เมื่อวานฉีดยาเข็มสุดท้ายแล้วบอกเพื่อนๆที่ทำงานด้วยความลิงโลดใจ มีเพื่อนรุ่นน้องคนหนึ่ง โพล่งขึ้นมาว่า อย่างนี้ก็กินเบียร์ได้แล้วสิ...แล้วก็หัวเราะกันลั่น เหมือนความอัดอั้นมานานแล้วโดนปลดปล่อย

   "คงยังกินไม่ได้หรอกน้อง ต้องเจาะเลือดให้หมอตรวจอีกสามถึงหกเดือน" 

........

   มันเป็นความทรมานที่สะสมมาปีกว่าๆ ที่ต้องทนกับอาการข้างเคียงหลังฉีดยา ทุกวันศุกร์ 48 เข็ม  และต้องกินยาเม็ดทุกวันวันละ5 เม็ด เช้า 3 เย็น 2 เม็ด รวม  1,825 เม็ด

                                                        ขอบคุณภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

   และทุกๆครั้งก็ต้องมีการเจาะเลือดเพื่อให้แพทย์ดูค่าของเชื้อ ค่าอักเสบของตับ อื่นๆ ครั้งละประมาณ 3 กระบอก กระบอกหนึ่ง 5 มล. รวมแล้วก็เป็นการเจาะเลือดทั้งหมดประมาณ  36 กระบอก ไม่นับที่เจาะก่อนพบเชื้อ ประมาณ 12 กระบอก และที่จะต้องเจาะต่ออีก 6 เดือน รวมแล้วประมาณ 60 กระบอก ปริมาตรน่าจะประมาณ 320 มล. 

   ทุกครั้งที่ได้กลิ่นแอลกอฮอล จะรู้สึกคลื่นเหียนด้วยอุปทาน อันซ่อนอยู่ในส่วนลึกของใจ และมันพร้อมจะพุ่งเป็นคลื่นย้อนออกมาทางปากได้ทุกเมื่อ

   ทุกครั้งที่กินข้าวปลาอาหาร ต้องกินยาเม็ดตาม ด้วยความฝืนกล้ำกลืน ประหนึ่งกลืนก้อนหินอันขรุขระระคายคอ

   ค่ำคืนที่นอนด้วยอาการปวดเมื่อยตามเนื้อตัว ปวดหัว กระวนกระวาย จนนอนไม่หลับ และในที่สุดก็ต้องพึ่งยานอนหลับ ยาแก้ปวด กินเข้าไปสะสมในร่างกายมากขึ้น มากขึ้น  

........

   

                                                                                                   สวนหย่อมหน้าหมู่บ้าน...

   เป็นไปได้ไหม...หากจะไม่ขอข้องแวะกับการฉีดยาอีก จะกินยาให้น้อยที่สุดจนไม่กินเลย...

  จะเยียวยาชีวิตของตัวเอง ณ ต่อไปนี้ ด้วยวิธีธรรมชาติบำบัด 

   ออกกำลังกาย เริ่มจากการเดิน วิ่ง ให้ได้เหงื่อชุ่ม เย็นผิวกาย

  อยู่กับธรรมชาติ ใกล้ๆตัว มีต้นไม้ เขียวขจี สงบเย็น หรือร้อนอุ่น ก็แล้วแต่ละโอกาสที่จะพบเจอในแต่ละวันนั้นๆ

  อยู่กับธรรมะ ที่เฝ้าดูจิตที่วิ่งวุ่นวาย วกวน ไปมา ตามธรรมชาติของจิตที่ยังไม่นิ่งกับการรับรู้อารมณ์ของปัจจุบันขณะ

   อยุ่กับความจริง ที่ไม่มีอะไร แน่นอนเลยจริงๆในชีวิต 

   ว่า...

   นับจากวินาที นี้ ชีวิตเราอาจจะไม่มีโอกาสทำความดีทั้งกับตนเองและผู้อื่นได้อีก

   ก็เป็นได้

   ........

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและขอให้ทุกท่านมีความสุขสงบ

ในค่ำคืนพระจันทร์สาดแสงแข่งกับแสงเมืองก่อนวันเข้าพรรษา

20 กรกฎาคม 2556

พ.แจ่มจำรัส