เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปีมีความเสี่ยงสูงที่สุด ประมาณกันว่าในแต่ละสัปดาห์เด็ก 4 คนถูกหามส่งแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยสาเหตุอาการบาดเจ็บจากแบตเตอรี่ชนิดนี้



วันนี้เข้าไปที่ daily mail online เจอข่าวเศร้าและก็เห็นว่าเป็นภัยใกล้ตัวก็เลยนำมาเขียนบันทึกนี้ครับ

ในข่าวบอกว่าเด็กหญิงอายุ 4 ขวบคนหนึ่งจาก Tewantin  Sunshine Coast ใน Australia ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน เมื่อประมาณ 8 นาฬิกา(เวลาท้องถิ่น)ของวันอาทิตย์ที่ผ่านมาด้วยอาการเลือดออกในกระเพาะอาหาร หลังจากได้กลืนเอาแบตเตอรี่ลิเธี่ยมขนาดเท่าเหรีญ (ถ่านเม็ดกระดุม) ลงไป

เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์รีบส่งตัวหนูน้อยโดยทางอากาศไปยังโรงพยาบาล the Royal Brisbane เพื่อให้เธอได้รับการรักษาจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

แม้จะมีความพยายามอย่างสุดความสามารถของคณะแพทย์ แต่เด็กน้อยก็เสียชีวิตลงในตอนบ่ายของวันนั้น

เรื่องนี้เป็นเรื่องน่าเศร้าใจและน่าตกใจ เพราะแบตเตอรี่ชนิดที่ว่าซึ่งในบ้านเรามักจะเรียกว่า "ถ่านเม็ดกระดุม" นั้นทุกวันนี้มันได้เข้ามามีบทบาทในเครื่องใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เราใช้ทุกวันมากขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากวิทยาการที่ก้าวหน้าขึ้นทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มีขนาดเล็กลง แบตเตอรี่ที่ใช้จึงมีขนาดและรูปร่างเล็กลงไปด้วยในขณะที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และเราเองก็อาจจะไม่ทันสังเกตุด้วยซ้ำว่ามันได้ออกมาเพ่นพ่านอยู่รอบๆตัวเรามากมายแค่ไหน

ผมไม่ทราบว่าบ้านเรามีการแจ้งเตือนให้ระมัดระวังเกี่ยวกับเรื่องนี้กันบ้างหรือเปล่านะครับ แต่ในต่างประเทศเขามีองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อเตือนเรื่องความปลอดภัยเด็ก อย่างเช่น Kidsafe.org ซึ่งมีอยู่หลายแห่ง และแห่งหนึ่งคือ Kidsafe NSW Inc. (Kidsafe New South Wales Inc.) ได้มี campaign เตือนเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2013 แล้ว แต่ก็ยังไม่วายเกิดเหตุสลดขึ้นจนได้

Read more: http://www.dailymail.co.uk/news/article-2353392/Australian-girl-4-dies-swallowing-button-sized-lithium-battery.html


ไปดู website ของ Kidsafe New South Wales Inc.สำหรับ campaign นี้กันครับ

Button battery safety- The Battery Controlled
14 Jan 2013

หนึ่งในความร่วมมือสำหรับการรณรงค์เพื่อความปลอดภัยระหว่าง Energizer, Kidsafe และ the Australian Competition and Consumer Commission เพื่อเตือนพ่อแม่ผู้ปกครอง ให้ระมัดระวังถึงอันตรายที่เกิดจาก"ถ่านเม็ดกระดุม"ที่มีขนาดเท่ากับเหรียญ

ปัจจุบันอุปกรณือิเล็กทรอนิกส์ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พวกมันมีขนาดที่เล็กลง บางและทันสมัยขึ้น แต่ภายในอุปกรณ์เหล่านี้เช่น รีโมทคอนโทรลขนาดเล็ก เครื่องคิดเลข นาฬิกา เทียนไฟฟ้า บัตรอวยพรที่มีเสียงเพลง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ อาจจะใช้แบตเตอรี่ชนิดที่มีขนาดเท่าเหรียญที่เรียกว่า"ถ่านเม็ดกระดุม"ก็เป็นได้

หากมีการกลืนกินเข้าไป มันอาจไปติดที่คอและเกิดเป็นแผลไหม้ กรดที่รั่วออกมาสามารถทำให้เนื้อเยื่อถูกทำลายลงได้

เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 4 ปีมีความเสี่ยงสูงที่สุด ประมาณกันว่าในแต่ละสัปดาห์เด็ก 4 คนถูกหามส่งแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลด้วยสาเหตุอาการบาดเจ็บจากแบตเตอรี่ชนิดนี้

ในกรณีที่มีการกลืนกิน"ถ่านเม็ดกระดุม"นี้ลงไป ท่านต้องรีบนำลูกหลานของท่านส่งแผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด โดยแจ้งให้แพทย์และพยาบาลทราบว่ามีการกลืนกิน"ถ่านเม็ดกระดุม"ลงไป

เพื่อความปลอดภัยของลูกหลานของท่าน :

1. ต้องให้แน่ใจว่าไม่มี "ถ่านเม็ดกระดุม" หลุดเกะกะออกมาให้เด็กเอาไปเล่นได้

2. ทำให้มั่นใจว่าฝาปิดของอุปรณ์เหล่านี้อยู่ในสภาพดีและปลอดภัยเด็กๆไม่สามารถแกะหรือถอดออกได้

3. ตรวจตราในบ้านของท่านว่ามีอุปกรณ์ชนิดใดบ้างที่ใช้แบตเตอรี่ชนิดนี้

4. วางอุปกรณ์ให้พ้นจากสายตาและมือเด็กเล็ก

5. เก็บแบตเตอรี่สำรองให้อยู่ในที่ล็อคไว้ตลอดเวลา

6. ห้ามทิ้งแบตเตอรี่ลงในถังขยะ เก็บมันไว้ในที่ปลอดภัยก่อนที่จะนำไปทิ้งในสถานที่ที่จัดให้เฉพาะสำหรับการกำจัดตามระบบที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม

http://www.kidsafensw.org/news.asp?pid=9&id=7

ก่อนนี้เราต้องคอยระวังเรื่องเหรียญติดคอเด็ก แต่ถ่านเม็ดกระดุมนั้นร้ายแรงกว่ามากนะครับ เริ่มสำรวจและปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยกันเถอะครับ


ขอขอบคุณ

Daily Mail Online

Kidsafe NSW Inc.