โอ !!!!!   ไม่ได้ถอนหญ้า  ๓ - ๔  อาทิตย์   เขียวขจีสวยงามท่วมต้นดอกไม้  ต้นไม้ที่เราตั้งใจปลูก

ไม่ได้การละ   ไหล่ขวาก็ค่อยยังชั่วแล้วไม่เจ็บเท่าไหร่   เจ็บตึง ๆ แค่ข้อเข่าขวาเล็กน้อย

ใช้มือซ้ายเป็นหลักในการถอนหญ้า  น่าจะพอไหว

 


เช้านี้อากาศดีมาก  ฟ้าครึ้ม  เมฆมาก  แดดยังไม่ออก  พอเหมาะแก่การถอนหญ้า

ก่อนอื่นต้องเติมพลังด้วยกาแฟหอมกรุ่น  กล้วยหินฉาบถ้ำทะลุ  ของดีเมืองยะลา

ทว่า....ที่เหลือชิ้นสุดท้ายแล้ว คือ คุกกี้  ฝีมือน้องแตงกวา  หลานสาวคนงามของน้าหนูรี

ป่านนี้  คงเดินทางกลับเข้าเขตถิ่นฐานภาคใต้แล้วอย่างปลอดภัยทั้งครอบครัว

น่ารัก  สดใส  หัวใจเบิกบานแบบพี่หนูแจ๋ว   มีความสุขสุขสันต์เมื่อพบปะกัลยาณมิตรรายทางเสมอ ๆ นะคะ

^_,^


ต้อนรับแบบพี่น้อง  กะว่าจะให้พี่หนูแจ๋วแกงไตปลาให้กินเสียหน่อย  (ที่บ้านพี่หนูแจ๋วเรียก "แกงพุงปลา")

จะได้เรียนวิธีทำแบบแกงใต้แท้ ๆ   แต่พี่แจ๋วของบ้านนี้   พี่สาวคนดีกลัวเพื่อนมาจากทางไกลเหนื่อย  จึงชิงลงมือแกงแล้ว

(คุณแม่ของพี่หนูแจ๋ว)   คุณยายบอกว่า  เต็มสิบให้คะแนนสิบ   รู้ละ....พี่หนูแจ๋วน่ารักเหมือนใคร


 


แกงไตปลาบ้านนี้เหมือนกับที่บ้านคุณยาย  ใส่ผักเยอะ  ไม่เผ็ดมาก   

ต่างจากสูตรนคร (นครศรีธรรมราช)  ของ Bodyguard พี่หนูแจ๋ว  นั่นน่ะจะเผ็ดกว่า  และผักน้อยกว่า  

แต่กินกับผักสดเยอะ ๆ มากมายหลายชนิด  (ผักเหนาะ)


พี่หนูแจ๋วน่ารักได้อีก  ปอก "ยานัด"  ให้น้องกิน   ......  จัดจาน  สวยงาม  อลังการ  เรียบร้อย  ....  แม่ครัวเอก  จริง ๆ

ขืนให้น้องปอกให้กิน   เค็มแน่ ๆ   และอาจได้กินในอีก  ๑  ชั่วโมงต่อมา   ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕ ๕


  


ยานัดนี้ดีหนา  หวานเจี๊ยบ   เป็นของแก้เผ็ดชงัดนัก  พี่หนูแจ๋วชิมลาบเป็ดคำแรก....ต่อมน้ำตาทะลัก

ก็ดูที่พี่เขยบ้านนี้ใส่พริกป่นตอน "คน" ลาบเป็ดสิคะ   พริกแห้ง  คั่วเอง  ตำใหม่ ๆ หอม ๆ  .... อร่อย

แต่พี่หนูแจ๋วกินแบบเผ็ดมากไม่ได้   จึงต้อง "คน" ให้ใหม่แบบเผ็ดน้อย

"คน"  หมายถึง  สับเนื้อเป็ด  รวนสุกมาแล้ว  เติมน้ำปลา  พริกป่น  ข้าวคั่ว  บีบมะนาว  แล้วคนให้เข้ากัน  

เสิร์ฟทันที....อร่อยทันใด   เผ็ดไม่พอกินกับพริกแห้งทอดก็ได้

อร่อยตั้งแต่กลิ่นหอมของมะนาวโชยมาแล้วค่ะ   นึกถึง.....น้ำลายยังออกมาเลยเนี่ย


 


ลาบเป็ดอุดรเป็นเมนูขึ้นชื่อนะคะ  มาแถวนี้ต้องได้กิน  จึงจะเรียกว่ามาถึงอุดรธานีแล้ว

นอกนั้นก็หากินได้ทั่วไป  ต้มยำไก่บ้าน   ซุบมะเขือ ...หอมข้าวคั่วมาก   พี่สาวคั่วเอง  ตำซุบเอง   

อะไร ๆ ก็กินกับผักสดพื้นบ้านได้  ผักติ้ว   ผักเม็ก   ต้มหน่อไม้   โหระพา

ยังมี   ปลานิลเผาเกลือ  ที่พิเศษ  คือ  กินกับแจ่ว  ๓  อย่าง  แจ่วส้ม  แจ่วบอง  และแจ่วพุงปลา   

มาอิสานต้องลองนะคะต้องลอง  .....  เอา Steak  มาแลกก็ไม่ยอม


นอกจาก  "โสเหล่"  เสวนาอย่างออกรสชาติแล้ว   

ทั้งหมดเป็นเมนูที่ตั้งใจเตรียมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมการกินกับแม่ครัวเอกจากถ้ำทะลุ    บันนังสตา   ยะลา

วันนี้  คุณยาย  พี่หนูแจ๋วและครอบครัว  คงได้กินอาหารคุ้นลิ้นทางใต้เรียบร้อยแล้วนะคะ

คิดถึงค่ะ

น้องอ้อ

บ้านชายทุ่ง  อุดรธานี

บ่ายสองครึ่ง  ๑๔  กรกฎาคม  ๒๕๕๖

(ปล.  ขอบคุณมุมมองภาพที่  ๔ - ๕   โดยพี่หนูแจ๋วนะคะ)