๑๖๔. ธรรมะกับชีวิตประจำวัน

ธรรมะกับชีวิตประจำวัน

        ไม่รู้ว่า "ฉัน" ย่างเข้าสู่วัยชราหรือเปล่า? อาจใช่และอาจไม่ใช่...เพราะสังเกตจากตัวเองว่า...ทุกวันนี้ เมื่อฉันขับรถหรือไม่ก็ชีวิตในการทำงานต้องเกี่ยวพันกับ เรื่อง "ธรรมะ" อยู่ตลอดเวลา เหมือนกับว่า...ใกล้ตัวมาก...ฉันได้เรียนรู้จากเรื่อง หลักธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เพราะฉันนับถือศาสนาพุทธ ฉันฟังแล้วก็คิดตาม ฉันไม่สนใจว่า ปัจจุบันมีข่าวเรื่อง "พระ" กระทำโน่น กระทำนี่ กันมาก ฉันสามารถแยกแยะออกว่า สิ่งไหนดี สิ่งไหนไม่ดี ฉันขอเลือกแต่สิ่งที่ดี ๆ สิ่งที่เป็นตัวแทนของพระพุทธเจ้า สิ่งใดดีฉันจึงนำมา...นำมาเพื่อปฏิบัติให้เกิดผลดีต่อตัวฉัน ต่อคนที่อยู่รอบข้างฉัน จะเรียกฉันว่า "ผู้ปฏิบัติ" ก็ว่าได้...

         ฉันฟังพระท่านสอนว่า...คนที่จะสามารถปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าได้ในชาตินี้นั้น...ต้องเป็นผู้ที่เคยมีบารมีเก่ามาก่อน หรือเรียกว่า เคยปฏิบัติมาแต่ชาติปางก่อน ฉันคิดว่า...ถ้าจะจริง...ฉันสังเกตว่า เวลาฉันพาบุคลากรของมหาวิทยาลัยไปนั่งปฏิบัติธรรมที่วัด เช่น นั่งวิปัสนา เดินวิปัสนา ฉันเห็นว่า บางคนก็เดินแบบมีสติ บางคนเดินแบบไม่มีสติ เรียกว่า สมาธิไม่นิ่ง หลุกหลิก พอเสร็จจากเดิน นั่ง ฉันถามพวกเขาว่า..."เป็นอะไร" เขาบอกว่า "ไม่ชอบ" อาจเป็นเพราะว่า...มหาวิทยาลัยไปบังคับเขาหรือ เขาไม่ได้เต็มใจไปปฏิบัติธรรม...ฉันบาปหรือไม่ ฉันไม่รู้ แต่ฉันมีความคิดว่า...ฉันได้ทำหน้าที่ของฉันดีที่สุดแล้ว เพราะหน้าที่ของฉัน คือ "การพัฒนาบุคลากรของภาครัฐให้มีคุณธรรม จริยธรรม"...ฉันฟังพระท่านสอน ตามที่ท่านบอก คือ ชาติที่แล้วคงไม่มีบารมีเก่าสะสม...พอมาชาตินี้ ถูกให้ปฏิบัติธรรม ก็เลยเกิดอาการ "ไม่นิ่ง" ผิดกับฉัน ไม่ต้องสั่ง ฉันชอบ ฉันนิ่งตามที่แม่ชีบอกตามที่กำหนดไว้...ในความเชื่อ ฉันเชื่อว่า ตัวฉันก็คงมีบารมีในการปฏิบัติธรรมสะสมมามากเหมือนกัน เพราะไม่เช่นนั้น ฉันจะนั่งวิปัสนานานไม่ได้ เดินจงกรมนานไม่ได้ แต่นี่...ฉันสามารถทำได้ และเกิดปิติ (มีน้ำตาไหลออกมา) ไม่รู้ว่าใครเป็นเหมือนฉันบ้าง...ฉันชอบ ฉันรัก เพราะฉันคิดว่า...นี่คือ บุญ กุศล ที่ฉันได้ปฏิบัติ ฉันได้แผ่เมตตาให้กับคนที่รัก คนรอบข้าง เจ้ากรรมนายเวร สัตว์โลกทั้งหลาย เมื่อฉันได้ปฏิบัติแล้ว ฉันมีความสุข...นี่คือ...การปฏิบัติที่ฉันได้กระทำ...

          เรื่องธรรมะมีหลากหลายมากมาย ขึ้นอยู่กับใจและตัวเราที่จะนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน อยู่ที่ปัญญาของแต่ละบุคคลที่จะเข้าใจ ค้นพบได้ว่า...สิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี...ไม่สามารถสอนกันได้ นอกจาก ตัวเราจะเข้าใจเอง...เรียกว่า get...ฉันรู้ว่า ทุกวันนี้ ฉันถือหลักธรรมะ คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้ามาเป็นหลักธรรมและใช้กับชีวิตประจำวัน...ใครจะทำหรือไม่ทำ ฉันไม่รู้ รู้แต่ว่า...เมื่อฉันได้ทำและปฏิบัติตามแล้ว "ฉันมีความสุข" ความสุขนี้ ไม่ใช่หรือ ที่มนุษย์เราเกิดมาและต้องการมากกว่าสิ่งอื่น...มีใครบ้างเล่าที่ต้องการความทุกข์ คิดว่าคงจะไม่มี เพราะทุกคนคงจะต้องการความสุขกันมากกว่า...

          แม้กระทั่ง คำพูด ก็เช่นกัน พูดอย่างไร? ที่จะทำให้ตัวเองมีความสุข พูดอย่างไรแล้วจะทำให้คนที่ได้ฟังเราพูดแล้วเกิดสุข ก็ขึ้นอยู่กับหลักธรรมะ นั่นเอง...คนเราถ้าคิดกันให้ลึก ๆ แล้วละก็..."ธรรมะกับชีวิตของเรานั้นอยู่ใกล้กันแค่เอื้อม"...ขึ้นอยู่กับว่า ใครจะไขว่คว้าเอามาปฏิบัติกันมากกว่า...ฉันชอบฟังพระท่านเทศน์สอน ฉันชอบคิดตามว่าใช่หรือไม่...อาจเป็นเพราะฉันเป็นคนมีเหตุผล...ฉันไม่ชอบเชื่อใครง่าย ๆ ฉันชอบคิดตามและแยกแยะออกว่า "ใช่หรือไม่ใช่"...ฉันสังเกตได้ว่า คนที่ชอบฟังธรรมะ และปฏิบัติตามหลักธรรม จะเป็นผู้ที่มีจิตใจดีงาม มีหลักการ เรียกว่า "มีคุณธรรมประจำใจ" ซึ่งถ้าเกี่ยวกับการเป็นผู้บังคับบัญชาคนละก็ "สำคัญมาก" เพราะการเป็นผู้บังคับบัญชาคน ต้องมี "หลักธรรม" อยู่ในใจเสมอ...สังเกตได้อีกสำหรับคนที่ไม่มี "ธรรมะ" ในหัวใจ ฉันดูเหมือนว่า เขาผู้นั้น นึกอยากพูดอะไรก็พูดออกมา ไร้ร่องรอย ไม่คำนึงถึงว่า เมื่อพูดออกมาแล้ว คนที่รับฟังจะฟังได้หรือไม่ เขาไม่สนใจ...แต่ในทางกลับกันเขาก็จะไม่ค่อยชอบให้ใครมาพูดกับเขาแบบไม่ดี พวกนี้ ฉันว่าเขาเหมือนเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมาก ๆ...

          เรื่อง "ธรรมะ" เป็นเรื่องที่อยู่ใกล้เอื้อมมือของเราจริง ๆ ถ้าใจเราเปิดที่จะรับและนำมาปฏิบัติต่อตัวเรา ต่อชีวิตประจำวันของเราเอง...สามารถทำได้ง่าย ถ้าใจของเราเปิดรับ...บางคนคิดว่า งมงาย แต่ฉันคิดว่า...เป็นสิ่งดีมากกว่า ถ้าไม่มีเรื่อง "ธรรมะ" แล้วจะมีเรื่องใดเล่าที่นำมาเป็นหลักชีวิตประจำวัน หลักที่ทำให้ตัวฉันเกิดความสุข ทำให้สังคมเกิดสุข สงบได้...บางคนบอกว่า "น่าเบื่อ" ถ้าพูดถึง "ธรรมะ" ฉันคิดว่า เขาคิดไม่ถูก...เพราะทุกขณะจิตในตัวของเขาจะมีเรื่อง ธรรมะอยู่ในของเขา ซึ่งเขาไม่รู้ตัวเองต่างหาก...





บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เรื่องเล่าของ "บุษยมาศ"



ความเห็น (6)

เขียนเมื่อ 

อยู่ที่ใจครับ ทำใจ ธรรมใจ

-สวัสดีครับอาจารย์ฺ..

-เปิดใจรับ"ธรรมะ"และนำมาปฎิบัติครับ..

-สบายดีนะครับ..

-นำ"ต๋ำบะเม่า"มาฝากครับ..

เขียนเมื่อ 

มีความรู้สึกเช่นกันครับพี่..

ผมเคยคิดว่าหากเมื่อ20 ปี ที่แล้วคิดได้อย่างนี้ คงได้บวชเป็นพระแล้ว

แต่เพราะบารมีเก่าไม่มากพอ จึงได้เพียงเรียนรู้กับปัจจุบันขณะ เท่านั้นเอง...

ขอบคุณครับ

ปฏิบัติธรรม(ทำ) กับชีวิตประจำวัน งานและครอบครัว ครับ

เขียนเมื่อ 

...มีธรรมะมีความสุข...สบายใจนะคะ

เขียนเมื่อ 

ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านที่เข้ามาอ่านและให้ดอกไม้กำลังใจค่ะ