ในระยะสองสามวันที่ผ่านมา ฝนเริ่มตก และเริ่มมีน้ำขังในนา
จึงพยายามปลีกตัว หาเวลาไปทำนาบ่อยขึ้น



เป็นผลให้ระบบคิดว่างจากการสอนประเด็นต่างๆ
ทั้งการสอนพิเศษในมหาวิทยาลัยและในชีวิตจริงๆ ที่เพื่อนๆมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลายด้าน



ทำให้มีโอกาสมากขึ้น ในการคิดทบทวนระบบชีวิตของตัวเอง
และคนทั่วไป



พบว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของสังคมปัจจุบันก็คือ
"กับดัก" ที่มีอยู่รอบตัว



เหมือนบ่อปลาหรือแหล่งน้ำที่มีแต่กับดักเต็มบ่อ
เต็มบึง คิดไปแล้วน่ากลัวจริงๆ



ทำให้นึกถึงคำพูดของนักธุรกิจที่ดังมากๆของเมืองไทยท่านหนึ่ง
เคยให้สัมภาษณ์ไว้ ว่า



"การทำธุรกิจที่สำเร็จได้ง่ายๆ ของเขา คือ
หาช่องว่างแล้วเติมให้เต็ม"



ที่ฟังดูดี แต่คิดตามแล้วน่ากลัวมากๆ



พอหันกลับมาทบทวนว่า “กับดัก” เหล่านี้
มาจากไหนกันบ้าง



ก็พบว่า



"กับดัก" มีทั้งที่เกิดโดยสัญชาตญาณ กิเลส และ มานะ ของตนเอง
และของผู้อื่นรอบๆตัว



ที่พยายามจะฉกฉวยประโยชน์ต่างๆ จากผู้อื่นมาเป็นของตนเอง



จึงทำให้คนที่ใช้ชีวิตแบบขาดสติ (และปัญญา)
จะมีโอกาสเดินทางเข้า และติดอยู่ใน "กับดัก" ต่างๆ รอบตัว ได้โดยง่าย



การเจริญสติแบบ "พลวัตร" เท่านั้น
ที่จะพอจะรอดจากระบบนี้ได้บ้าง



“สติหัวตอ” ดูท่าจะยังไม่รอด



พอหันมามองตัวเอง



ตัวผมเอง ก็ยังไม่ค่อยรอดเท่าไหร่ และมักจะ
"โดน" ประจำ ขยับเมื่อไหร่มักโดนทุกที



เมื่อใดได้คิด หรือ มีสติ ทำตัว นิ่งๆไว้ ก็พอจะรอดบ้าง



ก็ยังดีหน่อยที่มีโอกาสทบทวน
และดิ้นหลุดจากบางบ่วงบาศรอบๆตัวได้บ้าง



แต่ปัจจุบัน คิดดูดีดีแล้ว ที่พันคอ พันตัว พันแข้ง
พันขาอยู่ก็ยังมีอีกเยอะ มากๆๆๆๆ



และแน่นอน มากกว่าสามเปลาะของ “ตราสัง” ที่เขามัดศพคนตายเสียอีก



ก็คงต้องพยายามใช้ กุญแจ "สติ" แบบ “พลวัตร”
นี้แหละครับ



ค่อยๆ ไขเอาตัวเองออกมา ทีละบ่วงๆๆ ทีละเปลาะๆๆ



แต่...... กว่าจะหลุดจากแต่ละเปลาะก็ไม่ใช่ง่ายๆเลย



ในทางตรงกันข้าม กลับไปติด “กับดัก” ทั้งแบบเดิมๆ
และแบบใหม่ๆ ได้โดยง่ายๆๆๆๆ มาก



แปลก แต่จริง



ชีวิต “ปุถุชน” มันก็เป็นเช่นนี้เอง



อิอิอิอิอิอิ