
ตอนเด็กๆ บ้านผมเคยเลี้ยงหมามาหลายตัว ถ้าจำไม่ผิดแต่ละตัวแก่ตายกันไปตามช่วงวัย จนผมโตและทำงานแล้ว พ่อกับแม่ผมก็ยังเลี้ยงหมาอยู่ ตัวสุดท้ายนี่ชื่อ ลักกี้ มันเป็นหมาตัวเล็กหน้าตาน่ารักน่าชัง พ่อกับแม่ผมรักมันมาก จนมีอยู่วันหนึ่งมันก็วิ่งหายออกจากบ้านไป
...มันจะถูกรถชนไหม จะถูกใครทำร้ายรังแกหรือเปล่า จะไปนอนลำบากอยู่ที่ไหน จะมีใครให้อะไรมันกินบ้าง หรือมีใครใจบุญจับมันไปเลี้ยงเสียแล้ว
คือความวิตกกังวลที่ประเดประดังเข้ามาในความคิดความรู้สึกของเจ้าของ เมื่อหมาหลงไปแล้วไม่กลับบ้าน
ที่น่ากลัวมากๆ...สำหรับคนเลี้ยงหมาสมัยก่อน คือกลัวว่าหมาเราจะถูกรถจับหมาจรจัดของ กทม. เอาตัวไป (เดี๋ยวนี้จะยังมีใครรู้จักรถตระเวนจับหมาของ กทม. หรือเปล่าครับ?) ซึ่งเป็นที่ร่ำลือกันว่ามันอาจถูกฆ่าหรือถูกทิ้งให้ทรมานอยู่ในกรงขัง
ที่บ้านผมพยายามออกตามหาลักกี้กันอยู่นานหลายวัน แต่ไม่พบร่องรอยใดๆ พวกเราตัดสินใจทำโปสเตอร์ติดประกาศตามละแวกบ้าน พร้อมให้รางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแส
แล้วข่าวดีก็มาถึง มีสายข่าวแจ้งว่าลักกี้หลงไปอยู่กับร้านอาหารแห่งหนึ่งในอีกแยกถนน ซึ่งความจริงห่างจากบ้านไปไม่กี่ร้อยเมตร
หลายสัปดาห์ที่พ่อกับแม่เศร้าเสียใจ แม้ในวันตรุษจีนที่ลูกหลานมากันพร้อมหน้า แต่ผู้สูงวัยทั้งสองก็ยังไม่รู้สึกสดชื่น กระทั่งเจ้าลักกี้ได้กลับบ้าน พวกเขาถึงยิ้มแย้มยินดีเต็มสองใบหน้า
คุณผู้อ่านละครับ เคยหมาหายจนใจหล่นหาย หรือใจดีรับเลี้ยงหมาหลงบ้างไหม
ผมเคยสงสัยครับว่า ในเมื่อเราก็อุตส่าห์เลี้ยงดูมันอย่างดี ในเมื่อมันดีใจแกว่งหางไม่หยุดทุกครั้งที่เรากลับบ้านมาเจอมันแต่ละวัน และในเมื่อหมามีประสาทดมกลิ่นยอดเยี่ยม...
แต่ทำไมหมาถึงวิ่งจู๊ดหนีไปจากบ้านพักพิงอันอบอุ่นที่เรามอบให้ และทำไมมันถึงหลงทางกลับบ้านไม่ถูก?
เรื่องนี้นักศึกษาพฤติกรรมสัตว์อธิบายว่าขึ้นอยู่กับทั้งสัญชาตญาณดั้งเดิม นิสัย และการถูกฝึกหัดของหมา
อย่าลืมครับว่าหมาเลี้ยงทุกพันธุ์มีบรรพบุรุษคือหมาป่าที่เคยเที่ยวท่องไปในธรรมชาติ มันจึงไม่อาจทนความเย้ายวนของโลกภายนอก แต่จะรุนแรงมากน้อยแค่ไหนยังขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของหมาด้วย กรณีนี้หมามักไม่หนีไปไกลมาก เพราะมันอาจแค่ต้องการขอไป “เที่ยวเล่น” ส่วนแรงขับสำคัญอีกอย่างคือการอยากออกไปหา “คู่”
แต่กรณีซึ่งเกิดจากประสบการณ์เลวร้ายที่เคยฝังลึกในจิตใจตั้งแต่ตอนหมายังเล็กๆ เช่น ฟ้าผ่า เสียงตวาดดุด่า การทำร้าย รถชนกัน ฯลฯ เมื่อเกิดเหตุที่กระตุ้นความหวาดกลัวของมันขึ้นอีก มันอาจวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงแบบไม่คิดชีวิต ในกรณีนี้หมาอาจหนีไปไกลมาก และไม่ยอมแม้แต่จะให้เจ้าของเข้าใกล้มันเลยทีเดียว
ส่วนอุปนิสัยของหมาก็มีเอี่ยวไม่น้อย หมาที่ชอบผูกมิตรคนมักหลงไปไหนไม่ไกล และอาจถูกคนเอาไปเลี้ยงได้ง่าย อย่างเจ้าลักกี้เป็นต้น ส่วนหมาที่มีนิสัยระแวงคนแปลกหน้าอาจวิ่งหนีไปไกลขึ้น ยิ่งถ้ามีนิสัยเข้าขั้น “กลัวหรือเกลียด” คนแปลกหน้า มันก็จะยิ่งเตลิดไปไกลและมีโอกาสถูกรถชนได้ง่าย คนที่จะสนใจช่วยเหลือมันก็ยิ่งน้อยลงด้วยท่าทีก้าวร้าวของมันเอง
เมื่อหมาออกห่างไกลไปจากบ้านทุกที ไม่ว่าจะด้วยแรงขับใดก็ตาม กว่าจะรู้ตัวอีกครั้งมันก็อาจหลงทางเสียแล้ว ถึงตอนนั้นความกังวลและความกลัวปิดกั้นประสาทสัมผัสของมันจากการหาทางกลับ “บ้าน” มีตัวอย่างไม่น้อยที่เมื่อเจ้าของตามมาพบ แต่หมาตกอยู่ในภาวะเครียดจนจำเจ้าของไม่ได้ ต้องเรียกชื่อหรือให้ดมกลิ่นกันอยู่นาน หมาหลงถึงจะคลายความวิตกและระลึกได้ว่านี่คือเจ้าของที่มันรักมากที่สุด
หมาหลงว่าน่าสงสาร แล้วหมาที่ถูกทอดทิ้งล่ะ
หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ปี ค.ศ. ๑๙๕๗ ญี่ปุ่นพยายามฟื้นประเทศสร้างความเข้มแข็งให้แก่จิตใจคนในชาติด้วยการเข้าร่วมโครงการสำรวจดินแดนที่มนุษย์ยังรู้จักน้อยที่สุด นั่นคือทวีปแอนตาร์กติกาในขั้วโลกใต้ เรือเดินสมุทรที่ซ่อมแซมจากเรือขนส่งเสบียงที่ใช้ในช่วงสงครามพานักวิทยาศาสตร์และนักสำรวจชาวญี่ปุ่นพร้อมกับหมาซัคคาลิน ฮัสกี้ (Sakhalin Husky) หมาลากเลื่อนพันธุ์ท้องถิ่นของเกาะฮอกไกโดจำนวน ๑๕ ชีวิตไปด้วย พวกมันอยู่ช่วยทำงานให้นักสำรวจ ๑๑ คนที่นั่นเป็นเวลา ๑ ปี เมื่อเรือเดินสมุทรกลับมารับทีมสำรวจชุดแรกและหมาลากเลื่อนในปี ค.ศ. ๑๙๕๘ กลับประสบปัญหาติดแผ่นน้ำแข็ง ทีมสำรวจมีโอกาสขึ้นเฮลิคอปเตอร์กลับมาที่เรือก่อน โดยพวกเขาคิดว่าในวันต่อไปเรือจะเข้าไปรับฝูงหมาที่ถูกล่ามโซ่ไว้ แต่สภาพอากาศอันเลวร้ายและแผ่นน้ำแข็งที่รุมล้อมเรือทุกด้าน ทำให้ต้องนำเรือออกจากบริเวณนั้นอย่างเร่งด่วนที่สุด และหมดโอกาสกลับเข้าถึงทวีปแห่งน้ำแข็งนี้อีก
หมาลากเลื่อนผู้ซื่อสัตย์ทั้ง ๑๕ ชีวิตถูกทิ้งไว้อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางความหนาวเย็นอันโหดร้ายของทวีปแอนตาร์กติกา...นานถึง ๑ ปี โดยไม่อาจมีใครล่วงรู้ถึงชะตากรรม ขณะที่ความหวังจะรอดชีวิตนั้นแสนริบหรี่
เมื่อเรือเดินสมุทรมาถึงทวีปแอนตาร์กติกาเป็นครั้งที่ ๓ นักวิทยาศาสตร์ผู้ดูแลหมาทั้ง ๑๕ ตัวพบว่า ๗ ตัวนอนตายอยู่กับโซ่ล่าม ส่วนอีก ๘ ตัวหลุดหนีออกไปได้ เหลือไว้แต่ปลอกคอขาดและห่วงโซ่หัก
น่าอัศจรรย์ที่สุดเมื่อพบว่า “ทาโระ” และ “จิโระ” หมาสองพี่น้องเอาชีวิตรอดมาได้ แต่อีก ๖ ตัวหลงทางและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แม้แต่ “ริกิ” หมาหัวหน้าฝูงที่เข้มแข็งที่สุด
ในการพบกับมนุษย์อีกครั้งหลังจาก ๑ ปีที่ถูกทอดทิ้ง ทั้งสองตัวใช้เวลาอยู่นานกว่าจะยอมรับและเข้าหา...
“ทาโระ” และ “จิโระ” กลายเป็นฮีโร่ที่คนญี่ปุ่นหลังยุคสงครามยกย่อง พวกมันเป็นตัวอย่างของการต่อสู้และความพยายามเอาชนะอุปสรรคและความยากลำบาก
เมื่อจิโระตายลง ร่างของมันถูกสตัฟฟ์จัดแสดงอยู่คู่กับร่างของหมาฮาชิโกะผู้ซื่อสัตย์ในพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์กลางกรุงโตเกียว ส่วนทาโระอยู่ที่พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยฮอกไกโด
บางครั้งชีวิตคนเราก็อาจตกอยู่ในสภาพของหมาหลง ว่าแต่คุณคิดว่าจุดจบของคุณเป็นแบบไหน คุณเข้มแข็งพอจะเผชิญกับเส้นทางอันเปล่าเปลี่ยว หรือมีใครรักคุณจริงและมากพอจะช่วยพาคุณกลับบ้านบ้างหรือเปล่า
บรรณาธิการบริหาร
สุวัฒน์ อัศวไชยชาญ
เลี้ยงหมาหลงไว้ตัวหนึ่งค่ะ ไม่ทราบเหมือนกันว่าหลงหรือถูกปล่อย เป็นหมาโตแล้วค่ะ นิสัยดีและฉลาดมากค่ะ ไม่ทำร้ายน้องแมวอีกสองตัวที่เลี้ยงไว้ก่อนหน้าค่ะ เรียกได้ว่ารู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว น่ารักดีค่ะ เลี้ยงมาได้เกือบสองปีแล้วค่ะ
ได้ที่อยู่น่าอิจฉาจังครับ มันคงมีความสุขแน่ๆ
เข้าใจเปรียบเทียบให้เห็นภาพ เรื่องหมากับชีวิตจริง
มีหมาหลายตัวเลยครับ
แต่เขามาช่วยเลี้ยงวัว
http://www.gotoknow.org/posts/214157
http://www.gotoknow.org/posts/223563
น่าสงสารน้องหมานะที่เดินหลงทาง
เนื้อหาเรื่องหมา เหมือนชีวิตจริงเราตอนนี้เลย หมาเราเกบมาเลี้ยง อยู่กันมาเกือบปี นางหลุดออกไป รปภเหนไม่มีปลอกคอ ต้อนออกนอกหมู่บ้าน แถวบ้านเราเปนสุเหร่า เราคิดว่ายากละ สุดท้ายเจอเบาะแสใกล้ๆ หลังจากหายไป16วัน ตามทุกวัน แจกใบปลิวทุกที่ มาวันนี้ มีคนโทรมาว่าเหน มีรูป มั่นใจว่าใช่ ไปแอบอยุ่ในป่า ข้างบ้านมุสลิม เราร้องเรียกแต่มันกลับจำเราไม่ได้ หนีกระเจิงต่อไปอีก กรรมจริงๆ จนคนที่ให้เบาะแสงง ทำไมหมาไม่ดีใจ เราก็งง ควรทำไงดี กลุ้มใจ น้องนอนในป่ามาหลายคืน