ข้าพเจ้าและ ใบไม้ร้องเพลง เดินทางไปท่ามกลางสายฝน...เราไปถึงที่หมายไม่สายมาก พี่โอ ♥อุ้มบุญ♥ ไปรอก่อนแล้ว และหลายคนคนหน้างานของ รพ.กุดชุม รออย่างสบายๆ ตามสไตล์วิถีของคนที่นี่

พี่แอ๋น...พี่สาวผู้ประสานงานที่น่ารักยิ้มอย่างอบอุ่นคอยต้อนรับ

นั่งเรียนกับพื้น...อีกนิดเดียวก็ใกล้ถึงดิน เป็นความรู้สึกที่ปรากฏในใจ

ที่นี่สิ่งที่โดดเด่นในหัวใจของข้าพเจ้าคือ การนำวิถีทางเลือกมาผสมผสานกับวิถีแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งคุณหมอเอด ดำรงตำแน่งเป็นผู้อำนวยการ บุคคลกรที่นี่มีหัวใจแห่งพุทธะ ก่อนเริ่มต้นทำอะไรจะมีสวดมนต์ไหว้พระ นั่งสมาธิ ซึ่งในกระบวนการนี้พี่คิดตี้ ทำหน้าที่นำเพื่อนๆ ในห้องแห่งการเรียนรู้นี้ ...

เมื่อได้ก้มลงกราบ...หัวใจนี้อ่อนโยนมากต่อพระรัตนตรัย เสียงสวดมนต์พร้อมกันบอกถึงหัวใจของใครหลายๆ ดวงที่มีต่อการแสดงออกถึงซึ่งความเคารพในพระรัตนตรัย

คุณหมอเอด บอกว่าอาจจะเข้าช้าเพราะติดการตรวจรักษา แต่ที่สุดคุณหมอก็เข้ามาเช้ามากกว่าที่คิด การเรียนรู้ทุกครั้งหากไม่ติดภารกิจจริงท่านก็จะเข้าร่วมด้วยเสมอ

จากแผนเดิมที่จะต่อยอด...



ได้ปรับกระบวนการใหม่ สืบเนื่องมีคนหน้างานจาก รพ.สต.หลายๆ แห่งเข้ามาร่วมด้วย

และอีกหลายคนที่ร่วมกระบวนการในครั้งก่อน ชวนเสนอว่าเริ่มต้นทบทวนหน้างานกันอีกครั้ง ซึ่งข้าพเจ้ายินดีมากๆ เพราะหากฐานแห่งการเริ่มต้นแน่น... กระบวนการที่จะย่าวก้าวต่อไปจะมั่นคงขึ้น

ข้าพเจ้าเริ่มต้นพูดคุยกันเบาเบา...ถึงที่มาที่ไปของ R2R

จากนั้น...เราเรียนรู้การมองหน้างาน ผ่านเรื่องเล่าของพี่ต๊อก...ศิริมา โคตราแสง จาก รพ.หนองกุงศรี


ดูแล้ว...ก็ต้องมาชวนกันคิด ชวนกันพูด...สกัดสิ่งที่ได้เรียนรู้จากงาน "เสี่ยวเบาหวาน" ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่านี่คือ การสะท้อนออกซึ่งความรู้ความเข้าใจของแต่ละบุคคลได้ค่อนข้างดี

ดู-ฟัง => คุย- ฟัง => แลกเปลี่ยนแบ่งปัน => ถอดความออกมา 

สะท้อน...สู่กลุ่มใหญ่ นำไปสู่การขยายโครงสร้างทางปัญญาอันนำไปสู่การเกิดความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น


ภาคเช้าจบลง...

จากนั้นก็ย้อนกลับมาสู่หน้างานของตนเอง ด้วยการเล่าสู่กันฟังชวนกันติดชวนกันมอง ชวนกันหาประเด็นที่จะนำไปสู่การทำ R2R


ให้ย้อนกลับไปค้นหา... ผ่านการคุยกันในวงเล็กๆ ถึงประเด็นต่างๆ ...รวมทั้งผสานเรื่อง LEAN เข้ามาเป็นกรอบในการมองและค้นหา

การคุยกันเช่นนี้ จากประสบการณ์ของการทำกระบวนการเรียนรู้แล้ว ข้าพเจ้ามองว่า เป็นสิ่งที่ทำให้เกิดความเข้าใจ และการมองอย่างรอบ...ดีกว่าการนั่งคิดเพียงลำพัง

จากนั้น...ฝึกตั้งคำถาม...


ภาคบ่ายกระบวนการเรียนรู้ดำเนิน...เริ่มต้นช้ากว่าที่นัดหมาย เพราะทางพื้นที่จำเป็นต้องมีการพูดคุยกันและหารือกันถึงวิกฤติทางการเงินที่โรงพยาบาลกำลังเผชิญ... ซึ่งเรื่องนี้มีคุณค่ามาก เป็นโอกาสที่นำไปสู่การพัฒนาทางปัญญาของคนหน้างาน...

การคั่นจังหวะก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคใดใด ต่อกระบวนการเรียนรู้เลย

เรามาสานกันต่อ...จากเอ๊ะ! มาสู่การตั้งคำถามการวิจัย ซึ่งได้ใช้เทคนิค PICO Modify มาช่วยในการให้คนหน้างานได้เกิดการตั้งคำถามง่ายขึ้น


ก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน...

เรามาล้อมวงคุยกันอีกครั้ง...ได้มาซึ่งประเด็นและคำถามการวิจัย

ดั่งตัวอย่าง...


...

๒๖ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๖