ทุกวันจะมีคนไม่เข้าใจเป็นสิบๆ ส่งรูปพระมาให้ผมดู หรือไม่ก็หอบพระเป็นคันรถมาให้ผมดู
ทั้งๆที่ผมบอกเป็นร้อยๆครั้ง ผ่านทุกระบบการสื่อสารว่า
"ผมไม่รับดูพระ" แต่รับแนะนำวิธีฟันธงพระแท้-เก๊อย่างเดียว
และผมย้ำเสมอว่า
การจะเรียนดูพระนั้น ต้องเลิกใช้หูดูพระครับ แต่ใช้หูฟัง ตาดู สมองคิดใคร่ครวญ และตัดสินเอง จึงจะรู้ และเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ครับ
การใช้หูดูพระ มีแต่จะสับสนอย่างเดียวครับ
และย้ำไปว่า
ถ้ายังคิดจะเรียนนะครับ ถ่ายภาพชัดๆ ตามหลักการที่บอกไว้แล้ว
เช่น
เนื้อผงก็หลัก 3+2
เนื้อชิน รูปหล่อ ก็ สนิมหลากหลาย
เนื้อดิน เนื้อว่าน ก็เหี่ยว ฉ่ำ นวล เป็นต้น
ผมจะประเมินว่าท่านเข้าใจอะไรผิดไป หรือถูกต้องตามหลักการแล้วครับ
นี่คือกระบวนการแนะนำของผมเพื่อให้ท่านรู้ด้วยตัวเอง
และขอย้ำอีกครั้ง ผมไม่รับดูพระครับ
ถ้าจะให้ดูพระอย่างเดียว ไปที่ชมรมพระเครื่องฯ เลยครับ มีทั่วประเทศ
เขาจะรับดู ไม่รับสอน ตรงข้ามกับผม
และผมก็ตรงข้ามกับเขาครับ
อิอิอิอิอิ
ผมเสียดายที่ไม่ได้ศึกษาเรื่องเหล่านี้ไม่เช่นนั้นจะใช้ประโยชน์ในความรู้ด้านนี้
ดีแล้วครับ อย่าเข้ามาครับ ถ้าความรู้ไม่พอ ก็เป็นปลาเล็ก โดนปลาใหญ่กินแน่นอนครับ อิอิอิอิอิ
อยากให้อาจารย์แนะนำวิธีการดู "พระสงฆ์" ให้ด้วยนะครับ ว่ารูปใดพระแท้ รูปใดเป็นพระสงฆ์ปลอม 555
เอาสิ่งที่ผมปฏิบัติจริงๆเลยครับ
ผมเข้าวัดไหนผมจะถามเลยว่า วัดนี้มีพระกี่รูป มีคนโกนหัวห่มผ้าเหลืองกี่คน ถ้าใครแสดงอาการไม่พอใจ คนนั้นไม่ใช่พระ อิอิอิอิอิอิ
ซื้อหนังสือ "ฟูกูโอกะคิด แต่ลุงแหวงลูกชาวนาทำสำเร็จในเมืองไทย" อ่านตั้งนานแล้ว เพิ่งนึกได้ว่าชื่อคนเขียนช่างคุ้นๆ
คนส่วนใหญ่อยากรู้คำตอบแต่ไม่ยอมศึกษา การนำพระไปให้เซียนดูนั้น เราต้องรู้ก่อนว่าเซียนคนนั้นชำนาญพระสายไหน และเรามีสายสัมพันธ์พอที่จะให้เขาช่วยพิจารณาหรือไม่ การเอาพระให้เซียนดู ส่วนใหญ่จะเพื่อขายเท่านั้น ถ้าจะเช็คพระว่าเก๊แท้ต้องมีเพื่อนในวงการหรือไปเจอเซียนที่มีคุณธรรมจริงๆเท่านั้น คนนำพระมาให้ผมดูเกือบทุกวัน ส่วนใหญ่ผมจะถามว่าจะขายหรือไม่ ถ้าขาย ขายเท่าไหร่ ถ้าราคา OK. ก็จะดูให้ (ความจริงดูแล้วแต่ไม่ได้พิจารณาอย่างละเอียด) แต่ถ้าไม่ขายก็จะดูหน้าคนและหน้าพระ ถ้าเป็นพระหลักมีราคาคนนำมาดูดี การพูดคุยก็จะเป็นไปทางเชื่อมสายสัมพันธ์ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเก๊แท้ เพราะไม่เกิดประโยชน์ใดๆแก่ผมทั้งสิ้น บางครั้งรู้อยู่ว่าเก๊ก็ยังบอกไม่ได้ ถ้าไม่ใช่เก๊ดูง่ายก็จะใช้วิธีหลีกเลี่ยงนำของมาเปรียบเทียบโดยอ้างว่าไม่ได้เล่นสายนี้ หรือหากเป็นพระแท้ก็ต้องวางเฉย เพราะบางครั้งผู้ที่นำมาให้เซียนดูไม่ใช่เจ้าของตัวจริง แต่เป็นผู้ซื้อตัวจริง เพียงแต่อาศัยเซียนที่ดูให้เป็นตัวกลางสร้างราคา เล่ห์เหลี่ยมในวงการพระมีมากมาย ไม่ใช่เรื่องที่คนทั่วไปจะเข้าใจได้ ผมให้หลักการแก่คนรอบข้างว่า พระที่เพื่อนนำมาให้ดู พระที่ผมตีเก๊แล้วผมจะไม่ซื้อเด็ดขาด และสอนทุกคนว่าถ้าพระที่เซียนตีเก๊แล้วรับซื้อ ก็ให้ระวังเซียนคนนั้นให้ดีหรือให้ระวังคนที่มาดักซื้อ(ผมก็ชอบดักซื้อพระที่เซียนตีเก๊ เพราะราคาถูกเนื่องจากคนขายท้อแ้ท้) ความจริงแล้วพระเก๊ก็มีคุณค่าของตนเอง เพียงแต่มูลค่าไม่เท่าพระแท้เท่านั้น พระมีเป็นล้านแบบ คนที่รู้จริงอย่างมากก็แค่หลักพันองค์ผมก็ว่าเก่งแล้วครับ ส่วนใหญ่ดูแค่คร่าวๆและอนุมาณเอาว่ามีโอกาศแท้เท่านั้น หลายๆคนที่ซื้อพระมาแล้วนำมาให้ผมดู ส่วนใหญ่ที่เห็นก็รู้ว่าเก๊ แต่พอพูดคุย บางคนบอกว่าพระหลักร้อยไม่น่าเก๊ พระใหม่ไม่น่าเก๊ พระไม่ดังไม่น่าเก๊ ฯลฯ ก็ได้แต่ยิ้มและสงสารในความไม่รู้ของคนเหล่านั้น ผมเองจะดูพระแล้วแค่บอกว่าพระมีโอกาศแค่ไหน ถ้ามีโอกาศก็จะให้เจ้าของพระนำไปขายให้กับสายตรงที่รับซื้อหรือถ้าจะเก็บพระไว้ใช้ก็แนะนำให้ไปส่งงานประกวดหลายๆงานหน่อย เพราะเจ้าของพระจะเจอว่าบางงานรับบางงานไม่รับ แสดงว่ามีความเห็นทั้งเก๊และแท้ปนกันอยู่ คราวนี้ยิ่งสร้างความสับสนมากยิ่งขึ้น ถ้าให้เขียนก็คงยืดยาวมากและคงสร้างความหมั่นไส้จากหลายๆคน ผมดีใจที่อาจารย์สร้างหลักการมาคัดง้างกับหลักกู แต่ถ้าผู้ศึกษาไม่ใช้สมองไตร่ตรอง สักวันหลักการก็จะเป็นหลักกูเหมือนกัน เพราะพระเก๊ก็จะพัฒนาโดยการใช้หลักการที่อาจารย์สร้างเป็นพื้นฐานของการปลอมแปลงพระต่อไป วงการนี้ไม่เคยปรานีใครหากขี้เกียจไม่ติดตามความเคลื่อนไหวก็โดนเชือดแบบง่ายๆเหมือนกัน โลกกว้างใหญ่ เราแค่ปลาตัวน้อยความรู้แค่เศษเสี้ยว โุพระเป็นไม่ถึง 100 องค์ คงไม่บังอาจไปสอนใคร ได้แต่เตือนให้ทุกท่านศึกษาหาความรู้จากหลายๆแหล่งแล้ว เปรียบเทียบเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตนเอง............. โชคดีทุกท่านขอให้ได้รับคำตอบว่าพระของท่านแท้ตามปรารถนา...สวัสดี
ขอบพระคุณมากที่มาอธิบายอย่างชัดเจนมากๆ ผมก็พยายามจะช่วยเขาให้เรียน เพื่อจะรอดอย่างถูกทาง
ใครไม่คิดจะเรียน ผมมักจะแนะนำให้อยู่ห่างๆจากวงการนี้
มันอันตรายเกินไป สำหรับคนที่ไม่มีความรู้ หรือรู้น้อย หรือไม่พอใช้ครับ
คนรู้แล้วมักจะมีปัญหาไม่มากครับ