สวัสดีครับชาว BLOG ทุกท่าน
วันที่ 17 กรกฎาคม 2556 ผมได้รับเกียรติจากบริษัท Mitsubishi Motors Cooperation Council Thailand (MCC) ให้เป็นวิทยากรบรรยายในงานสัมมนา MCC Management Seminar #1 หัวข้อ Human Capital Strategy of Thailand Automotive Industry for AEC (ทุนมนุษย์ของอุตสาหกรรยานยนต์ไทยพร้อมก้าวสู่อาเซียน) ณ โรงแรมโนโวเทล สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต
เชิญร่วมแสดงความคิดเห็นและติดตามความรู้ได้ใน Blog นี้ครับ
บรรยากาศในการเรียนรู้
สรุปการบรรยายหัวข้อทุนมนุษย์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยพร้อมก้าวสู่อาเซียน (Human Capital Strategy of Thailand Automotive Industry for AEC)
โดย
ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
17 กรกฎาคม 2556
ดร.จีระ: ขอแบ่งปันความรู้ในช่วงแรก หลังจากนั้นขอให้ได้แลกเปลี่ยนความิดเห็นกัน ที่สำคัญเราต้องคิดว่าเราจะทำอะไรต่อเมื่อสัมมนาจบแล้ว ต้อง Do what you know
ที่น่าสนใจคือ หัวข้อจะมุ่งไปสู่อาเซียนซึ่งเป็นเรื่องที่ท้าทายกับธุรกิจของเรา ต้องคิดไปถึงตัวเราเอง คิดไปถึงองค์กร ประเทศ และคิดไปถึงอาเซียน
หลักการคิดของผมก็คือ ต้องคิดเสมอว่ามีความรู้อะไรเพิ่มเติมต่อจากเมื่อวานหรือไม่ หากวันนี้มีประโยชน์ก็ขอให้ทุกคนปรับตัวให้ดีขึ้น
วัตถุประสงค์วันนี้ คือ
1. สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องประชาคมอาเซียน (AC) และประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) ผลกระทบต่อตัวเรา องค์กร สังคม เพื่อเป็นแนวทางในการปรับตัว/พัฒนาพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง
2. เปิดโลกทัศน์ให้ทุกท่านเห็นการเปลี่ยนแปลง
3. สร้างวิสัยทัศน์และมุมมองเรื่องการพัฒนาทุนมนุษย์ให้พร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงในอนาคต
4. สร้างแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ และการพัฒนา สนุกกับการฟังในวันนี้
5. กระตุ้นให้ทุกท่านค้นหาตัวเองและค้นหาองค์กรของท่าน.. จะทำให้สำเร็จได้อย่างไร?
แนวคิดและทฤษฎีเพื่อการเรียนรู้
ทฤษฎี 4L’s
ทฤษฎี 2R’s
ทฤษฎี 2R’s
แฮมเมอร์: โลกเปลี่ยนแปลงเร็ว และไม่สามารถพยากรณ์ได้ต้องจัดการกับการเปลี่ยนแปลงให้ได้
ในเรื่องHuman capital หากเราเป็นคนที่พร้อมบริหารการเปลี่ยนแปลงเราก็สามารถอยู่รอดได้ ต้องเปิดโลกของเรา ในทุกมุมมองไม่ว่าจะเป็นเรื่องสังคม กาเมือง เศรษฐกิจ สังคม
Michael Porter: คุณภาพของทรัพยากรมนุษย์เป็นเรื่องสำคัญ
พารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา: คน คือ ทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามากที่สุดขององค์กร
คนต้องมองเป็น ASSEST ที่มีค่า
จีระ: “ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดในปัจจุบัน ไม่ใช่เงิน สิ่งของหรือเครื่องจักร
แต่เป็นคน เช่น สิงคโปร์ หรืออิสราเอล” และการบริหารคนต้องมีทั้งเรื่องปลูกและเก็บเกี่ยว
ในฐานะเป็นธุรกิจรถยนต์ ก็ต้องก้าวสู่ธุรกิจในระดับโลกให้ได้
จุดอ่อนของการบริหารและพัฒนาคน คือ ต้องใช้เวลาในการบริหารคนนานตลอดชีวิต
โลกในอนาคต.. จะค่อย ๆ บทบาทความสำคัญในการพัฒนาจะเคลื่อนจากภาคอุตสาหกรรมไปสู่ภาคบริการมากขึ้น
ในอนาคต “Skills” หรือ “Technical Skill” ก็ยังสำคัญอยู่ แต่ต้องมี Skill เรื่องอื่น ๆ เพิ่มขึ้น เช่น Management Skill + IT Skill เพื่อความอยู่รอด และ Trends ในอนาคตก็มีแนวโน้มว่าจะเป็น
Skills à Knowledge à3V
Value added
Value creation
Value diversity เปลี่ยนความหลากหลายมาเป็นมูลค่า
-หากเราเข้าสู่อาเซียน ก็ต้องคำนึงถึงความหลากหลายมากขึ้น โอกาสของเราคือต้องใช้diversity ให้เป็นประโยชน์
-GDP ของโลกเมื่อเข้าสู่อาเซียน แค่ 3 %เท่านั้น คนไทยต้องคลั่งอาเซียนเพื่อเข้าสู่โลกาภิวัตน์ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องASEAN เท่านั้น
-ประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานระดับ Technician
-การทำงานต้องทำงานอย่างมีความสุขและมี Passion
ประเด็นท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย..สู่อาเซียน
1)การขาดแคลนแรงงานไทย + คนไทยไม่เรียนอาชีวะ ต้องพึงพาแรงงานต่างด้าว
2)ASEAN
-โอกาส คือ ตลาดใหญ่ (ประชากร 600 ล้านคน) และอาจจะมองไปถึง ASEAN+6 ด้วย
- การคุกคาม คือ มีคู่แข่งที่น่ากลัว คือ อินโดนีเซีย สำหรับ ASEAN+1 คู่แข่งที่น่ากลัวมาก คือ จีน
3) Technical skills อย่างเดียวไม่พอ ต้องมี
-ทุนทางปัญญา – คิดเป็น
-ทุนทางจริยธรรม
-ทุนทางความรู้ + ความใฝ่รู้
-และต้องปรับ Mindset
4) พลังงานในอนาคตขาดแคลน.. รถในอนาคตจะมีขนาดเล็กลง เน้นการใช้ไฟฟ้า (Hybrid)
5) ไทยควรจะเน้น Transfer of Technology มากกว่ารับจ้างผลิต (How?)
6) Technology เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์จะเปลี่ยนเร็ว ต้องมี R&D
เช่น วัสดุศาสตร์, NANO, IT และ language skills
ธุรกิจรถยนต์ควรเน้นเรื่อง R&D ให้มาก
10 ประเด็นที่ต้องรู้จริง..เพื่อก้าวไปกับอาเซียนเสรี
-ประเทศไทยผลิตชิ้นส่วนระดับโลก เมื่อภาษีต่างประเทศต่ำ ในอาเซียนเราก็สามารถขายไปประทศอื่นได้
-เรื่องแรงงานบางประเทศ บางธุรกิจ พึ่งแรงานต่างด้าวมาก
อาเซียน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ
1 กลุ่มทุนนิยม
2 กลุ่มสังคมนิยม ลาว เวียดนาม พม่า กัมพูชา
ทีสำคัญคือ ต้องศึกษาประเทศเหล่านั้น แบบรู้เขารู้เรา รู้ศักยภาพกาผลิตรถยนต์ของประเทศ ต่างๆในประเทศอาเซียน
ข้อตกลงร่วมมือกัน 3 สาขาใหญ่
qเศรษฐกิจ และการค้า การลงทุน
q สังคมและวัฒนธรรม
q ความมั่นคงทางการเมือง
และสำคัญที่สุดจะเชื่อมโยงทั้ง 3 เรื่องเข้าด้วยกัน เรียกว่า “ASEAN Connectivity” เชื่อมโยงเข้าหากัน
-Benchmark กับประเทศ ต่างๆ และต้องมีธรรมาภิบาล
AEC
1.เป็นตลาดและฐานการผลิตร่วม
2.สร้างเสริมขีดความสามารถการแข่งขัน
3.การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเสมอภาค ต้องลดความเหลื่อมล้ำของรายได้
4.การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก
7 อาชีพแรกที่เปิดเสรีอาเซียน
-แพทย์
-พยาบาล
-ทันตแพทย์
-วิศวกร
-สถาปัตยกรรม
-การสำรวจ
-นักบัญชี
ยังไม่มีผลกระทบโดยตรง ยกเว้นคนที่มีความสามารถทางภาษาอังกฤษ ก็จะไปได้เร็วขึ้น
นอกจาก “อาเซียน” แล้วควรจะเข้าใน ..อาเซียน+6 มีอะไรบ้าง? ซึ่งหมายความว่า ประเทศสำคัญ ๆ ในโลกยังให้ความสนใจที่จะทำงานกับประเทศในอาเซียน
-China
- Japan
-South Korea
-India
- Australia
-New Zealand
สิ่งสำคัญที่สุดในวันนี้ ก็คือ ค้นหาตัวท่าน
-ต้องคิด วิเคราะห์ว่าอะไรเกิดขึ้น เตรียมพร้อม และสำคัญที่สุดจะฉกฉวยโอกาส และหลีกเลี่ยงการคุกคามอย่างไร?
-มีความมั่นใจว่าเราปรับตัวอยู่ในประชาคมอาเซียนได้อย่างดี แรงกดดันจากข้างนอก จะทำให้รวมตัวกันเพื่อให้ธุรกิจเข้มแข็ง
การปรับตัวของท่านในวันนี้
- สิ่งแรกก็คือ เข้าใจ ศึกษาให้ถ่องแท้
- โอกาสที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง อยู่ที่ว่าเราจะฉกฉวยอย่างไร?
โอกาสแรก คือ เรื่องการขยายของตลาด เฉพาะอาเซียน อย่างเดียวก็เพิ่มประชากร/ผู้บริโภคเพิ่มจาก 64 ล้านคน เป็น 500 ล้านคน.. ถ้านับอาเซียน+6 ก็มีผู้บริโภคเพิ่มขึ้นหลายพันล้านคน
จากงานวิจัยของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.. ผมวิเคราะห์ว่า..การปรับตัวที่สำคัญที่สุดของทุนมนุษย์ “คนไทย” คือ
1.เรื่องทัศนคติ (Mindset)
2.เรื่องความเป็นมืออาชีพ (Professionalism)
3.เรื่องความเป็นสากล (Internationalism) ต้องมีความเข้าใจว่าการอยู่ในสังคมนานาชาติแล้ว ต้องมีทั้งเรื่องภาษา
และที่สำคัญที่สุดต้อง Back to basic คือ เรื่องคุณธรรมจริยธรรม ปัญญา และ การมีเครือข่าย
- ต้องรักษาภูมิปัญญาและรากเหง้าหรือความเป็นตัวตนของคนไทย
-ต้องเตรียมความพร้อมเรืองภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียนมากขึ้น
-ต้องมีการปรับตัวที่สำคัญคือ เรืองความใฝ่รู้ ซึ่งเป็นจุดอ่อนของคนไทย ทั้งในเรื่องการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ในการอยู่รอดและแข่งขันได้ในวันนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ การพัฒนาและบริหารคุณภาพของทรัพยากรมนุษย์หรือทุนมนุษย์ของคนไทย ผมขอเสนอแนวคิดการพัฒนาคุณภาพของทุนมนุษย์ 8K’s และ 5 K’s ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ช่วยให้คนไทยอยู่รอดและก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
การปรับตัวเรื่อง “ทุนมนุษย์” ผมของเสนอแนวคิดดังต่อไปนี้
1) 3V
2) ปลูก
3) เก็บเกี่ยว สิ่งที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์
4) Execution
8 K’s : ทฤษฎีทุน 8 ประเภทพื้นฐานของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
Human Capital ทุนมนุษย์
Intellectual Capital ทุนทางปัญญา ต้องคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหา มองอนาคต การแก้ปัญหาแต่ละครั้งต้องเรียนรู้ทุกครั้ง
Ethical Capital ทุนทางจริยธรรม
Happiness Capital ทุนแห่งความสุข
Social Capital ทุนทางสังคม 9hv’
Sustainability Capital ทุนแห่งความยั่งยืน
Digital Capital ทุนทาง IT
Talented Capital ทุนทางความรู้ ทักษะ และทัศนคติ
5 K’s (ใหม่) : ทฤษฎีทุนใหม่ 5 ประการเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์
Creativity Capital ทุนแห่งการสร้างสรรค์
Knowledge Capital ทุนทางความรู้
Innovation Capital ทุนทางนวัตกรรม
Emotional Capital ทุนทางอารมณ์
Cultural Capital ทุนทางวัฒนธรรม
นอกจากการปลูกแล้ว การบริหารจัดหารคนในธุรกิจรถยนต์ต้องศึกษาทฤษฎี 3 วงกลม
เรื่องแรงจูงใจเป็นสิ่งที่สำคัญมาก มีแรงจูงใจให้คนอยากทำงานอย่างเต็มที่
เต็มความสามารถ
ทฤษฎี HRDS
-Happiness
- Respect จะต้องยกย่องนับถือคน
- Dignity ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
-Sustainability ต้องคิดเรื่องความยั่งยืน
ความหลากหลาย ต้องรักษาความแตกต่างเอาไว้
“Execution– คือลงมือทำให้สำเร็จ”
1)Leaders -Leadership
2)CEO ต้องเข้าใจทุนมนุษย์ /HR/Non HR
3)Peter Druckers
4)Jack Welch
5)ตัวละคร (Style Kotler)
อยากให้ตัวละครในอนาคตที่ขับเคลื่อนเรื่องทรัพยากรมนุษย์มีอย่างน้อย 3 ตัวละคร
-ขอให้การระดมสมองวันนี้ เป็นการช่วยกันคิด
-ข้อเสียของโลกคือ คนทำงานแล้วไม่มีความสุข คนต้องมีส่วนร่วมมีบทบาท เจ้านายต้องเปิดโอกาสให้แสดงความเห็นอย่างเต็มที่
คุณพิชญ์ภูรี: ต้องมีการปรับตัว คือ ต้องทำ และต้องทำแล้วประสบความสำเร็จ
-Learning how to learn จะมีความเข้าใจมากขึ้นหลังจากทำ workshop และจากนั้นก็โยงเข้าเรื่อง Life-long learning และต้องกระตุ้นให้คิดร่วมกัน
-เรื่องวิสัยทัศน์ ต้องมองไปที่ขอบฟ้า ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่เราสามารถทำนายได้ เพราะฉะนั้นคนMCC ต้องไม่มองระยะสั้นเท่านั้น
-ทฤษฎี 2R’s : reality ความจริง และ relevance ตรงประเด็น
-3V
-ทฤษฎี HRDS
คุณชัยพร:
-ค้นหาตัวเอง
-เน้นที่ความใฝ่รู้ เพื่อมุ่งไปสู่ 3V
-ทฤษฎี 4L’s สามารถนำไปใช้กับทุกสถานการณ์
ขอ 2 ท่าน สรุปสิ่งที่พูดในเรื่องที่เป็นประโยชน์เพื่ออธิบายก่อนที่จะทำ workshop
คนที่ 1 : Creative HR เพื่อนำไปใช้ปรับโครงสร้างองค์กร และเรื่องทุนมนุษย์เป็นสิ่งสำคัญ
ศ.ดร.จีระ: มนุษย์ต้องอยู่ในองค์กรและถ้าองค์กรไม่น่าอยู่คนก็ไม่อยากอยู่ เพราะฉะนั้น เราต้องสร้างองค์กรให้คนอยากอยู่และอยากเป็นเลิศ Value Creation ของธุรกิจรถยนต์ไม่ได้หยุดแค่นี้ ความหวังของประเทศไทยคือคนไทยใฝ่รู้
คนที่ 2: ขอขอบคุณทางบริษัท ที่ให้โอกาสมาเรียนรู้ในวันนี้ ความรู้ที่ได้ในวันนี้ คือ การพัฒนาตัวเอง โดยเฉพาะทางด้านภาษา ทั้งภาษาอังกฤษและภาษาอาเซียน การพัฒนางานในด้านของ Management Skill มากขึ้นกว่าเดิมที่เน้น Technical Skills
ศ.ดร.จีระ : อนาคต Industrial Sector จะเปลี่ยนเป็น Service Sector
Workshop
1. สรุป 3 เรื่องที่ได้รับความรู้ใหม่ในการสัมมนาครั้งนี้ ที่กระทบ
กลุ่ม 1 ตัวเอง :
-นักอัพเดทเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อรองรับสิ่งที่จะไม่คาดคิดในอนาคต พร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตนเอง
-ประเมินตนเองให้เกิดการพัฒนาตนเอง
-มีความเป็นมืออาชีพ
- มีความใฝ่รู้
องค์กร
- มีวิสัยทัศน์แบบผู้นำ
- การส่งเสริมนวัตกรรม
ประเทศ
- การพัฒนาระบบการศึกษา ภาษา ไอที
อ.จีระ: เป็นคนทันสมัย อัพเดท แสดงว่าเป็นคนใฝ่รู้ ข้อมูลสด และข้ามศาสตร์
กลุ่ม 2
ตัวเอง
-technical skill
- Change management
องค์กร
-ให้ทุกคนมีส่วนร่วม
-ทำงานแบบteam work
-นำเรื่อง3V mindset ความเป็นสากล มาปรับปรุง
-เรื่องnew HR
ประเทศ
-ทำให้ยั่งยืน
อ.จีระ : วันนี้ทุกคนนำเสนอดี กลุ่มนี้คนเยอะ แต่พอทำ workshop ก็ดีมาก ทำให้ค้นหาตัวเอง พูดถึงองค์กร และพูดถึงประเทศ ทั้งเรื่องของการบริหารความหลากหลาย แต่ต้องรักษาความแตกต่าง ต้องให้เกียรติคน และต้องยกย่องคน ต้องทำให้เป็น Harmony ไม่ใช่ทำให้เกิด Conflict
2. 3 เรื่องที่ได้รับจะนำไปปฏิบัติใหม่ให้เกิด 3V คืออะไร อุปสรรคคืออะไร
- Value added ภาษา ไอที วัฒนธรรม ทักษะ
- value creation การประชุม การเรียนรู้
- Value diversity กิจกรรม QCC ไคเซน การแชร์ความคิดร่วมกัน
อุปสรรค
Value added ขาดคนที่มีความรู้เรื่องภาษา
Value creation ในเรื่องการเรียนรู้ ไม่รู้การเรียนรู้ที่ดีว่าเป็นอย่างไร
Value diversity เกิดความขัดแย้ง หาข้อสรุปไม่ได้
กลุ่มต่อไป
Value added ได้รับความรู้ โดยเฉพาะเรื่อง Intangible
value creation การให้ความสำคัญกีบทุกหน่วยงาน
value diversity สร้างบรรยากาศการมีส่วนร่วม สงวนจุดต่าง สร้างจุดร่วม
อุปสรรค
- เรื่องการขาด Leadership
- เรื่องการที่อยากได้ผลเร็วๆ
3. หลังจากวันนี้แล้วจะทำอะไรต่อ 3 เรื่องที่สามารถลดจุดอ่อนและช่องว่าง
ลดจุดอ่อนเรื่อง
-การสื่อสาร เรื่องภาษา
-Zoning ระบบ และความเป็นอยู่
-รักษาบุคลากรที่มีคุณค่า ให้ความสำคัญในทุกวิชาชีพในทุกๆระดับ
-Happy workplace ทั้งเรื่องดนตรี กีฬา ยกย่อง เชิดชู ให้เกียรติทุกคน
-วางRoadmap และ Career path และสามารถเห็นแนวโน้มอนาคตของบุคลากร
-วางแผนอนาคตอย่างยั่งยืน
อีกกลุ่มหนึ่ง
ลดจุดอ่อนเรื่อง
-ลดความแตกต่าง โดยปรับ mindset
-สร้างเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้
-นำไปพัฒนาระยะยาว
-Knowledge management
อ.จีระ: ขอชื่นชมกับทุกกลุ่ม third loop : learning how to learn สำคัญที่สุด
คุณพิชญ์ภูรี: กลุ่มbig56 พูดkey word ที่สำคัญคือ ความเป็นมืออาชีพ และความใฝ่รู้ นำไปสู่นวัตกรรม สามารถพูดสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้
-ทุกกลุ่มนำเนอได้ดี กลุ่มเฟื้องฟ้าเป็นมืออาชีพ พูดเรื่องความสุข และ AEC ที่ค่อนข้างชัดเจน การวางแผน roadmap และต้องปรับsequence ตลอด ขอชื่นชม
-กลุ่มพืชยืนต้น: พูดเรื่อง Global และ sustainable
-กลุ่มถั่วงอก มีความเป็นผู้นำมาก สิ่งที่น่าสนใจคือ เรื่อง HRDS มาผนวกกับ 3V
-กลุ่มเก้า พูดเรื่อง Knowledge management
-คนที่ทำworkshop ได้เครือข่าย ได้องค์ความรู้ที่พัฒนาร่วมกัน ได้แสดงความคิดเห็น ได้ความคิดสร้างสรรค์ และความหลากหลาย
-สามารถใช้ทฤษฎี ไปใส่กับการปฏิบัติ ประยุกต์ใช้ได้ดี
ขอบคุณมากครับอาจารย์
กลุ่มลูกเจี๊ยบ
1. สรุป 3 เรื่องที่ได้รับความรู้ใหม่ในการสัมมนาครั้งนี้ที่กระทบ
ตัวเอง
- ได้รับความรู้เกี่ยวกับอาเซียน นำไปสู่การเตรียมตัว (กฎหมาย)
- Learning new knowledge
- มองสิ่งแวดล้อม /รอบองค์กร/ปรับตัว
องค์กร
- นำเอาความรู้ที่ได้ไปพัฒนาทักษะองค์กรโดยรวม
ประเทศ
- เพิ่มศักยภาพการแข่งขันด้านแรงงานโดยใช้ 8k 5k
2. 3 เรื่องที่ได้รับจะนำไปปฏิบัติใหม่ให้เกิด 3v คืออะไร อุปสรรค คือ
Value added
- ภาษา
- IT
- Culture
- Skill
อุปสรรค – Lack of skill person to teach language
Value creation
- Meeting
- Learning
- QCC/KAIZEN
อุปสรรค- methodology to learning
Value diversity
- Brain storming
อุปสรรค – conflict
3. หลังจากการสัมมนาวันนี้แล้วจะทำอะไรต่อ 3 เรื่องที่สามารถลดจุดอ่อนและช่องว่าง
- หาบุคลากรด้านการศึกษา
- กำหนดวิธีการ
กลุ่ม 3
1. สรุป 3 เรื่องที่ได้รับความรู้ใหม่ในการสัมมนาครั้งนี้ที่กระทบ
ตัวเอง
1. พัฒนาทักษะด้านภาษา เช่น อังกฤษ จีน อาหรับ
2. ศึกษาวัฒนธรรมประเทศในกลุ่มอาเซียน
3. ศึกษาจุดอ่อน จุดแข็ง ทางด้านการเมืองการปกครอง
4. การให้เกียรติ การปรับทัศนคติต่อประชากรเพื่อนบ้าน
องค์กร
1. ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้เป็นสากลมากขึ้น และใช้ IT มากขึ้น
2. ปรับ mindset พนักงานให้ทันสมัย
3. ปรับ management skill
ประเทศ
1. ให้ความรู้เรื่องสาธารณสุข
2. ให้ความสำคัญด้านการศึกษา วัฒนธรรม
2. 3 เรื่องที่ได้รับจะนำไปปฏิบัติใหม่ให้เกิด 3v คืออะไร อุปสรรค คือ
3V คือ การสร้างมูลค่าเพิ่ม
- ด้านภาษา
- การยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น
- การเพิ่มความสามารถโดยทำงานหลากหลายมากขึ้น
อุปสรรค
- ความแตกต่างทางด้านความคิด วัย พัฒนา และศาสนา
- การไม่ยอมเปิดใจยอมรับความเท่าเทียม
3. หลังจากการสัมมนาวันนี้แล้วจะทำอะไรต่อ 3 เรื่องที่สามารถลดจุดอ่อนและช่องว่าง
- การสื่อสารและเทคโนโลยี
- โซนนิ่งจัดระเบียบ ระบบพื้นที่อุตสาหกรรมที่อยู่อาศัย การทำกิจกรรมร่วมกัน
- การยกย่องบุคลากรที่ทรงคุณค่า
- Happy workplace
- วาง Road map วิชาชีพ
- การยกย่องเชิดชูเกียรติ
- Innovation การคิดแบบยั่งยืน
- การวางเป้าหมายแบบยั่งยืน
- สมาคมวิชาชีพ