.
สำนักข่าวนิวยอร์ค ไทมส์ ตีพิมพ์เรื่อง 'Omerga-3s may raise prostate cancer risk'
= "โอเมกา-3s (เติม 's' = หลายชนิด) อาจเพิ่มเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
= "โอเมกา-3s (เติม 's' = หลายชนิด) อาจเพิ่มเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมาก", ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.

.
ภาพที่ 1: น้ำมันปลาที่มีโอเมกา-3 สูงเป็น 1 ในอาหารเสริมยอดฮิต ภาพนี้เป็นอาหารเสริมแบบแกลลอนสำหรับม้า
.
น้ำมันปลามีจุดขายพิเศษอย่างหนึ่ง คือ สารพิษหรือโลหะหนักต่ำกว่าปลาทะเล เนื่องจากกระบวนการผลิตใช้การกลั่น หรือการกรองพิเศษ
.
จุดอ่อน คือ การศึกษาที่ผ่านมาหลายรายงานพบว่า ปลาที่ไม่ผ่านการทอดช่วยลดโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจ ทว่า... น้ำมันปลาไม่ช่วย
.
ทั้งนี้และทั้งนั้น... ปลาที่ดีต้องเป็น "ปลาไม่ทอด" เนื่องจากโอเมกา-3 ไม่ทนความร้อนสูง และไม่ทนต่อออกซิเจน (ทำให้เกิดน้ำมันปลาเสื่อมสภาพ มีกลิ่นหืน หรือกลิ่นคาวปลา)
.

.
ตัวอย่างปลาที่ไม่ทอด คือ ปลาต้ม นึ่ง แกง ปรุงด้วยไมโครเวฟ ซึ่งอุณหภูมิจากการปรุงมักจะไม่สูง เนื่องจากน้ำในปลาจะค่อยๆ เดือด (น้ำมีจุดเดือดที่ 100C หรือ 100 องศาเซลเซียส)
.
การศึกษาจากสหรัฐฯ พบว่า คนที่กินปลาทอดเพิ่มเสี่ยงโรคเรื้อรัง เช่น น้ำหนักเกิน อ้วน ความดันเลือดสูง ฯลฯ
.
การทอดทำให้น้ำมันปลา (โอเมกา-3) เสื่อมสภาพ เปลี่ยนจากน้ำมันชนิดดีเป็นชนิดร้าย, น้ำมันที่ใช้ทอดซึมเข้าเนื้อปลา ทำให้ปลาทอดเป็นอาหารที่ให้กำลังงานสูง
.

.
ภาพที่ 2: ดร.เมอร์โคลาอธิบายเรื่องน้ำมันปลาไว้อย่างนี้
.
(1). น้ำมันปลามี EPA & DHA หรือโอเมกา-3 ชนิดดี ประมาณ 30%
.
(2). น้ำมันปลามีระดับสารต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนตีออกซิแดนท์ต่ำมาก
.
น้ำมันปลาเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพทั้งจากแสงแดด (ไม่ควรใช้ชนิดใส่ในแกลลอนขาวแบบอาหารเสริมม้าดังภาพที่ 1), และออกซิเจน ซึ่งมีทั้งในอากาศ ทางเดินอาหาร ในเลือด ในเซลล์ทั่วร่างกาย
.

.
ภาพที่ 3: คำแนะนำเรื่องปลา คือ ปลาที่ไม่ทอดดีกับสุขภาพ > ปลาไม่ทอดดีกับสุขภาพ
.

วิธีกินปลาที่น่าจะดี (กับสุขภาพ) คือ
.
(1). เลือกกินปลา หรือน้ำมันปลาเฉพาะชนิดที่ไม่มีกลิ่นหืน (กลิ่นหืน = น้ำมันปลาเสื่อมสภาพ มีอันตราย) และไม่ผ่านการทอด
.
การทอดทำให้น้ำมันปลาเสื่อมสภาพ เช่น เกิดสารโพลาร์, สารเอจ / AGEs ฯลฯ ซึ่งเป็นสารเร่งความแก่ภายใน อาจไม่ทำให้หน้าแก่เร็ว แต่จะทำให้เครื่องใน หรืออวัยวะภายในแก่เร็ว
.
(2). อย่ากินปลา หรือน้ำมันปลากับข้าวขาว ขนมปังขาว อาหารทำจากแป้ง เนื่องจากเป็นกลุ่มอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระต่ำ
.
(3). ให้กินปลา หรือน้ำมันปลา พร้อมมื้ออาหารที่มีข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีทหรือขนมปังปนรำสีน้ำตาล อาหารที่มีถั่ว งา ผัก ผลไม้ทั้งผล หรือกลุ่มน้ำมันชนิดดี
.

.
ภาพที่ 4: ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันชนิดใด... ขอให้ระวังแสงแดด อย่าปล่อยให้น้ำมันโดนแสงแดดดังภาพนี้
.

กลุ่มน้ำมันชนิดดีได้แก่
.
(1). น้ำมันชนิดดีที่ทนความร้อนสูง ใช้ผัด-ทอดได้ คือ น้ำมันคาโนลา น้ำมันเอ็มเมอรัล (ทำจากคาโนลาที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำมาก ผสมปาล์มโอเลอีน), น้ำมันรำข้าว
.
น้ำมันปาล์มทนความร้อนสูง แต่มีสัดส่วนไขมันอิ่มตัวสูง เรียนเสนอให้ผสมกับน้ำมันที่ทนความร้อนสูงชนิดอื่น เพื่อให้สัดส่วนไขมันอิ่มตัวต่ำลง เช่น ผสมกับคาโนลา (แบบผสมสำเร็จ คือ น้ำมันเอ็มเมอรัล) ฯลฯ
.
(2). น้ำมันชนิดดีที่ไม่ทนความร้อนสูง ใช้ทำสลัด หรือผัดความร้อนต่ำได้ ไม่เหมาะกับการทอด หรือผัดความร้อนสูง คือ น้ำมันมะกอก
.
(3). การใช้น้ำมันหลายชนิดปนกัน หรือหมุนเวียนสับเปลี่ยนกัน ช่วยให้ได้รับสารต้านอนุมูลอิสระ และพฤกษเคมี (สารคุณค่าพืชผัก มีฤทธิ์ป้องกันโรค) หลากหลาย เสริมฤทธิ์กัน ดีกว่าใช้น้ำมันชนิดเดียว
.

.
ภาพที่ 5: แสดงทางเดินปัสสาวะ จากข้างบนลงมา คือ ไต (kidney), ท่อไต (ureter), กระเพาะปัสสาวะ (bladder), ท่อปัสสาวะ (urethra)
.
ต่อมลูกหมาก (prostate) เป็นต่อมผลิตน้ำเชื้อ อยู่รอบๆ ท่อปัสสาวะ, ด้านล่างของกระเพาะปัสสาวะ
.

.
ภาพที่ 5: ต่อมลูกหมาก (prostate) เป็นอวัยวะที่อยู่ด้านล่างของกระเพาะปัสสาวะ ล้อมรอบท่อปัสสาวะ
.
โรคที่พบบ่อย คือ ต่อมลูกหมากโต ซึ่งอาจกด เบียดท่อปัสสาวะ ทำให้ต้องเบ่งเวลาถ่าย (ฉี่), ปัสสาวะหยดๆ ไม่พุ่งแบบตอนอายุน้อย, ถ่ายได้ไม่หมด มีปัสสาวะตกค้างในกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ต้องถ่ายบ่อยขึ้น หรือลุกขึ้นมาฉี่กลางคืน
.
.
การศึกษาใหม่จากสถาบันวิจัยมะเร็งเฟร็ด ฮัทชินซัน, ซีแอทเทิว สหรัฐฯ ทำโดยการตรวจเลือดกลุ่มตัวอย่างผู้ชายที่เป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก 834 คน, เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุม คือ ผู้ชายที่ไม่เป็นมะเร็ง 1,393 คน
.
การศึกษานี้ทำโดยการเจาะเลือดทุกปี ติดตามไป 9 ปี และแบ่งกลุ่มตามระดับน้ำมันโอเมกา-3 ในเลือดเป็น 4 กลุ่ม จากสูงไปต่ำ (ตีพิมพ์ใน J NCI online)
.
ผลการศึกษาพบว่า ผู้ชายที่มีระดับโอเมกา-3 สูงสุด เพิ่มเสี่ยงมะเร็งต่อมลูกหมากดังนี้
- เพิ่มเสี่ยงมะเร็งชนิดความรุนแรงต่ำ (low-grade) = 44%
- เพิ่มเสี่ยงมะเร็งชนิดความรุนแรงสูง (high-grade) = 71%
.
โอเมกา-3 ที่เพิ่มเสี่ยงมะเร็งจากการศึกษานี้เป็นชนิดที่มาจากปลา หรือน้ำมันปลาได้แก่ อีพีเอ, ดีเอชเอ, และดีพีเอ
- EPA (eicosapentaenoic acid)
- DHA (docosahexaenoic acid)
- DPA (docosapentaenoic acid)
โอเมกา-3 ที่มาจากพืช เช่น เมล็ดป่านแฟลกซีด (flax seed) ฯลฯ ไม่เพิ่มเสี่ยง
.
.
ทฤษฎีเรื่องพันธุกรรมมะเร็งเชื่อกันว่า พันธุกรรมหรือยีนส์ (genes = ชุด DNA ที่แสดงผลได้) จะออกฤทธิ์ได้เมื่อมีเหตุการณ์ 2 อย่างร่วมกันได้แก่
.
(1). มีพันธุกรรมมะเร็ง (cancer genes) = DNA ผู้ร้าย
.
(2). พันธุกรรมอีกชุดหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้ง หรือกดพันธุกรรมมะเร็ง (suppressor genes) ไม่ทำงาน หรือเสื่อมสภาพ = DNA รปภ.
.
.
ถ้าเปรียบพันธุกรรมหรือ DNA มะเร็งเป็นผู้ร้าย, DNA ซึ่งทำหน้าที่ยับยั้ง หรือกด DNA มะเร็ง จะทำหน้าที่คล้ายตำรวจ หรือ รปภ. (หน่วยรักษาความปลอดภัย) ที่คอยตรวจ ห้าม ปราบ จับกุม คุมขังผู้ร้ายไว้ ไม่ให้ก่อการร้าย
.
ดร.ตีโอดอร์ เอ็ม. แบรสกี จากมหาวิทยาลัยโอไฮโอ สเตท กล่าวว่า มีความเป็นได้ที่โอเมกา-3 ขนาดสูงอาจมีผลต่อการแสดงออกของกลุ่มยีนส์มะเร็ง (gene expression) คือ
.
(1). กระตุ้นให้ DNA มะเร็งทำงาน
.
(2). หรือไม่ก็ไปทำให้ DNA รปภ.หยุดทำงาน
.
.
และอาจไปส่งผลทางอ้อม 2 อย่างได้แก่
.
(1). pro-oxidative = เพิ่มการเกิดออกซิเดชั่น หรือการเสื่อมสภาพจากออกซิเจน
.
ถ้าเปรียบการเผาไหม้ภายนอกเป็นการติดไฟที่ใช้ออกซิเจนที่ทำให้เกิดสารพิษ เช่น ควัน ฯลฯ + การเกิดสนิม
.
การเกิดออกซิเดชั่นภายในก็คล้ายกับการสุมไฟ + การเกิดสนิทภายใน
.
(2). suppress immunity = กดภูมิต้านทานโรค ซึ่งทำหน้าที่หลักในการทำลายเชื้อโรค สิ่งแปลกปลอม เช่น มะเร็ง ฯลฯ
.
.
มีคำกล่าวที่มักจะเข้ากับเรื่องสุขภาพ คือ 'Too much of a good thing' = "อะไรที่ดี, ถ้ามากไปก็ไม่ดี"
.
เรื่องนี้คงจะใช้กับโอเมกา-3 ได้ คือ ปลาที่ไม่ผ่านการทอด เช่น ต้ม แกง นึ่ง ปรุงด้วยไมโครเวฟ ผัด ฯลฯ 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ น่าจะดีกับสุขภาพ
.
ทว่า... อะไรที่มากไป เช่น ซัดน้ำมันปลาเป็นกำๆ ทุกวัน ฯลฯ คงจะไม่ดี
.
การกินปลา หรือน้ำมันปลา... แนะนำหลีกเลี่ยง ไม่กินพร้อมข้าวขาว ขนมปังขาว อาหารทำจากแป้ง หรืออาหารทอด
.
.
แนะนำให้กินปลา หรือน้ำมันปลา 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ พร้อมกับถั่ว งา เมล็ดพืช ผัก ผลไม้ทั้งผล ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท (ขนมปังเติมรำสีน้ำตาล) และหลีกเลี่ยงอาหารทอด
.
เพื่อให้มีสารต้านอนุมูลอิสระ หรือแอนตีออกซิแดนท์ พร้อมกับสารพฤกษเคมี หรือสารคุณค่าพืชผักที่ช่วยป้องกันโรค เข้าสู่ร่างกายพร้อมกับโอเมกา-3 จากปลา หรือน้ำมันปลา
.
และอย่าลืม... เดินช้าๆ สบายๆ แบบที่โบราณเรียกว่า "เดินย่อยอาหาร" 10-15 นาทีหลังอาหารทุกมื้อ เพื่อให้กล้ามเนื้อดูดซึมน้ำตาล และไขมันหลังอาหาร
.
การเดินหลังอาหารช้าๆ ช่วยป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดสูง ไขมันในเลือดสูงหลังอาหาร ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายเสื่อมเร็ว แก่เร็วจากภายใน
.
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

.
- ขอขอบพระคุณ / Thank
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์. 23 กรกฎาคม 56. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
- ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้
>
ขอบคุณมากครับ สำหรับสิ่งดีๆ เพื่อสุขภาพ
โอ! เป็นความรู้ใหม่เลยนะครับเนี่ย
ขอบคุณคุณหมอมากๆ เลยครับ
จะกลับมาอ่านใหม่ค่ะ ให้ดอกไม้ไว้ก่อนค่ะ ขอบคุณมากมายค่ะ