แม่ผู้เสียสละ


                 คุณแม่ขงดิฉันค่ะ  คุณกื้มลี่  คารวนันท์ แม่ผู้เสียสละของดิฉันค่ะ

                       คุณแม่คนนี้ผู้มีพระคุณของลูกแม่ยอมเจ็บปวด แม่ต้องเสียเลือดในกาย จำนวนมากมาย แม่ต้องเจ็บปวดจากการตกเลือด  ด้วยเหตุผลเดียว คือ ต้องรักษาชีวิตลูกในท้องให้รอด  แต่แล้วลูกก็รอด จากความเจ็บปวดของแม่ในวันนั้น ลูกคนนี้จึงมีโอกาสได้ลืมตาดูโลก และจนมีวันนี้ได้  ลูกจึงขอโอกาสนี้บันทึกความรักของแม่ที่มีต่อลูก เพื่อเทิดทูนพระคุณของแม่

แม่ คำนี้ ยิ่งใหญ่เหลือเกินแม่คือทุกสิ่งทุกอย่างของลูก แม่มีพระคุณกับลูกแม่คลอดลูกมาด้วยความลำบาก  โดยเฉพาะแม่ของดิฉันเองนั้น แม่เล่าว่าตอนท้องดิฉันได้เจ็ดเดือน สองมือแม่ยังทำงานหนัก มือซ้ายแม่ตักน้ำจากบ่อหิ้วมาใช้ที่บ้านซึ่งไกลพอสมควรประมาณหนึ่งร้อยเมตรระหว่างบ้านกับบ่อน้ำ มืออีกข้างของแม่อุ้มพี่ชายอายุขวบกว่าๆ ลองคิดดูว่าแม่จะเหนื่อยขนาดไหน พอแม่ก้าวขาขึ้นบันได บ้านซึ่งเป็นบ้านไม้แบบโบราณมีนอกชาน แม่ก้าวผ่านบันไดสี่ขั้นนั้นมาได้ แต่มาพลาดตรงที่นอกชานนั้นไม้กระดานผุ น้ำหนักที่แม่เหยียบลงมาอย่างไม่ได้ระวังตัว กระดานนอกชานหัก แม่ก้นกระแทกกับพื้นความสูงของชานกับพื้นสี่ขั้นบันได นับว่าสูงพอสมควร ทันไดนั้นแม่ตกเลือด พ่อวิ่งไปตามหมอ (หมอที่ว่านี้คือผดุงครรภ์)  สมัยก่อนไม่มีโรงพยาบาล มีพยาบาลผดุงครรภ์ ประจำอนามัยทำคลอดได้ พอพบาลมาที่บ้านเขาจับชีพจร เขาว่าเด็กเสียแล้ว  แม่เสียใจร้องไห้คิดว่าลูกตายในท้องจริงๆ พยาบาลจึงให้น้ำเกลือแม่พอวันต่อมาลูกแม่ดิ้น พยาบาลบอกว่าไม่เป็นรัยแล้ว เด็กรอดแล้ว แม่จึงมีกำใจขึ้นมาอีกครั้ง และดูแลตัวเองจนกระทั่งคลอด  พอคลอดออกมา ทุอย่างปกติ แม่ดีใจมาก พ่อก็ดีใจ มีตำหนินิดเดีนวคือใบหูข้างซ้ายพับแบบบีบๆ ดูไม่สวย แต่ถ้าไม่สังเกต ก็ไม่รู้  ดูเอาเถิดค่ะ ว่าแม่นั้น มีบุญคุณกับลูกมากเพียงไหน แม่ต้องเจ็บปวดทุกทรมาณกับการอุ้มท้องถึงเก้าเดือนแล้ว ระหว่างนั้นแม่ยังต้องประสบอุบัติเหตุอีก ฟังแม่เล่าดิฉันน้ำตาไหลพรากทุกครั้งสงสารแม่มาก ดิฉันทำให้แม่ต้องเจ็บแล้วแถมยังเกิดมาไม่สวยอีก ตัวก็ดำ จนใครๆก็เรียกว่า อีดำ  ที่สำคัญ พ่อกับแม่ ตั้งชื่อดิฉันตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่รอดตายอย่างปาฏหารย์ พ่อแม่ตั้งชื่อว่า บุญเจือ ค่ะ นี่คือความรักของแม่ผู้บังเกิดเกล้าของฉันค่ะ

พระคุณของแม่ที่ให้กำเนิดลูกนั้น ยากที่จะหาคำใดในโลกนี้มาเปรียบกับความยิ่งใหญ่ของความรักที่แม่มีกับลูกได้ เนื่องจากแม่ดิฉันมีลูกเจ็ดคนดิฉันเป็นคนที่สี่ ครอบครัวยากจน แต่แม่ก็อดทนเลี้ยงลูกให้ได้ดีทุกคน ที่สำคัญคือคำสั่งสอนให้ลูกเป็นคนดี มีความอดทน อย่าย่อท้อต่ออุปสรรค พ่อกับแม่ไม่มัทรัพย์สมบัติจะให้ลูกนะ แม่มีแต่กำลังกาย กำลังใจ ที่จะต่อสู้อดทนทำงานให้ลูกของแม่ได้เรียนหนังสือทุกคน  จงตั้งใจเรียนนะลูก โตขึ้นมาจะได้เป็นเจ้าคนนายคน  ในใจก็ค้านว่า คุณแม่ขา ลูกว่าลูกขอเป็นคนดีของสังคมก็พอแล้ว  คำสอนของพ่อแม่ ยังก้องอยู่ในโสตประสาทเสมอว่า "ลูกเหอ  มีความรู้เหมือนมีทรัพย์อยู่นับแสนนะลูก"

คุณแม่ขา ลูกอยากบอกแม่ว่า ลูกรักแม่  แม่ผู้มีพระคุณของลูก  คำสอนของแม่เป็นจริงค่ะ ลูกเจริญในชีวิตได้เพราะลูกได้นำคำสอนของคุณพ่อคุณแม่มาใช้ ลูกจึงมีหน้าที่การงานที่ดี ลูกมีความรับผิดชอบในการงานที่ลูกทำ รับผิดชอบเลี้ยงดูพ่อแม่ได้ ลูกได้ตอบแทนค่าน้ำนมของแม่ทุกๆเดือนไม่ได้ขาด เท่านี้ลูกก็มีความสุขแล้ว

และทุกวันนี้ลูกทำบุญหรือสวดมนต์ภาวนา ลูกถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า แล้วลูกก็แผ่บุญกุศลให้คุณแม่และคุณพ่อเสมอ  ตอนนี้พ่อจากลูกไปแล้ว ลูกเหลือแม่คนเดียวเท่่านั้นลูกอยากให้แม่อยู่กับลูกนานๆ ตราบนานเท่านาน  ลูกขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั่วสากลโลก ขอจงช่วยปกปักรักษาคุณแม่ให้อยู่กับลูกตราบนานเท่่านานด้วยเทอญ.

                  แม่นี้มีบุญคุณอันใหญ่หลวง         แม่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล

แม่เราเฝ้าโอละเห่ กล่อมลูกน้อยนอนเปล     ไม่ห่างหันเหไปจนไกล

แต่เล็กจนโตโอ้แม่ถนอม                             แม่ผ่ายผอมย่อมเิกิดจากรักลูกปักดวงใจ

เติบโตโอ้เล็กจนใหญ่                                  นี่แหละหนาอะไรมิใช่ใดหนาเพราะค่่าน้ำนม

ครวญคิดพินิจให้ดี                       ค่าน้ำนมแม่นี้ จะมีอะไรเหมาะสม

โอ้ว่า แม่จ๋าลูกคิดถึงค่าน้ำนม                   เลือดในอกผสมกลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน

ค่าน้ำนมครวญชวนให้ลูกฝัง                    แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้า หนักกว่าแผ่นดิน

บวชเรียนพากเพียรจนสิ้น                       หยดหนึ่งน้ำนมกินทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย.