วันก่อน ผมอยากรู้ว่าการแต่งกาพย์เป็นอย่างไร จึงหาข้อมูลจากอินเตอร์เน็ต จากนั้นจึงอ่านถึงโครงสร้างการสัมผัส และเริ่มหัดแต่ง ด้วยตัวเอง จำนวน ๒ วันเต็มๆ เมื่อวานตั้งแต่แปดครึ่ง-เที่ยงคืน ยกเว้นเวลากินข้าวเช้า เที่ยง เย็นและออกกำลังกายเวลา ๑๗.๐๐-๑๘.๓๐ น. ส่วนวันนี้ตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า-๑๗.๓๓ คือเวลานี้ รู้สึกได้ว่าสมองเพี้ยน ตึงด้านหน้า ดึ๊บๆข้างขมับทั้งสอง สงสัยว่า ตัวเองคงเล่นหนักไปเกินวัย อาจจะประมาณว่า ไม่เคยทำแบบนี้กระมัง ชีวิตสบายๆมาตลอดก็อย่างนี้เอง แต่คิดว่าคงไม่ใช่หนักหนาอะไร เพราะหลายๆคนก็ผ่านมาแล้ว และเป็นเรื่องเล็กน้อยมากๆ สมัยหนุ่มๆ สองวันสองคืนยังไม่เห็นจะเป็นไร อย่างไรก็ตาม ผมก็ได้งานที่อยากได้มาแล้วจำนวนหนึ่ง ดังนี้ (เท่าที่ลงเก็บไว้ได้)
วิสาขามิคารมารดา
นอบน้อมแด่ครูของโลก(กาพย์ยานี ๑๑)
สรวมจิตบรรจงจัด..............................ประนมหัตถ์ประณตน้อม
เบญจางค์ประดิษฐ์จอม............................. ศิรปรัศถ์นมัสการฯ(๑)
องค์พุทธพิสุทธิ์ศรี............................. ปารมีวิเศษศานต์
เมตตาปัญญาปาน............................. ประหนึ่งเปรียบจะเทียบทันฯ (๒)
การุณโปรดปวงสัตว์............................. แผ้วพิบัติกิเลสขันธ์
แนะทางสว่างอัน ............................. บริสุทธิ์พิเศษกาลฯ(๓)
นอบน้อมองค์พระธรรม............................. ทางเหนือกรรมกรรมไขขาน
ธรรมแลจะต้านทาน ............................. บาปและชั่วความมัวหมองฯ (๔)
ธรรมรักษ์ผู้รักธรรม............................. ธรรมดื่มด่ำธรรมผุดผ่อง
มีธรรมตามครรลอง............................. จะเลิศล้ำลุนิพพานฯ(๖)
นอบน้อมแด่พระสงฆ์............................. ผู้เที่ยงตรงและกล้าหาญ
สมบูรณ์วิชชาชาญ ............................. จรรยาครบบรรจบดีฯ (๗)
บุญเขตวิเศษสุทธิ์............................. สืบทางพุทธะวิถี
ตามธรรมแม้มากมี ............................. คือแบบอย่างให้ย่างเดินฯ (๘)
ข้าฯขอนอบน้อมกราบ............................. ศิโรราบมิขวยเขิน
โทษใดแม้นบังเอิญ............................. หากจะมีขอพลีตนฯ (๙)
มอบแด่องค์ไตรรัตน์............................. มิข้องขัดทุกแห่งหน
ทุกชาติทุกเชื้อชน ............................. ขอสืบทางสว่างธรรม์ฯ (๑๐)
กรุยทางตีขอบ(กาพย์ยานี ๑๑)
บัดนี้จะขอกล่าว............................. ถึงเรื่องราวที่คัดสรร
เรื่องเก่าแต่ปางบรรพ์............................. ด้วยถ้อยถิ่นเคยยินเยือนฯ (๑๑)
แดนใต้ไทยประเทศ............................. อาณาเขตมีรูปเหมือน
ด้ามขวานทองย้ำเตือน ............................. พระธาตุงามอร่ามแฮฯ (๑๒)
อักษรอาจมิต้อง............................. ตามทำนองสำเนียงแท้
หวังเพียงสาระแผ่............................. ทั่วสรรพางค์สะอางองค์ ฯ (๑๓)
ให้คนมีธรรมถ้อย............................. จะมากน้อยตามประสงค์
สืบสานจรรโลงมง-............................. คลศาสน์วิลาศเรืองฯ (๑๔)
เบญจกัลยาณีของวิสาขา(กาพย์ฉบัง ๑๖)
โบราณขานเล่าลือเลื่อง............................. หญิงน้อยปราดเปรื่อง
กำเนิดเกิดกายพรายพริ้งฯ (๑๕)
เบญจกัลยาสมจริง............................. ผิวเนียนงามยิ่ง
ฟันขาวดุจสังข์เรียบชิดฯ (๑๖)
ผิวปากแดงเรื่อสนิท............................. ตำลึงไม่ผิด
สุกแสงเปล่งปลั่งน่ายลฯ (๑๗)
ผมยาวดำขลับจับจน ............................. ปลายงอนซ่อนกล
หวัดงามสมส่วนบรรจงฯ (๑๘)
ไม่ต้องแต่งเติมเสริมทรง............................. วัยสาวมั่นคง
ชราวัยไม่เฒ่าตามตัวฯ (๑๙)
บุญกรรมทำมาถ้วนทั่ว............................. ตามเติมติดตัว
ผลิผลสมบูรณ์พูนเพิ่มฯ (๒๐)
หญิงใดใคร่งามแต่เริ่ม............................. จงหมั่นแต่งเติม
กุศลผลบุญไม่ขาดฯ (๒๑)
ขัดเกลากายจิตสะอาด............................. ตั้งมั่นอย่าพลาด
มุ่งตรงองค์ธรรมสัมมาฯ (๒๒)
เหมือนกับทานบุญวิสาข์ ............................. ชาติก่อนเพียรมา
ใช่หีดสะสมนมนานฯ (๒๓)
หญิงสาวเติบโตตามกาล ............................. ความงามคลี่บาน
ลือเลื่องทั่วแคว้นแดนไกลฯ (๒๔)
งามอื่นหรือเท่าน้ำใจ ............................. หญิงสาวเต็มวัย
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เจือจานฯ (๒๕)
หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่พบพาน ............................. หวังครองคู่ปาน
ชีวิตชีวาหาหม้ายฯ (๒๖)
ได้แค่เมียงมองปองหมาย............................. วิสาขาคล้าย
พระเขไกลเอื้อมเชื่อมทางฯ (๒๗)
ต้นเชือกเทือกเขาของนาง............................. เศรษฐีมีตางค์
สูงศักดิ์สูงเกียรติทั้งเพฯ (๒๘)
นางหนอหม้ายหอนเกเร ............................. โอกาสถมเถ
ไม่ทำสิ่งชั่วมัวหมองฯ (๒๙)
แบบอย่างหญิงงามน่าปอง............................. ใครรักใครครอง
สุขสันต์ภิรมย์สมใจ (๓๐)
เจ้าสาว(กาพย์สุรางคนางค์ ๒๘)
............................. อีกหนึ่งเศรษฐี
สกุลนั้นมี ............................. ลูกชายเติบใหญ่
หวังพึ่งยามยาก............................. พ่อจากตายไป
สมบัติเก็บไว้............................. สืบต่อตระกูลฯ (๓๑)
............................. ลูกชายไม่อยาก
แต่งงานลำบาก............................. เสียศักดิ์เสียศูนย์
บ่ายเบี่ยงเลี่ยงคำ............................. ร้องร่ำอาดูร
ไม่ขอเกื้อกูล............................. สาวใดใฝ่ปองฯ (๓๒)
............................. เศรษฐีไม่ยอม
เรียงถ้อยหว่านล้อม............................. บังคับจับจ้อง
หาหญิงเลอลักษณ์............................. น่ารักน่าครอง
ส่งทูตหมายมอง............................. พบนางกัลยาฯ (๓๓)
............................. วิสาขาเอ๋ย
ซ่อนกายไหนเลย............................. เปิดเผยออกมา
มาลัยลอยวน............................. คล้องคอวิสาข์
พบแล้วเบญจา............................. กัลยาเนิ่นนานฯ (๓๔)
............................. วิสาขาเอ๋ย
ครวญใคร่หนักเลย............................. ใช่เด็กวันวาน
โตแล้วหนอเรา............................. ยวนเย้าห้าวหาญ
คงไม่สมปาน............................. หญิงของสกุล (๓๕)
............................. ฝนตกพรำพรำ
ผู้คนคลาคล่ำ............................. วิ่งหลบหัวหมุน
นางเดินนิ่งเงียบ............................. ระเบียบการุณ
ครวญใคร่แทนคุณ............................. ถึงผู้ทาบทามฯ (๓๖)
............................. ครวญคิดได้คิด
หญิงวิ่งแม้นิด............................. ฤาจะสมงาม
ผู้นำทรงสรรพ............................. ประดับวับวาม
ผิหรือจะงาม............................. ล้มเจ็บเหน็บกายฯ (๓๗)
.............................ช้างม้าทรงเครื่อง
โยกเยกย้ายเยื้อง............................. สวยสิ้นวางวาย
อีกหนึ่งนักบวช............................. วิ่งกวดโฉบฉาย
ฤาจะสมหมาย............................. สมณะสมโณฯ (๓๘)
............................. คนงามงามจบ
วาจากายครบ............................. ไม่ตบไม่โอ่
เชิงช้ายชายตา............................. เต๊ะท่าใหญ่โต
พาลชนคนโง่............................. ร้องร่ำทำกันฯ (๓๙)
............................. ทูตถามนางไป
ลูกเต้าเหล่าใคร ............................. ใกล้ไกลหรือนั่น
ทราบความคำรพ............................. มุ่งพบทันควัน
มาลัยคล้องมั่น ............................. สู่ขอเคียงครองฯ (๔๐)
.............................ส่งข่าวเศรษฐี
ลูกชายที่มี............................. สมหวังดั่งปอง
ได้หญิงงามสม............................. ภิรมย์สบสอง
จัดเตรียมแต่งต้อง............................. บรรณาการครันฯ (๔๑)
อาวาหมงคล (กาพย์สุรางคนางค์ ๓๒)
ลูกชายหมายบวช............................. เรียนธรรมเรียนสวด
วินัยยิ่งยวด............................. วิชชามากอัน
ลูกหญิงแต่งงาน............................. ครองคู่สัมพันธ์
แท้คือความฝัน............................. พ่อแม่เย็นใจฯ (๔๒)
ก่อนวันอาวาห์............................. พ่อวิสาขา
ช่างทองเสาะหา ............................. มั่นหมายการไกล
สั่งเครื่องประดับ ............................. นับค่ามิได้
หลายโกฎิเตรียมไว้ ............................. ในวันอาวาห์ฯ (๔๓)
ลูกสาวคนเดียว............................. พ่อเลี้ยงด้วยเรี่ยว-
แรงกายใจเชียว ............................. ทุ่มเทนักหนา
วันแต่งของลูก............................. พันผูกนานมา
ทรัพย์สินล้ำค่า ............................. จัดการแต่งเติมฯ (๔๔)
ข้าทาสคนใช้ ............................. พ่อเตรียมไว้ให้
ขาดตกอันใด ............................. พ่อได้ส่งเสริม
หากลูกทุกข์ยาก ............................. ลำบากพูนเพิ่ม
จะช่วยแต่งเติม............................. ลูกเราเบาใจฯ (๔๕)
พรุ่งนี้แล้วหนา............................. ลูกสาวของข้าฯ
จำต้องยาตรา............................. สู่เรือนพ่อใหม่
พ่อเลี้ยงลูกมา............................. มิหวังอื่นใด
สิ่งหนึ่งคือให้............................. ลูกพบสบดีฯ (๔๖)
เรียกลูกมาพบ............................. โอวาทคำรพ
สิบข้อบรรจบ............................. จดจำเร็วรี่
ตั้งใจตั้งจิต............................. พินิจให้ดี
ตรองคำพ่อนี้............................. พิจารณาฯ (๔๗)
๑๐ ข้อ พ่อสอน(กาพย์ยานี ๑๑)
ไฟในเจ้าอย่านำ............................. ออกนอกหนำและเคหา
ไฟนอกอย่าพามา ............................. เข้าสู่เรือนแหล่งพักพิงฯ (๔๘)
ควรให้คนที่ให้............................. แต่จงไม่คนไม่จริง
ใครให้อย่าได้ทิ้ง ............................. แม้นไม่ให้จงรักษาฯ (๔๙)
หากนั่งจงเป็นสุข............................. ผัดผ่อนทุกข์คลายอุรา
หากนอนจงอุตส่าห์ ............................. อยู่เป็นสุขทุกราตรีฯ (๕๐)
หากกินจงกินอิ่ม ............................. อยากจะชิมให้เต็มที่
ฟืนไฟที่มากมี............................. หมั่นบำรุงบำเรอพลันฯ (๕๑)
เทพไท้ในเรือนชาน ............................. อย่าแผ้วผ่านและหนีหัน
นอบน้อมทุกคืนวัน............................. ให้เสร็จสาประดามีฯ (๕๒)
สู่บ้านพ่อผัว (กาพย์สุรางคนางค์ ๓๒)
วิสาขานั่ง............................. วางใจนิ่งฟัง
ตรองคำพ่อสั่ง ............................. ใจตั้งถ้วนถี่
ปัญญามากพอ............................. ตัดต่อเร็วรี่
เข้าใจวจี ............................. พ่อเจรจาฯ (๕๓)
พิสิฏฐ์พุทธ์ศาสด์............................. ประทานโอวาท
แด่ปวงทวยราษฎร์............................. สูงคาดยิ่งหนา
อันว่าคนเรา............................. บางเบาปัญญา
อรรถลึกเลอค่า ............................. ยากแท้หยั่งถึงฯ (๕๔)
เปรียบบัวสี่กอ ............................. แตกเหล่าแตกหน่อ
ใต้ตมนะพ่อ ............................. บ่วงปอรัดรึง
อรรถาธิบาย............................. มากมายจะถึง
เป็นที่คำนึง ............................. ของปลาและเต่าฯ (๕๕)
บัวสองปองปน ............................. อุทกท่วมท้น
ปัญญาระคน ............................. ขลาดเขลาทำเนา
แจ้งอรรถต้องอัด ............................. ชี้ชัดเรื่องเล่า
เนื้อหาไม่เบา ............................. กว่ารู้สู้ความฯ (๕๖)
บัวสามตูมเต้า ............................. รอหวันหัวเช้า
บานเบ่งแข่งเหล่า............................. เทียบเท่าปริ่มน้าม(น้ำ)
คนมีปัญญา............................. อรรถาแจ้งตาม
แค่เพียงรู้ความ ............................. หยั่งถึงตรึงใจฯ (๕๖)
อีกบัวเหล่าสี่ ............................. เบ่งบานเต็มที่
รับแสงสุรีย์............................. หลากสีหลากใบ
ปัญญาแตกฉาน............................. เบิกบานสดใส
แจ่มแจ้งชัดใน ............................. หัวข้อยกมาฯ (๕๗)
วิสาขาชัด ............................. หัวข้อและอรรถ
มิมีข้องขัด ............................. ถนัดนักหนา
คือคำพ่อสั่ง ............................. ก่อนส่งลูกยา
หัวเช้าชายมา............................. จำลาจากไกลฯ (๕๘)
อันว่าความลับ............................. ยิ่งลับเช่นกับ
โจ่งแจ้งวาววับ............................. ความลับอยู่ไหน
คำพ่อแจงเลศ ............................. ซ่อนเหตุการณ์ใน
ผู้คนน้อยใหญ่............................. ใคร่รู้ความจริงฯ (๕๙)
สิบข้อพ่อสั่ง ............................. ประเดประดัง
ดังคาดดังหวัง .............................ไม่ลับไม่นิ่ง
พ่อผัวรู้ความ ............................. ถ้อยตามไม่จริง
ขัดเคืองทุกสิ่ง............................. เก็บซ่อนภายในฯ (๖๐)
ฤกษ์งามยามเช้า ............................. ฟ้าโปร่งโล่งเบา
นกกาเร่งเร้า ............................. ขับขานเสียงใส
ตามส่งวิสาข์............................. ถึงคราจากไกล
ข้าทาสรับใช้ ............................. แย่งไปพัดวีฯ (๖๑)
ชาวเมืองแห่ดู............................. ตามส่งพธู
แห่แหนนางผู้ ............................. เป็นที่รักนี้
“มหาลดา- ............................. ปสาธน์” เฉดสี
วับวาวอย่างดี ............................. ดั่งอัจฉราฯ (๖๒)
ถึงเรินพ่อผัว ............................. เก็บเครื่องแต่งตัว
หน้าที่พันพัว ............................. สะใภ้เคหา
ทุกวันไม่ขาด............................. เวียนวาดนำพา
การงานคณา ............................. เบ็ดเสร็จเก็บงำฯ (๖๓)
ปัญหาของพ่อผัว(กาพย์ฉบัง ๑๘)
เรินเดียวมากคนมากคำ ............................. ครุ่นคิดตอกตำ
ต่างเชื่อต่างชัฏฤาสุขทุกคนฯ (๖๔)
พ่อผัวเลื่อมใสในชน ............................. ชีเปลือยเลิศล้น
กราบไหว้บูชาอุปถัมภ์ค้ำชูฯ (๖๕)
สะใภ้แม้ดีเลิศหรู ............................. เลื่อมใสในหมู่
พุทธัง ธัมมัง สังฆัง คะตาฯ (๖๖)
เป็นที่รังเกียจนักหนา............................. พ่อผัวเสาะหา
เลศโทษโจษจันวันหนึ่งสักทีฯ (๖๗)
เช้าหนึ่งเหตุการณ์พลันมี ............................. ภิกษุถิ่นนี้
ยืนบาตรรับบุญสุนทานหน้าเรินฯ (๖๘)
พ่อผัวทำตัวเหลือเกิน ............................. บ่ายหน้าหมางเมิน
หาหม้ายเมียงมองตรองใครไหนผ่านฯ (๖๙)
ก้มหน้าก้มตาสำราญ............................. ข้าวปลาอาหาร
เรียงรายมายมากสมศักดิ์เศรษฐีฯ(๗๐)
วิสาข์เห็นท่าไม่ดี ............................. นิมนต์พระพี่
ล่วงไปข้างหน้าก่อนนาท่านเอยฯ (๗๑)
คุณพ่อของฉันเสบย ............................. ของเก่ายังเหลย
นั่งกินอิ่มหนำสำราญคร้านแหลงฯ (๗๒)
พ่อผัวโกรธาตาแดง............................. เหมือนว่านางแกล้ง
อดรนทนไปไม่ไหวแล้วเหวยฯ (๗๓)
ชักมากเกินไปหว่าเคย ............................. ดูนางเอื้อนเอย
รู้หวันมั้งหม้ายสะใภ้ตัวดีฯ (๗๔)
ความหมายอะไรวจี ............................. บอกแลสักที
หีดหุ้ยจักได้รู้ความตามนัยฯ (๗๕)
หากไม่สบสารขานไข ............................. ขอนางจงไป
เก็บผ้าเก็บผ่อนจากเรินวันนี้ฯ (๗๖)
ครั้งก่อนคราวนู้นก็ที............................. พ่อเธอแอบมี
เล็ดลอดสอดเล่ห์เจรจาว่าพรือฯ (๗๗)
ฉันเหลือจะทนนับถือ ............................. พอทีการยื้อ
ทางใดที่มาช้าใยไปเลยฯ (๗๘)
วิสาข์นิ่งฟังนั่งเฉย ............................. คำพ่อเอื้อนเอ่ย
มิโต้ตอบเถียงเลี่ยงคำรำคาญฯ (๗๙)
ชีวิตโดดเดี่ยวในบ้าน ............................. หาหม้ายเกียจคร้าน
บำรุงบำเรอสมบูรณ์พูนผลฯ (๘๐)
ถึงคราวฉันต้องอบจน ............................. ชี้หน้าให้หม่น
อ่อนอับกลับเรินโหมเราดีหวาฯ (๘๑)
พ่อตัวตั้งตารอถ้า ............................. อบอุ่นอุรา
ไหนหรือจะเท่าบ้านเกิดเรินชานฯ (๘๒)
เจ้าบ้านเขาไม่ต้องการ .............................ขวางหวันครั้นนาน
ยังแต่บาดหมางคลางแคลงแหนงใจฯ (๘๓)
แต่ก่อนที่ฉันจะไป ............................. ขอแจงขานไข
ความจริงทุกสิ่งที่มีทั้งเพฯ (๘๔)
ขอพ่อได้โปรดอย่าเถ............................. นิ่งฟังตะเน
เนื้ออรรถกำซาบความนัยไม่ปานฯ (๘๕)
วิสาขาอธิบายความนัย (กาพย์ยานี ๑๑)
ย้อนหลังครั้งส่งตัว............................. เรือนพ่อผัวก่อนแต่งงาน
พ่อเกรงใครรำคาญ ............................. จึงกล่าวสอน ๑๐ ข้อควรฯ (๘๖)
ต่างข้อล้วนความหมาย............................. ให้ลูกได้คิดถี่ถ้วน
นัยความสิ่งทั้งมวล............................. ได้ยึดถือเสมอมาฯ (๘๙)
ข้อหนึ่งพึงระวัง .............................คำพ่อสั่งเป็นนักหนา
ไม่ดีอย่านำพา .............................ออกนอกบ้านประจานตัวฯ (๙๐)
ติฉินนินทากล่าว............................. สามีเราพ่อแม่ผัว
ได้ฟังคิดถ้วนทั่ว ............................. อย่าเก็บมาสู่บ้านตนฯ(๙๑)
ใครยืมแล้วส่งคืน............................. ใช่ใครอื่นจะผ่านพ้น
ไม่คืนไม่ควรบ่น ............................. งดให้ยืมแม้จะมีฯ (๙๒)
บางคนนั้นจนยาก ............................. แสนลำบากอย่างเหลือที่
จะทวงใช่สิ่งดี ............................. จงหยิบยื่นช่วยเหลือไปฯ (๙๓)
พ่อแม่ผัวคือเทพ ............................. จะซ่องเสพนบนอบไว้
ขาดเหลือธุระใด .............................จงขวักไขว่ให้เสร็จสรรพ(๙๔)
จะนั่งอย่านั่งขวาง .............................กิน-นอนอย่างตระหนักนับ
หลังสุดจึงค่อยหลับ ............................. ให้เทพไท้ได้อยู่ดีฯ (๙๕)
อีกอย่างที่หนูว่า ............................. “ของเก่า” หนาในวันนี้
พ่อกินไม่ยอมพลี ............................. คือบุญเก่าที่สร้างมาฯ (๙๖)
หากพ่อจะถือโกรธ ............................. หนูขอโทษเป็นนักหนา
บัดนี้ต้องจากลา ............................. คืนเคหาเคยแนบนอนฯ (๙๗)
พ่อผัวน้ำตาไหล............................. สำนึกได้นั่งถ่ายถอน
ขอโทษพ่อวิงวอน ............................. โปรดอย่าไปหนีไกลกันฯ (๙๘)
พ่อนั้นสำคัญผิด ............................. อัตตาจิตอย่างเต็มขั้น
เว้าวอนอีกร้อยพัน .............................พ่อยินยอมให้ลูกยาฯ (๙๙)
แต่นี้ลูกทำบุญ ............................. พ่อเก้อหนุนมิหนีหน้า
คำมั่นคำสัญญา ............................. ลูกพินิจให้จงนานฯ (๑๐๐)
คนดีอยู่ที่ใด .............................คนดีไซร้เขาต้องการ
คนดีพลาดเป็นพาล .............................หากรู้ผิดพออภัยฯ(๑๐๑)
วิสาข์ยื่นเสนอ .............................พ่อนะเออลูกขอไหว้
อยากทำบุญอำไพ ............................. เป็นการใหญ่สักครั้งครา (๑๐๒)
ทุกวันพระยืนบาตร............................. ไม่ขอขาดกันเลยหนา
ขาดเหลืออันใดมา............................. ส่งให้พระประพฤติธรรมฯ(๑๐๓)
เศรษฐียินดีกับ ............................. คำตอบรับคำเตือนย้ำ
ประกาศให้โลกจำ ............................. ฉันคือพุทธวิสุทธิ์ศรีฯ (๑๐๔)
สะใภ้ทำให้ฉัน ............................. ดวงตาพลันสดใสดี
จงจำหญิงคนนี้ ............................. คือ “มิคารมารดา” เอยฯ (๑๐๕)
จากนั้นเป็นต้นมา............................. วิสาขามินิ่งเฉย
อุดหนุนศาสน์ที่เคย .............................ทุกถ้วนหน้าประดามีฯ (๑๐๖)
พระสงฆ์จงเป็นสุข ............................. อย่าได้ทุกข์เศร้ามองศรี
ประพฤติธรรมจงดี .............................อย่าขาดตกบกพร่องใดฯ (๑๐๗)
โยมจะอุปถัมภ์ .............................ทุกเช้าค่ำโปรดเรียกไซร้
ปัจจัยขาดใดไป ............................. ขอจงได้บอกออกมาฯ (๑๐๘)
ขอเพียงท่านยืนหยัด............................. รักษ์ศีลสัตย์อันสูงค่า
ต่อยอดธรรมสัมมา ............................. ให้ก้าวไกลวิไลเลืองฯ(๑๐๙)
อย่าเกรงโยมลำบาก .............................ความทุกข์ยากมิใช่เรื่อง
สิ่งดีที่กระเดื่อง ............................. คือดับทุกข์เหนือสุขใดฯ(๑๐๙)
อันใดวิสาขา ............................. ปรารถนาแต่หนไหน
นางทำบำเพ็ญไป .............................ตราบเจนจบจนครบครันฯ(๑๑๐)
มอบวัดบุพพาราม ............................. เป็นเขตคามในไพรสัณฑ์
เนยใสน้ำผึ้งภัณฑ์ ............................. ปัจจัยสี่บริบูรณ์ฯ(๑๑๑)
พุทธองค์ทรงประกาศ ............................. นางมีชาติมิสิ้นสูญ
เลิศล้ำและเพิ่มพูน .............................“ทายิกา” มหาศาลฯ (๑๑๒)
ผู้ให้มิรู้จบ ............................. ใครไม่ครบจะเจือจาน
น้ำใจใส่พุ่มพาน .............................จงบูชาวิสาข์เทอญฯ (๑๑๓)
ผองเราหมู่ชาวพุทธ ............................. ดูประดุจคำสรรเสริญ
วิสาข์กรุยทางเดิน .............................เป็นแบบอย่างชี้ทางดีฯ (๑๑๔)
เมื่อให้จงให้ขาด ............................. มิหวังวาดคืนกลับที่
การให้ให้จงดี .............................ครั้นเดือดร้อนอย่าห่อนตามฯ (๑๑๕)
ผู้ให้เป็นที่รัก ............................. ล้ำเลิศนักอย่ามองข้าม
อีกหนึ่งซึ่งงอกงาม ............................. ลดตระหนี่กิเลสเบาฯ (๑๑๖)
เบาบางร้างกิเลส ............................. สุดวิเศษคลายเหงาเศร้า
ทางดีของตัวเรา ............................. คือฟูมฟักรักษ์ธรรมแลฯ (๑๑๗)
ดั่งนางวิสาขา .............................ดีรักษากล้าตีแผ่
มาเถิดตะละแม่ .............................สืบทางธรรมองค์สัมมาฯ (๑๑๘)
๐๖-๐๗-๒๕๕๖/๑๗.๓๐ น.
.......................
โอ้โห.. เก่งจังค่ะ เยอะมากเลยค่ะ
จัดเต็มขนาดนี้ก็น่าจะมึนตึบ แน่นอนครับ
...นี่ขนาดฝึกหัดนะคะ...ขอคารวะค่ะ
ชื่นชมค่ะ เห็นถึงความมุ่งมั่นและตั้งใจ ใช้ความพยายามในทักษะการแต่งกาพย์ กลอน เปรียบเสมือนเป็นการฝึกธรรมะด้วยเช่นกันนะค่ะ :-)) . เมื่อหายมึนตึ๊บ เขียนอีกนะค่ะ
ไพเราะค่ะท่าน