เครื่องพ่นสารเคมีเพื่อการเกษตร

                                                     นายอานนท์ ภาคมาลี (หมอแดง)


การใช้สารเคมีอย่างถูกต้องมีปัจจัยที่เกี่ยวข้องและต้องคำนึงถึง ดังนี้คือ ประเภทของสารเคมี เครื่องพ่นสารเคมี  การผสมสารเคมี และเวลาของการใช้สารเคมี
เครื่องมือชลประทานในอดีตการสูบน้ำจะใช้เครื่องสูบน้ำแทนระหัดไม้ ภายหลังจากการประสบความสำเร็จในการประดิษฐ์ท่อสูบน้ำเทพฤทธิ์ของ หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล เมื่อประมาณ ๔๐ ปีก่อนเป็นต้นมา จึงมีการใช้ท่อเทพฤทธิ์อย่างแพร่หลาย ระหัดไม้ที่ใช้สูบน้ำจึงลดน้อยลงไปเกษตรกรส่วนใหญ่จะใช้ท่อสูบน้ำที่เรียกกันว่าท่อพญานาคหรือท่อเทพฤทธิ์ โดยมีการใช้เครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งขนาดเล็กบ้างเล็กน้อย ท่อสูบน้ำหรือเครื่องสูบน้ำแบบหอยโข่งเกือบทั้งหมดผลิตภายในประเทศ

ปัจจุบันนี้ได้มีโรงงานหลายแห่งได้พัฒนาเครื่องสูบน้ำแบบใหม่โดยการปรับปรุงจากท่อเทพฤทธิ์ โดยปรับปรุงใบพัดเป็นแบบสองใบพัดสามารถสูบน้ำได้เร็วกว่าแบบเดิมซึ่งมีใบพัดเพียงใบเดียวเกือบเท่าตัว โดยใช้กำลังเครื่องยนต์เท่าเดิมและราคาก็ไม่สูงกว่าแบบเดิมเท่าใดนัก

เครื่องมือดูแลและอารักขาพืช

เครื่องมือในการดูแลอารักขาในที่นี้หมายถึงเฉพาะเครื่องมือที่ใช้ในการปราบปรามและป้องกันศัตรูพืช แบ่งออกเป็น ๒ แบบคือ  เครื่องมือกล เครื่องพ่นสารเคมี

เครื่องมือกล วัชพืชเป็นศัตรูที่สำคัญของพืช เพราะวัชพืชมีการเจริญเติบโตเร็วและสามารถทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมได้ดี วัชพืชจะแย่งน้ำแสงแดด และธาตุอาหาร ฯลฯ ทำให้ต้นพืชเจริญเติบโตไม่เต็มที่และเป็นผลให้ผลิตผลลดลงวิธีกำจัดวัชพืชของเกษตรกรส่วนใหญ่มักจะใช้จอบเสียมในการกำจัดวัชพืชเพราะราคาถูก และยังใช้ประโยชน์ได้อีกหลายอย่าง เช่น ใช้ในการขุดหลุม  ถางหญ้า  คราดซี่ ใช้คราดซี่ซึ่งเกษตรกรประดิษฐ์ขึ้นเองลากเข้าไปในระหว่างแถว คราดให้วัชพืชหลุดจากดิน วิธีนี้จะใช้ได้ดีในสภาพดินค่อนข้างแห้งร่วนและวัชพืชยังเล็กอยู่
เครื่องกำจัดวัชพืชแบบใบล้อเข็น กองเกษตรวิศวกรรมได้ดำเนินการวิจัยพัฒนาทดสอบ และปรับปรุง  จนได้แบบเครื่องมือกำจัดวัชพืชแบบง่ายๆ หลายแบบ ตั้งแต่ใช้แรงคนจนถึงใช้เครื่องยนต์เป็นต้นกำลัง แบบที่ได้เผยแพร่สู่เกษตรกรและโรงงานผู้ผลิต ได้แก่ แบบล้อเข็น
เครื่องมือกำจัดวัชพืชแบบล้อเข็น ใช้งานได้เฉพาะในการถากกำจัดวัชพืชเท่านั้น การทำคล่องตัวน้ำหนักเบาเหมาะสำหรับวัชพืชที่ยังเล็กอยู่  เครื่องกำจัดวัชพืชแบบล้อเข็นนั้นสามารถถอดเปลี่ยนอุปกรณ์สำหรับกำจัดวัชพืชแบบถากแบบพูนโคน แบบไถหัวหมู และแบบยกร่อง ได้ตามความต้องการ

เครื่องพ่นสารเคมีเครื่องพ่นสารเคมีประเภทใช้แรงคนแบ่งออกได้ดังนี้
๑. เครื่องพ่นสารเคมีแบบสูบชัก  เครื่องพ่นสารเคมีชนิดนี้เป็นเครื่องที่ใช้งานง่าย ราคาถูกและมีจำหน่ายทั่วไปในท้องตลาด เครื่องพ่นสารเคมีชนิดนี้ไม่มีถังบรรจุสารเคมี เกษตรกรจะจัดหาถังบรรจุสารเคมีเองโดยอาจจะใช้ถังแกลลอนบรรจุน้ำมัน หรือถังพลาสติก เมื่อนำสายดูดสารเคมีต่อเข้ากับถังบรรจุสารเคมีแล้วดึงก้านฉีดเข้าออกสารเคมีจะพ่นออกทางหัวฉีด เพื่อพ่นยาฆ่าแมลงต่อไป เครื่องพ่นสารเคมีชนิดนี้เหมาะกับพื้นที่ที่ทำการเพาะปลูกขนาดเล็ก และเหมาะสำหรับพืชเตี้ยๆ เช่น กะหล่ำปลี  หอม คะน้า เป็นต้นมีความสามารถพ่นสารเคมีฆ่าแมลงประมาณ๓-๕ ไร่ต่อวัน  และต้นพืชต้องไม่สูงเกินไป อายุการใช้งานของเครื่องถ้าดูแลรักษาดีๆ ประมาณ๒ ปี ส่วนประกอบต่างๆ ของเครื่องพ่นสารเคมีแบบสูบชัก แสดงในรูป
 ๒. เครื่องพ่นสารเคมีแบบอัดลม  เครื่องพ่นสารเคมีแบบนี้โดยปกติจะมีขนาดบรรจุประมาณ๕-๑๑ ลิตร เหมาะสำหรับพ่นสารเคมีในนาข้าวและพืชผลที่ไม่สูงเกินไปนัก สามารถพ่นสารเคมีในเนื้อที่ประมาณ ๓-๕ ไร่ต่อวัน และพ่นได้ไกลประมาณ ๑๕ ฟุต หรือประมาณ ๔-๕ เมตร อายการใช้งานประมาณ๓ปีถ้าดูแลรักษาดี เครื่องพ่นสารเคมีแบบนี้มีถังรูปทรงกระบอกโดยมีกระบอกสูบอัดอากาศอยู่ด้านล่างของถัง ตัวถังสารเคมีปิดสนิทสำหรับเก็บอากาศ และทำหน้าที่เป็นห้องเก็บแรงดันใส่สารเคมีที่ผสมแล้วประมาณ ๗๐% ของปริมาตรถังการที่ใส่สารเคมีไม่เต็มถังก็เพราะต้องการให้มีที่ว่างสำหรับอัดอากาศก่อนพ่นสารเคมีจะต้องสูบน้ำและอัดลมเสียก่อนโดยปกติจะอัดลมให้เต็มถังเพียงครั้ง เดียวเท่านั้นจึงจะสามารถพ่นน้ำสารเคมีได้หมดถัง แต่ในทางปฏิบัติแล้วไม่ได้เป็นอย่างนั้น คือ ผู้ใช้จะต้องปั๊มลมเพื่อเพิ่มแรงดันภายในถังอีก

  ๓. เครื่องพ่นสารเคมีแบบสูบโยก  เครื่องพ่นสารเคมีชนิดนี้ทำด้วยโลหะไม่เป็นสนิม และมีอายุการใช้งานนานกว่า ๓ ปี ถังบรรจุน้ำยาโดยทั่วไปที่มีใช้กันแพร่หลายนั้น มีขนาดบรรจุประมาณ ๑๗ ลิตร มีสายสะพาย ๒ เส้น เหมือนกับสายสะพายทั่วๆ ไป ปั๊มทำงานโดยโยกขึ้นโยกลงเหมาะสำหรับพ่นสารเคมีในนาข้าว ไร่ฝ้าย ไร่ข้าวโพด ฯลฯ และพืชไม่สูงมากนัก  สามารถพ่นสารเคมีในเนื้อที่ประมาณ ๘-๑๒ ไร่ต่อวัน และพ่นสารเคมีได้ไกลประมาณ ๒-๔ เมตร
๔. เครื่องพ่นสารเคมีแบบสะพายไหล่  มีลักษณะเป็นรูปทรงกระบอกวงรี มีสายสะพายสำหรับสะพายไหล่และมีความจุประมาณ๘-๑๐ลิตร เครื่องพ่นสารเคมีชนิดนี้จะมีชุดปั๊มและห้องอัดลมอยู่ชุดหนึ่งซึ่งแยกจากก้นถัง และตัวถังบรรจุสารเคมี ฉะนั้นถังบรรจุสารเคมีไม่จำเป็นจะต้องปิดสนิทเหมือนกับเครื่องพ่นสารเคมีแบบอัดลม หลักการทำงานของเครื่องจะสูบสารเคมีเข้าไปอัดอากาศในห้องเก็บแรงดัน ทำให้อากาศภายในห้องเก็บแรงดันสูงขึ้น จนสามารถดันสารเคมีที่สูบเข้าไปให้ไหลออกไปยังก้านฉีดและหัวฉีดได้
 ๕. เครื่องพ่นสารเคมีชนิดใช้เครื่องยนต์แบบสะพายหลัง  เป็นเครื่องพ่นสารเคมีที่ใช้กันแพร่หลายมาก เกษตรกรส่วนใหญ่นิยมใช้ปฏิบัติงานในไร่นา เนื่องจากสามารถทำงานเร็ว การทำงานของเครื่องพ่นสารเคมีชนิดนี้ทำงานโดยพ่นละอองสารเคมีให้เป็นฝอยละเอียด โดยอาศัยพลังงานกลจากเครื่องยนต์พัดลมออกไปกระทบกับสารเคมีที่ไหลออกสู่ปลายหัวฉีด เครื่องยนต์ที่จะใช้เป็นเครื่องยนต์ชนิด ๒ จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ ฉะนั้นเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่เกษตรกรผู้ใช้จะต้องมีความรู้ในเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับเครื่องพ่นสารเคมีชนิดนี้พอสมควร

หัวฉีด หัวฉีด เป็นชิ้นส่วนที่สำคัญที่สุดของเครื่องพ่นสารเคมี ทำหน้าที่หลายอย่างพร้อมๆ กัน ได้แก่บังคับให้สารเคมีที่ใช้แตกตัวเป็นละอองให้กระจายตัวอย่างสม่ำเสมอ และบังคับอัตราการไหลของสารเคมีให้มากหรือน้อย หัวฉีดที่ใช้กับเครื่องพ่นสารเคมีมีหลายชนิดขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานตามรายละเอียดข้างล่างนี้
หัวฉีดใช้แรงดันของเหลว หัวฉีดชนิดนี้ใช้กันมากในเครื่องพ่นสารเคมีชนิดต่างๆ ทั้งขนาดเล็กที่ไม่ใช้เครื่องยนต์และขนาดใหญ่ มีหลักการง่ายๆ คือ ใช้ความดันบังคับให้ของเหลวไหลผ่านรูฉีดขนาดเล็ก ของเหลวที่หลุดพ้นจากรูฉีดออกไปจะแตกตัวเป็นละอองขนาดต่างๆ กัน มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่แตกต่างกันมากขนาดของละอองเล็กหรือใหญ่ขึ้นอยู่กับแรงดันและขนาดของรูฉีด ถ้าความดันสูงละอองสารจะละเอียด ถ้าความดันต่ำละอองสารจะหยาบ ขนาดของรูฉีดก็เช่นกัน รูฉีดขนาดเล็กผลิตละอองสารที่ละเอียด และขนาดใหญ่ผลิตละอองสารที่หยาบ
 หัวฉีดกลุ่มนี้แบ่งออกเป็น ๓ แบบ คือ แบบแรงปะทะ แบบรูปพัด และแบบรูปกรวย ๑. หัวฉีดแบบแรงปะทะ  เป็นหัวฉีดสำหรับใช้พ่นสารกำจัดวัชพืชโดยเฉพาะ ทำด้วยโลหะหรือพลาสติกแข็งเป็นชิ้นเดียวกัน มีรูขนาดเล็กตรงกลาง ของเหลวที่ไหลผ่านรูนี้จะปะทะกับแผ่นกั้น แล้วกระจายตัวออกเป็นละอองสารในลักษณะรูปพัด มีมุมระหว่าง ๒๕-๑๘๐ องศาขึ้นอยู่กับความดันที่ใช้ แต่โดยทั่วๆ ไปหัวฉีดแบบนี้ใช้ความดันต่ำประมาณ ๕-๑๕ ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อละอองสารที่หยาบจะได้ไม่ปลิวไปถูกพืชชนิดอื่นที่อยู่ข้างเคียง พื้นที่ที่ละอองสารตกลงไปจะเป็นรูปวงรีแคบๆบริเวณปลายทั้ง๒ข้างจะโตเล็กน้อย
 ๒. หัวฉีดแบบรูปพัด  หัวฉีดแบบนี้ทำด้วยวัตถุชิ้นเดียว มีลักษณะกลม แบนตรงกลาง เจาะเป็นรูปวงรีเล็กๆ ให้ของเหลวไหลผ่าน ของเหลวที่ไหลผ่านรูฉีดด้วยความดันสูงจะแผ่เป็นรูปพัด มีความกว้างของมุมที่ของเหลวออกมาต่างๆ กันระหว่าง ๖๕ องศา ถึง ๘๐ องศา อัตราการไหลจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับขนาดของรูฉีดและความดัน หัวฉีดชนิดนี้ใช้ในงานป้องกันกำจัดวัชพืชด้วยความดันต่ำประมาณ ๑๕ ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อบังคับให้ละอองโตจะได้ไม่ปลิวไปถูกพืชข้างเคียง นอกจากนั้นยังใช้พ่นสารป้องกันกำจัดโรคและแมลง หรือใช้ในงานทางสาธารณสุขเพื่อพ่นสารกำจัดยุงด้วยความดันสูงประมาณ ๔๐-๖๐ปอนด์/ตารางนิ้ว เพื่อให้ได้ละอองสารที่ละเอียด
 ๓. หัวฉีดแบบรูปกรวย  เป็นหัวฉีดที่ใช้กันมากในการกำจัดศัตรูพืช ประกอบด้วยชิ้นส่วนสำคัญ ๒ ชิ้นคือ รูฉีด ทำด้วยโลหะบางๆ  มีรูขนาดเล็กตรงกลางและแผ่นทำให้เกิดกระแสวนทำด้วยโลหะหรือวัสดุแข็งเป็นแผ่นบางๆ หรือเป็นแท่งกลม มีรูหรือร่องเอียงให้ของเหลวผ่านเพื่อเกิดการหมุนวนด้านหลังของรูฉีดและผ่านออกไปเป็นรูปกรวยกลม ถ้าพื้นที่ตรงกลางของรูปกรวยนั้นว่างเรียกว่า หัวฉีดแบบกรวยกลวงแต่ถ้ารูปกรวยนั้นมีละอองสารเต็มเรียกว่า หัวฉีดแบบกรวยทึบ โดยทั่วๆ ไปนิยมใช้หัวฉีดแบบกรวยกลวงมากกว่ากรวยทึบ  เนื่องจากสิ้นเปลืองสารที่ใช้พ่นน้อยกว่า หัวฉีดแบบนี้มีขนาดของรูฉีดและแผ่นซึ่งทำให้เกิดกระแสวนให้เลือกหลายขนาด เพื่อให้ได้อัตราการไหลและขนาดของละอองสารที่ต้องการ มักจะใช้ความดันสูงตั้งแต่ ๕๐ปอนด์/ตารางนิ้วขึ้นไป

เครื่องพ่น เครื่องพ่นยาแบบน้ำน้อย เป็นเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อใช้ฉีดพ่นกำจัดวัชพืชแบบใช้ปริมาณน้ำยาต่อไร่น้อย (๒-๕ลิตร/ไร่) เครื่องพ่นยาแบบนี้ไม่ต้องโยกปั๊มลมเข้าไปในถัง  แต่ใช้วิธีการสลัดน้ำยาออกมา  โดยการเหวี่ยงของจาน
ลักษณะการออกของสารละลายเคมีเป็นรูปวงกลม ซึ่งเมื่อยกให้อยู่สูงจากผิวดินหรือวัชพืชตามกำหนด จะได้ความกว้างของน้ำยาตามที่ต้องการ
เครื่องพ่นในไร่ ส่วนมากแล้วจะเป็นชนิดที่ติดท้ายรถแทรกเตอร์ และทดกำลังจากเพลาอำนวยกำลังของรถแทรกเตอร์มาขับปั๊มและชิ้นส่วนต่างๆ บางชนิดจะมีเครื่องยนต์อิสระติดตั้งต่างหากโดยเฉพาะเครื่องพ่นชนิดนี้จะมีแขนยาวแยกออกเป็น ๓ ตอนกางออก ๒ ข้าง ตอนกลาง ๑ ข้าง สำหรับเป็นที่ยึดท่อยางและหัวฉีด
เครื่องพ่นละอองหมอก  เป็นเครื่องพ่นสารเคมีสำหรับสวนผลไม้และไม้ยืนต้น จะมีพัดลมขนาดใหญ่ที่ถูกขับด้วยความเร็วรอบสูงเพื่อให้เกิดกระแสลมแรงและเร็วความเร็วเริ่มแรกของกระแสลมสูงถึง ๒๐๐กิโลเมตร/ชั่วโมง เพื่อพัดสารเคมีที่ฉีดออกมาจากหัวฉีด และปล่อยออกตรงบริเวณปล่องทางออกของทางลม น้ำละลายสารเคมีที่ถูกฉีดพ่นออกมานี้จะถูกลมพัดให้แตกเป็นฝอยละอองเล็กๆปลิวขึ้นไปครอบคลุมบริเวณส่วนบนของต้นไม้ละอองจะมีขนาดประมาณ ๕๐-๖๐ ไมครอน  ถ้าเป็นการพ่นสารเคมีชนิดเข้มข้นจะพ่นในปริมาณที่น้อยกว่า แต่ขนาดของละอองจะเล็กลงและจะครอบคลุมต้นพืชได้ทั่วถึงกว่า

รถขนย้ายผลิตผลการเกษตร การนำผลิตผลทางการเกษตรสู่ตลาดเป็นเรื่องสำคัญ ในอดีตถนนหนทางยังไม่ดีและเกษตรกรเลี้ยงสัตว์ไว้ใช้งาน เช่น โค กระบือ จึงใช้สัตว์นี้เทียมเกวียน ขนผลิตผลจากไร่นามาสู่ตลาดในเมือง ในปัจจุบันนี้ถนนหนทางได้พัฒนาดีขึ้นและผลิตผลจากไร่นามีจำนวนมาก  ทำให้เกษตรกรจำเป็นต้องใช้รถพ่วงและรถเกษตรกรในการขนย้ายผลิตผลทางการเกษตร รถเหล่านี้ผลิตภายในประเทศ กองเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตรจึงได้คิดพัฒนารถพ่วงให้สามารถบรรทุกของหนักๆได้มากกว่ารถพ่วงที่ใช้ในปัจจุบัน รถพ่วงบรรทุกน้ำหนักได้เพียง ๕๐๐ กิโลกรัม และระบบเบรกที่ใช้นั้นคุณภาพต่ำ จึงทำให้ไม่ปลอดภัยแก่ผู้ใช้ รถที่ได้วิจัยและพัฒนานี้สามารถบรรทุกได้ถึง ๑,๐๐๐กิโลกรัม โครงสร้างแข็งแรง การเลี้ยวคล่องตัว มีระบบเบรกที่ล้อรถพ่วง  ทำให้หยุดได้ตามความต้องการ ซึ่งจะปลอดภัยต่อผู้ใช้ นอกจากนั้นได้ออกแบบกระบะให้สามารถเทได้ ทำให้ขนส่งได้รวดเร็ว ปัจจุบันรถที่ได้รับการพัฒนานี้เป็นที่ยอมรับของเกษตรกรและมีการใช้งานอย่างกว้างขวางในกิจกรรมต่างๆ เช่น ขนย้ายผลิตผลปาล์มน้ำมันหัวมัน ขนอาหารสัตว์ ใช้ในสวนผลไม้ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังมีโรงงานผลิตรถเกษตรกรหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่ารถ อีแต๋น สามารถบรรทุกได้ ๒,๐๐๐ กิโลกรัม กระบะสามารถยกเทได้ด้วยระบบไฮดรอลิก ซึ่งใช้กันแพร่หลายในปัจจุบัน