1. สิ่งที่เรียน (What)
           
การเล่นกีฬาเปตอง

       2. วิธีการเรียน (How)
           สมัยเมื่อหลายปีก่อนนั้น ผมเคยเล่นเปตองกับลุงของผม ผมคิดว่ากีฬานี้ก็แค่โยนๆไปให้ใกล้กับลูกแก่นเท่านั้นไม่มีอะไรมาก เป็นกีฬาที่ไม่ได้ออกกำลังอะไรเลย เป็นกีฬาที่ไม่มีอะไรน่าสนใจ ไม่มีความตื่นเต้นเร้าใจ  และผมก็ต้องเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ใหม่เมื่อผมได้มาเป็นนักศึกษาในมหาวิทยาลัยขอนแก่น ผมได้ตัดสินใจเลือกที่จะเล่นกีฬาเปตองในงานกีฬาน้องใหม่ ไม่ใช่เพราะชอบหรืออยากเล่นแต่เพราะพี่รหัสของผมเองก็อยู่ในชมรมนี้ ก็เลยอยากอยู่ตามพี่เท่านั้นเอง แต่พอได้อยู่ในชมรมผมได้เรียนรู้จากพี่ๆในชมรมว่าที่จริงแล้วเปตองเป็นที่กีฬาไม่ใช่ว่าโยนอย่างเดียว เราต้องคิดและวางแผนในการเล่นด้วย ว่าเราจะโยนยังไงดี มีลูกเปตองของฝ่ายตรงข้ามวางขวางอยู่ สนามแฉะหรือบางทีอาจมีน้ำนอง ซึ่งในกีฬาเปตองมีเทคนิคในการเล่นมากมาย เช่น การตี คือเราต้องโยนลูกเปตองไปชนลูกของฝ่ายตรงข้ามเมื่อลูกของฝ่ายตรงข้ามอยู่ใกล้ลูกแก่นมากๆ เป็นต้น เราต้องฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ จึงจะสามารถเก่งได้ ต้องใช้สมาธิ ความนิ่ง ความแม่น และบางครั้งเราก็ต้องพึ่งดวง เพราะลักษณะพื้นผิวของสนามที่เราแข่ง อาจจะมีหลุม มีหิน ซึ่งอาจทำให้ลูกเปตองของเรากลิ้งไปในทิศทางที่เราคาดไม่ถึง

       3. ผลการเรียน (Outcome)
           การฝึกฝนและการลองแข่งขันพี่ๆ ทำให้ผมมีทักษะและประสบการณ์ในการเล่นกีฬาเปตองมากขึ้น จนกระทั่งในการแข่งขันกีฬา ผมและเพื่อนๆได้ลงแข่งในประเภททีมชายสาม จากคนที่ไม่เคยเล่นเปตองอย่างจริงจังมาก่อนเลย แต่ด้วยการฝึกฝนและการได้รับคำแนะนำจากพี่ๆ ทำให้พวกผมสามารถแข่งขันชนะเลิศในกีฬาชนิดนี้ นำความภูมิใจมาสู่เพื่อนๆและพี่ๆได้สำเร็จ

       4. ข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ (Reflection)
           
 เปตองเป็นกีฬาต้องฝึกฝนให้มากๆจึงจะเล่นได้เก่ง ยิ่งฝึกฝนมากเท่าไหร่ยิ่งเก่งมากเท่านั้น ไม่ว่าเราจะทำอะไร ถ้าเราตั้งใจที่จะทำ มีความพยายาม มีสติ แม้ว่าสิ่งนั้นจะเป็นสิ่งที่เราไม่เคยทำมาก่อนเลย เราก็สามารถที่จะทำมันให้สำเร็จได้

       5. เอกสารอ้างอิง (reference)
            http://www.slideshare.net/Songsak1/ss-17340570


จัดทำโดย
นศ.พ. ธนกฤต  กุมพล
คณะแพทยศาสตร์    มหาวิทยาลัยขอนแก่น
563070122-6
วันที่บันทึก 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2556