สองวันนี้ข้าพเจ้าครุ่นคิดกับประโยคหนึ่งที่ผุดขึ้นในใจคือ คำว่า "ปรากฏการณ์ของความเหลื่อมล้ำทางวิชาการที่นำไปสู่ช่องว่างของการเรียนรู้ R2R"

สาเหตุที่ทำให้ข้าพเจ้าได้มาครุ่นคิดในเรื่องนี้คือ...

ในธรรมชาติของการทำงานนั้นมีแตกต่างเป็นชั้นๆ...เป็น Class ชั้นที่มีคนทำงานมากที่สุด คือ ชั้นของคนทำงานปฏิบัติอันเป็นฐานรากของระบบสาธารณสุข และชั้นยอด...ส่วนใหญ่มักจะเป็นประเภท specialist เชี่ยวชาญสุดๆ... ผู้คนในกลุ่มนี้ก็มีหน้างานเช่นกัน 

และเมื่อทุกคนลุกขึ้นมาทำ R2R งานที่ปรากฏขึ้น หากเสมือนว่ามาลงในหม้อเดียวกัน ชิ้นงานจากผู้เชี่ยวชาญ ชำนาญ และแตกฉากในการทำวิจัยก็มีลักษณะผลงาน R2R ชัดเจน แจ่มชัด มากกว่ากลุ่มคนหน้างานส่วนใหญ่

ถ้าหากเราตัดสินใจหยิบชิ้นงานที่สุดยอดนี้ยกขึ้นมาให้ผู้คนทั่วไปได้ดู...ได้ชื่นชม เราก็จะมองเห็นคุณลักษณะงานที่เป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ...แล้วในความเป็นจริงของผู้คนหมู่มากที่ทำงานอยู่ในฐานรากของระบบสาธารณสุขจะสามารถทำได้ขนาดนี้ไหม... อาจจะใช่ว่า เป็นแรงจูงใจ... เพราะเป็นชิ้นงานที่ดีทำให้คนอยากไปถึงยอดนั้น

แต่....เมื่อไรล่ะ อีกนานแค่ไหน 

ระหว่างทางจะเป็น Happiness R2R หรือเปล่า

หรือ...อาจเกิดปรากฏการณ์ของความเหนื่อย ล้า ท้อ และช่องว่างเพิ่มขึ้น ปรากฏขึ้น

"งาน R2R ที่จับต้องได้"...เหมาะกับใคร 

ข้าพเจ้าครุ่นคิดต่อ... เพราะจากการเดินทางอย่างต่อเนื่องตลอดมาหลายปี สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าพยายามเกิดการเรียนรู้ต่อตนเองคือ การพูดเรื่องที่ยากให้ง่าย ให้เข้าใจ... ไม่ซับซ้อน แต่ไม่ใช่พูดเรื่องที่มักง่าย เพราะข้าพเจ้าเชื่อในเรื่อง R2R คือ เรื่องราวของการสร้างคนสร้างปัญญา อย่างเปี่ยมด้วยความสุขในหัวใจ ซึ่งเป็นสุขสงบที่ปรากฏหลังจากกระบวนการทำงานอับยุ่งเหยิงซับซ้อนได้คลี่คลายลง

และข้าพเจ้าก็ถามตนเองต่อไปว่า

ถ้าหากปรากฏการณ์ของความเหลื่อมล้ำ...R2R เกิดขึ้น แล้วข้าพเจ้าจะเปลี่ยนวิถีคิด วิถีการทำงานกระบวนการของตนเองหรือไม่ คำตอบก็คงไม่ เพราะข้าพเจ้าเชื่อลงใจเสียแล้วว่า "วิถีแห่งความเรียบง่ายนั้นนำมาซึ่งความสุขสงบอันเป็นการเกิดขึ้นจากการขัดเกลาทางปัญญาและหัวใจผ่านเรื่องราวแห่งวิถีการงาน"

...

๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๖