาก
บอกต่อความจริง's photo.
แนวหน้า - คำถามถึงรมต.จาตุรนต์-ทำไมต้องให้ ธรรมกายฝึกจริยธรรมครูทั่ว ...
บทเรียนจากความจริง โดย ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์ ใน แนวหน้า
คำถามถึงรมต.จาตุรนต์-ทำไมต้องให้ ธรรมกายฝึกจริยธรรมครูทั่วประเทศ
ผมรู้จักท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนปัจจุบัน นายจาตุรนต์ ฉายแสง เพราะเคยเป็นที่ปรึกษาท่านเมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการช่วงแรก จึงอยากฝากคำถามดังๆ ไปถึงท่าน.. นโยบายฝึกจริยธรรมคุณธรรมของครูทั่วประเทศกว่า 500,000 คน นั้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ทำไมต้องทำโดยธรรมกาย?
เมื่อผมได้ยินนโยบายดังกล่าว ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก เพราะคิดว่ายังไม่ได้ลงมือทำ แต่เมื่อวันพุธที่ 24 และพฤหัสบดีที่
25 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ซึ่งผมได้ไปจัดประชุมปฏิบัติการเชิงลึก (Deepening Workshop) กลุ่มภาคใต้ (ประกอบด้วย 5 จังหวัด ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง และสงขลา) : โครงการจัดทำแนวทางส่งเสริมองค์ความรู้ด้านการท่องเที่ยวและกีฬาเชิงบูรณาการรองรับการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนที่โรงแรมดิโอวาเลย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เมื่อเดินทางไปถึงโรงแรมดิโอวาเลย์เห็นมีผู้คนแต่งชุดขาวกว่า 200 คน ทำการฝึกสมาธิที่โรงแรม ความที่ผมเป็นคนอยากรู้อยากเห็นก็ไปถามว่าพวกเขาเหล่านั้นเป็นใคร? มาทำอะไรกัน?
คำตอบก็คือ เป็นครูในจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาฝึกจริยธรรมกับธรรมกาย 3-4 วัน ท่านผู้อ่านลองคิดตามผมดู
จังหวัดสุราษฎร์ธานี มีสวนโมกข์ อำเภอไชยา มีท่านพุทธทาส มีท่านปัญญา ซึ่งเป็นแบบอย่างการสอนศาสนาเป็นที่ยอมรับ แต่ทำไมต้องเป็นกลุ่มธรรมกายมาทำการอบรมจริยธรรมแทน
ผมไม่มีอะไรขัดแย้งกับธรรมกาย แต่ธรรมกายทำงานเหล่านี้เพื่อเป้าหมายอะไร การเมืองต้องการอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า?
ที่น่าจะเล่าให้ท่านรัฐมนตรีฟัง ก็คือ ครูที่มาครั้งนี้ก็ไม่ได้ปลื้มมากนัก เพราะหลายท่านกระซิบให้ผมฟังว่า
-เป็นนโยบายของรัฐบาลครับ
-พูดมากก็โดนความผิดทางวินัย
-จึงจำเป็นต้องทำตาม
ผมจึงตั้งคำถามมาให้ท่านคิดดูว่า นโยบายการศึกษาไทยในยุคปัจจุบันน่าไว้ใจแค่ไหน? การศึกษาปลอดการเมืองจริงหรือ?
มีรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาฯ เพื่อใคร? เพื่อส่วนรวมหรือเพื่อเป้าหมายทางการเมือง? ท่านรัฐมนตรีคนเก่งตอบผมที
ยิ่งไปกว่านั้น ที่ทราบมาจะเป็นการจัดทั่วประเทศ ครูเป็นแสนๆ คน และธรรมกายจะเป็นผู้จัดผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว ธรรมกายเก่งและมีความสามารถในเรื่องจริยธรรม คุณธรรมแค่ไหน? คนไทยช่วยตอบผมที
ผมเขียนถึงรัฐมนตรีจาตุรนต์ก็เพราะคิดว่าท่านน่าจะเป็นบุคคลที่มีความคิด และมีเหตุผล จึงขอใช้สื่อของผม ถามดังๆ มีคำตอบ และถ้าท่านผู้อ่านมีความคิดอย่างไรก็กรุณาแบ่งปันข้อมูลกัน อาจจะผ่านทาง Social Medias ของผมก็ได้
/// สิ่งนึงที่ค่อนข้างเห็นด้วยกับอ.จีระ ว่าท่านรมต.ศึกษาท่านเอาบรรทัดฐานจากความเชื่อของท่านและรัฐบาลรึเปล่า หรือเป็นเพราะว่าทางผู้คนที่ศรัทธาในวัดธรรมกายฐานเสียงส่วนใหญ่เลือกพรรคท่านมา ไม่ได้บอกว่าใช่ทั้งหมด
เมื่อนำหลักการตลาด กับการเมืองไปใช้ร่วมกัน การเมืองเรื่องของผู้มีอำนาจรัฐจึงเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ที่ต้องตามให้ทันการคัดค้านให้ได้เหมือนดังที่ เนลสันได้กล่าวไว้ ตามบันทึกไวัใน http://www.gotoknow.org/posts/542848
“Where globalization means, as it so often does,
that the rich and powerful now have new means
to further enrich and empower themselves
at the cost of the poorer and weaker,
we have a responsibility to protest
in the name of universal freedom.”
Nelson Mandela
สรุปความตามคำกล่าวของเนลสัน
โลกาภิวัตน์ตามที่เข้าใจกัน และมันมักจะเป็นกันอยู่บ่อย ๆ ก็คือคนรวย และมีอำนาจในปัจจุบัน มีช่องทาง วิธีการใหม่ ๆ
ในการเพิ่มพูนความร่ำรวย และอำนาจเพื่อตนเอง
ด้วยค่าใช้จ่ายที่แสนแพงสำหรับคนจน และคนที่อ่อนแอ จึงเป็นหน้าที่ขอเราเหล่าผู้รักเสรีภาพสากล ทุกคน จะต้องประท้วงต่อต้านการใช้อำนาจที่ไม่ชอบธรรม
วิธีการใหม่ ๆ ส่วนหนึ่งก็ใช้กลยุทธทางการตลาด 4P