สิ่งที่เรียน การเล่นปิงปอง ซึ่งเป็นกีฬาที่ข้าพเจ้าเล่นมาตั้งแต่เด็กๆ จึงได้มีการฝึกซ้อมมาเรื่อยๆ

                                                               

                                                           

                                                                   

                               

                                                         




วิธีการเรียน

 1. การจับไม้ จะมีผู้ที่นิยมจับไม้แบบสากล หรือ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การจับไม้แบบ Shake Hand  และผู้เขียนเองก็ถนัดในการสอนการเล่นด้วยการจับแบบสากลทั้งหมด 

 2.สร้างความคุ้นเคยกับลูกปิงปองด้วยการเดาะลูกทั้งแบบโฟร์แฮนด์และแบล็คแฮนด์

3.ฝึกการเล่นระดับเบสิก ด้วยการเดาะกับกำแพงเพื่อทดสอบน้ำหนักมือให้มีความสม่ำเสมอในการตี

สิ่งที่ต้องจดจำในการฝึก

  ในการฝึกซ้อมนั้น  เพื่อที่จะให้นักกีฬาได้มีพัฒนาการในการตีได้รวดเร็วและถูกต้องนั้น  นักกีฬาจะต้องจดจำ สิ่งสำคัญ 3 สิ่งต่อไปนี้  โดยยึดเป็นหลักในการย้ำเตือนนักกีฬา เพื่อให้นักกีฬาฝึกจนเป็นนิสัยดังนี้

 1. การรักษาจังหวะ  จังหวะในที่นี้  ก็คือจังหวะในการที่ตัดสินใจตีลูกปิงปองนั่นเอง  จังหวะในการตีลูกปิงปองแบ่งออกเป็น 4 จังหวะ คือ

(จังหวะที่ 1 ลูกกำลังลอยขึ้น ,จังหวะที่ 2 ลูกลอยขึ้นสูงสุด  ,จํงหวะที่ 3 ลูกกำลังตกลง ,จังหวะที่ 4ลูกตกลงต่ำกว่าโต๊ะ) 

 สำหรับผู้เริ่มเล่นใหม่นั้น  เมื่อผู้ฝึกได้กำหนดจังหวะในการตี  หรือนักกีฬาเมื่อทราบว่าจังหวะที่ต้องตีลูกปิงปองคือจังหวะใดแล้ว  จะต้องตีลูกปิงปองขณะที่กำลังลอยอยู่ในจังหวะใด  ต้องตีจังหวะนั้นโดยตลอด  ซึ่งก็คือการ รักษาจังหวะในการตีไว้นั่นเอง ต่อเมื่อนักกีฬาเมื่อมีความชำนาญในการตีได้ทุกจังหวะแล้ว  จึงจะสามารถที่จะฝึกตีแต่ละจังหวะสลับไปมา


                                                                  



2.รักษาท่าทางเช่นเดียวกับการรักษาจังหวะการตี  การรักษาท่าในการตีปิงปองในแต่ละความหมุนที่เรากำลังฝึกก็เป็นสิ่งที่สำคัญ คือ เมื่อความหมุนดังกล่าว จะต้องตีด้วยท่าทางแบบใด  นักกีฬาก็จะต้องรักษาท่าทางในการตีลูกนั้นตลอดไป  อย่าเปลี่ยนแปลงท่าทางการตีอยู่ตลอดเวลา  เพราะจะส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอนในการตีลูกปิงปองให้ลงโต๊ะ 


                                                                     



3.ลักษณะหน้าไม้หน้าไม้ในจังหวะที่เข้าสัมผัสลูกก็เป็นสิ่งที่ต้องจดจำเช่นกัน  ซึ่งในการตีลูกด้วยความหมุนแบบต่างๆ จะมีลักษณะหน้าไม้เฉพาะอยู่  ดังนั้นการปรับเปลี่ยนหน้าไม้ไปๆ มาๆ จะส่งผลให้การตีเกิดความไม่แน่นอนขึ้นเช่นกัน  เช่น  การซ้อมลูกตีลูกด้วยความหมุนแบบ BACK SPIN (ลูกตัด)  หน้าไม้จะต้องเปิด หรือหงายขึ้น  แต่นักกีฬาเดี๋ยวก็เปิด เดี๋ยวก็คว่ำไม้หรือปิดหน้าไม้  ก็จะทำให้ตีลูกดังกล่าวไม่ได้


                                          

                      OPEN เปิดหน้าไม้                                                           CLOSE ปิดหน้าไม้

ผลการเรียน

  ทำให้ข้าพเจ้าเล่นได้ดีขึ้น เนื่องจากการฝึกซ้อมที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ได้ข้าพเจ้าได้รับรางวัลในการแข่งขันระดับโรงเรียน

ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์

  การที่เราจะทำสิ่งใดๆได้ดีนั้น ได้มาจากการฝึกฝนอย่างหนัก

เอกสารอ้างอิง

http://www.welovepingpong.com/default.asp?content=contentcategory&id=3157

http://www.thaitabletennis.com/wizContent.asp?wizConID=403&txtmMenu_ID=7