ฐาน “สมาธิ...”


วันนี้เป็นวันเริ่มต้นเข้าพรรษา พวกเราก็เหมือนกับเด็กนักเรียนนี้นะที่พากันไปเข้าโรงเรียน เมื่อวานนี้พากันมาโรงเรียน วันนี้ก็เป็นวันเริ่มเรียน เราทุกคนก็เหมือนกันถือว่ายังเป็นเด็กเป็นอนุบาลอยู่ สถานที่ก็ยังไม่คุ้นเคย ร่างกายก็ยังปรับเนื้อปรับตัวยังไม่ได้  ถือว่าเป็นเบื้องต้นที่พวกเราทุกคนที่จะวอร์มจิตใจวอร์มร่างกาย


ปกติเราทุกคนน่ะมีความเป็นอิสระอยู่กันอย่างสะดวกสบาย ก็ให้พวกท่านหลาย ๆ คนน่ะถือว่าเรามาประพฤติมาปฏิบัติเพื่อสร้างความดีเพื่อสร้างบารมี เดินตามรอยบาทขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

การเดินตามรอยของพระพุทธเจ้าน่ะทำอย่างไร ศีลทุก ๆ ข้อทุกสิกขาบทนั้นน่ะคือรอยบาทขององค์สมเด็จพระศาสดา

ศีลนี้เปรียบเสมือนแผ่นดินน่ะ แผ่นดินที่ได้อยู่อาศัย ถ้าเราไม่มีแผ่นดินเราก็ไม่มีที่อยู่ ศีลคือเหตุปัจจัยให้ธรรมะเกิดแก่เราทุก ๆ คนได้

ทุกท่านทุกคนน่ะ มาถือนิสัยของพระพุทธเจ้าเอาพระวินัยเป็นข้อวัตรปฏิบัติ ถ้าเรามีพระวินัยแล้วธรรมะมันก็ถึงจะค่อยเกิด

เราทุกท่านทุกคนมีความต้องการที่ดีมีความปรารถนาดี อาศัยเรามีศรัทธา มีความอดความทน การปฏิบัติบูชานี้มันเป็นสิ่งที่ยากลำบากน่ะ มันต้องเหน็ดเหนื่อย หิวกระหาย  มันลิดรอนสิทธิความเห็นแก่ตัวของเรา ไม่ได้ทำอะไรตามความต้องการ เอาพระวินัยเป็นหลัก เอากิจวัตรเอาข้อวัตรที่เราตั้งไว้ว่าเวลาโน้นทำสิ่งโน้นเวลานั้นทำสิ่งนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำน่ะเพื่อทำจิตใจของเราให้สงบ ทำสติสัมปชัญญะให้สมบูรณ์

คนเรานั้นน่ะความสุขความดับทุกข์มันอยู่ที่จิตใจของเราสงบ อยู่ที่สติสัมปชัญญะของเราสมบูรณ์ เพราะเราทุก ๆ คนนั้นน่ะถูกกิเลสคือความโลภความโกรธความหลง  มันเผาจิตเผาใจให้ตัวเองเป็นทุกข์ ตัวเองเร่าร้อน ถึงแม้ร่างกายมันยังไม่ตายแต่จิตใจของเรานั้นก็ถูกเผาทั้งเป็นน่ะ

พระพุทธเจ้าท่านถึงให้เรามารู้จักอารมณ์รู้จักความคิด การวิ่งตามอารมณ์ตามความคิดนั้นเป็นสิ่งที่ไม่จบไม่สิ้น

มาฝึกทำใจให้สงบ ไม่ว่าเราจะอยู่ที่ไหนอยู่ในอิริยาบถใดต้องให้ใจของเรามันสงบ  ไม่ให้วิ่งตามอารมณ์ ไม่ให้ตัวเราวิ่งตามความฟุ้งซ่าน ตามความเคยชินของเราที่สั่งสมมาแล้วหลายภพหลายชาติ

เบื้องแรกเบื้องต้นนี้เราพากันมาฝึกทำใจให้สงบ ทำสบาย ๆ ไม่ต้องไปเคร่งเครียด  ถ้ามันเครียดแล้วมันทำอะไรไม่ได้หรอก

สมาธิคือความสงบน่ะ ทุก ๆ ท่านทุกคนต้องพากันฝึกสมาธิ เบื้องต้นให้ฝึกสมาธิก่อน อย่าเพิ่งเจริญปัญญา เหมือนนักเรียนประถมศึกษานี้ต้องฝึกท่อง ก ไก่ ข ไก่ หรือภาษาต่างประเทศก็ A B C D เรามันยังเป็นเด็กอยู่ เราจะทิ้งพื้นฐานไปไม่ได้ เพราะพื้นฐานนี้สำคัญ


เราฝึกใจสบายฝึกใจสงบน่ะ อย่างเรานั่งสมาธิอย่างนี้แหละ เราจะนั่งขัดสมาธินั่งพับเพียบหรือว่านั่งเก้าอี้ก็นั่งให้มันสบาย ปล่อยกายปล่อยใจของเราให้มันสบาย ทิ้งอดีต  ทิ้งอนาคต ทิ้งอะไรทุกสิ่งทุกอย่างที่มันอยู่ในใจของเราออกหมดน่ะ เรามาอยู่กับลมหายใจของเรา หายใจเข้าก็รู้...ให้สบาย หายใจออกก็รู้...ให้สบาย ใจของเราทุก ๆ คนมันก็เหมือนกับลิงนี้แหละ เมื่อเราเอาลิงมาผูกไว้มันก็กระโดดโลดเต้นน่ะ แต่มันไปไหนไม่ได้  เพราะเราผูกมันไว้ นาน ๆ เข้าเดี๋ยวลิงเค้าก็หยุดเค้าก็สงบ เราไม่ต้องไปคิดอะไร เรามีหน้าที่รู้ลมออกลมเข้า ทำอย่างนี้อย่างเดียวเดี๋ยวใจของเรามันก็ค่อย ๆ สงบ

การทำสมาธินี้มันเป็นงานเบา เป็นงานนั่งอยู่เฉย ๆ แต่ว่ามันเป็นงานยากกว่างานทุกอย่าง ทำไปเรื่อย ๆ แหละ ลมเข้าออกหยาบกลางละเอียดเราก็ให้รู้ มันจะสงบหรือไม่สงบเราก็ทำไปเรื่อย ๆ เพราะนี้คือการฝึกคือการปฏิบัติเบื้องต้น

ปกติคนเราน่ะมีความอยาก มีความต้องการ ทำนิด ๆ หน่อย ๆ ก็อยากให้มันสงบ

การนั่งสมาธิก็คือเรามาละความอยากน่ะ เรามาละความเห็นแก่ตัว เราทำไปปฏิบัติไปเพื่อนเราเค้าก็พากันประพฤติปฏิบัติ หรือเค้าไม่ปฏิบัติก็ช่างหัวเค้า

การปฏิบัติใจให้ใจของเรามันเป็นสมาธินี้มันไม่เหมือนการเรียนหนังสือนะ อันนี้เป็นการฝึกจิตฝึกใจของเรา เพื่อให้ใจของเรามันสงบ

เราต้องฝึกอย่างนี้ไปหลาย ๆ วันน่ะจนกว่าจิตใจของเรามันจะสงบเข้าสมาธิได้เป็นสมาธิ

พระพุทธเจ้าท่านให้เราตัดสิ่งภายนอกหมดเพื่อฝึกใจ ไม่คลุกคลี ไม่พูดคุยกับหมู่คณะ สมาทานในใจว่าไม่จำเป็นเราจะไม่พูดกับใครไม่มองหน้าใคร ถ้ามีเหตุที่จะพูดก็พูด  เพียงเล็กน้อยที่มีความจำเป็นที่จะต้องพูดเท่านั้น จะพยายามเบรกตัวเองไว้เพราะตัวเองเป็นคนพูดมาก มีหน้าที่ฝึกสมาธิและทำข้อวัตรปฏิบัติ ถ้าเราไปส่งใจออกข้างนอกน่ะการฝึกสมาธิของเราก็ขาดการต่อเนื่อง เรื่องเพื่อนเรื่องฝูงเรื่องพ่อเรื่องแม่กิจการงานต่าง ๆ ให้พักไว้ก่อนหยุดไว้ก่อน ช่วงนี้เราจะพากันฝึกสมาธิกัน เค้าไปเรียนหนังสือกันเค้าไปเรียนที่โรงเรียนน่ะ เป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นหมู่คณะที่โรงเรียน เค้ามาเรียนสมาธิมาฝึกสมาธิเค้ามาฝึกกันที่วัดเป็นกลุ่มเป็นก้อนเป็นหมู่เป็นคณะ เพื่อประพฤติปฏิบัติให้มันไปในแนวเดียวกัน

ความสามัคคีในการกระทำความดีทำให้เกิดสุข

ทุก ๆ ท่านทุกคนน่ะพยายามดูตัวเองมองดูตัวเอง ดูความบกพร่องของตัวเองทางกายทางวาจาทางจิตใจของตัวเอง เพื่อจะได้พากันฝึกสมาธิกันอย่างเต็มที่

ทุก ๆ คนน่ะพยายามอย่าให้ใจมันส่งออกไปข้างนอกเหมือนเมื่อเรายังไม่ได้บวช  ไม่ได้มาอยู่วัดเราคิดไป “สารพัดคิด” น่ะ ทีนี้เรามาสมาทานไม่คิดเรื่องบ้านเรื่องโลกเรื่องสังคม จะมาทำใจระงับจะมาทำใจสงบ ดังพระบาลีตรัสว่า “นัตถิ สันติ ปรัง สุขัง สุขอันไหนก็สู้ความสงบไปไม่มี”


คนเรานี้นะความสุขความดับทุกข์มันอยู่ที่ใจสงบ เราทุกอย่างก็เพื่อให้ใจสงบ ถ้าเราวิ่งตามสิ่งภายนอก วิ่งตามวัตถุ รูปเสียงกลิ่นรสโผฐฐัพพะธรรมารมณ์น่ะ พระพุทธเจ้าท่าน  ตรัสว่าไม่ใช่ความสุขน่ะ เป็นความทุกข์เป็นความหลง เป็นสิ่งเสพติดน่ะ มันทำร้ายจิตใจเราและผู้อื่น เราจะมาทำจิตทำใจของเราละจากรูปจากเสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์น่ะ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างนั้นมันไม่จีรังยั่งยืน ล้วนแต่เกิดขึ้นแล้วก็จากไป ไม่ว่าสิ่งดี ๆ ก็จากไปน่ะ พ่อแม่ญาติพี่น้องผู้ใหญ่ปู่ย่าตายายของเราก็จากไปหมด บางทีญาติพี่น้องเรายังเด็กอยู่  ก็ยังจากไปก็มี สิ่งที่ไม่ดีหรือดีนี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่จากไปทั้งนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน  ของเราไม่มีอะไรเลยที่จะไม่มีอะไรที่ ล้วนแต่เกิดขึ้นตั้งอยู่ดับไป

เราทุกคนทุกท่านต้องทำใจให้สงบ อย่าได้พากันหวั่นไหวต่ออารมณ์ที่จะกระทบอารมณ์ของเราในชีวิตประจำวัน อดเอาทนเอา ทุกสิ่งทุกอย่างมันก็ล้วนแต่เป็นอารมณ์เท่านั้นน่ะ  มันผ่านไปผ่านมาเหมือนกับลมมันผ่านเราในขณะนี้ กาลเวลา ฤดูฝน ฤดูหนาว ฤดูใบไม้ผลิ หน้าแล้ง ทุกอย่างมันผ่านไปอย่างนี้แหละ เราทั้งหลายถึงได้พากันมาบรรพชาอุปสมบท  มาประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อทำใจของเราให้มันสงบทำใจของเราให้มันเย็น

พระพุทธเจ้าท่านปฏิบัติเป็นตัวอย่างทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง สมบัติพัสถาน สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย ฉันอาหารวันหนึ่งเพียงหนเดียว ไม่รับเงินไม่รับปัจจัย รองเท้าก็ไม่ทรงพระบาท ท่านก็มีความสุขที่สุดในโลก

เราทุกท่านทุกคนถือว่าไม่มีความสุขไม่มีความสงบน่ะ จะนั่งสมาธิซักห้านาทีให้สงบ  มันก็ไม่สงบน่ะ พระพุทธเจ้าท่านเข้านิโรธสมาบัติน่ะคือเข้าสมาธิเสวยวิมุตติสุขอยู่กับ ความสงบเป็น ๗ วัน หรือว่าตลอดไป

การมาบวชการมาปฏิบัตินี้ทุก ๆ ท่านทุกคนต้องได้ฝึกตนเอง ถือโอกาสนี้ถือเวลานี้  เป็นเวลาปฏิบัติ พระพุทธเจ้าครูบาอาจารย์ท่านไม่ให้เราเห็นแก่ความเหน็ดความเหนื่อย ความยากลำบาก เห็นแก่ปากแก่ท้อง เห็นแก่ความง่วงเหงาหาวนอน ติดสุขติดสบาย  ติดฟรีสไตล์เหมือนแต่ก่อน ถ้าเราไปติดอย่างนั้นน่ะเราไม่ได้ฝืนไม่ได้ทน เราก็ถือว่าตัวเอง  เป็นคนบาปเป็นคนไม่ดีนะ การที่เมตตาตนเองสงสารตนเองนั้นน่ะทุกท่านทุกคนต้องนำตัวเองประพฤติปฏิบัติเข้าหาธรรมะ ฝึกใจฝึกสมาธิ

ให้ถือว่าวันนี้เป็นวันที่เริ่มต้นค่อย ๆ ทำไปค่อย ๆ ปฏิบัติไป เดี๋ยวมันก็ค่อยดีเอง

ทุกท่านทุกคนน่ะให้พากันมาลดมานะละทิฏฐิ อย่าไปถือเนื้อถือตัวว่าตัวเองร่ำรวย ตัวเองเก่ง ตัวเองมีปริญญาสูง ให้มาลดมานะละทิฏฐิ เป็นผู้ไม่มีตัวไม่มีตน อ่อนน้อมต่อพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อ่อนน้อมถ่อมตนต่อพ่อแม่ครูบาอาจารย์ผู้ที่บวชก่อน เคารพนับถือเพื่อน ๆ สหธรรมมิกทุกคน พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนพากันปฏิบัติอย่างนี้นะ

การบรรยายพระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าวันนี้ก็พอสมควรแก่เวลา

ด้วยอานุภาพของพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ให้ทุกท่านทุกคนจงมีจิตใจสงบ เข้าถึงการทำสมาธิให้ได้ด้วยกันทุกท่านทุกคนเทอญ...


พระธรรมคำสั่งสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยาย

เช้าวันพุธที่ ๒๔ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖

       


หมายเลขบันทึก: 543509เขียนเมื่อ 24 กรกฎาคม 2013 20:26 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 กรกฎาคม 2013 20:26 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ


ความเห็น (1)

ขอบคุณมากค่ะ เป็นประโยชน์ในการฝึกจิตใจมากค่ะ

ดิฉันชอบไปที่วัดฉลองค่ะ เมื่อต้องผ๋านไปเยี่ยมลูกค้าที่นั่น ก็จะแวะไปค่ะ

ที่่กุฏิท่านเจ้าอาวาส ซึ่งไม่มีใครนอกจากนักท่องเที่ยวหรือสาธุชนทั่วไปกราบพระค่ะ

เพียงนั่งนิ่งๆ ใจว่างๆ ไม่นานรู้สึกสงบเย็น รู้สึกสบายค่ะ ได้สัก 30-40 นาที หากมีเวลา

ก็จะขับรถไปทำงานต่อค่ะ ผลที่ได้รับ คือ รู้สึกสบายใจ จิตใจสงบดีค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี