คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น โดยดร.จิรวัฒน์
สนิทชน รองคณบดีฝ่ายยุทธศาสตร์ชุมชน จัดโครงการฝึกอบรมสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดขอนแก่น
เรื่อง การเกษตรยุคใหม่ ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลก ให้แก่สมาชิกสถาบันเกษตรกร
สภาเกษตรกร จังหวัดขอนแก่น นำโดยดร.สมศักดิ์ คุณเงิน ประธานสภาเกษตรกร จำนวน
38 คน เพื่อให้เกิดความร่วมมือระหว่างคณะเกษตรศาสตร์และสถาบันร่วมสภาเกษตรกร
และเพื่อการถ่ายทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตรของคณะเกษตรศาสตร์สู่ท้องถิ่นชุมชนและเกษตรกร
มีรองศาสตราจารย์ ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา คณบดีคณะเกษตรศาสตร์
เป็นประธานเปิดการอบรม เมื่อวันที่ 15-16 มิถุนายน 2556 ณ คณะเกษตรศาสตร์ และ
องค์การบริหารส่วนตำบลยางคำ อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น
รองศาสตราจารย์
ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา กล่าวว่า เกษตรเป็นอาชีพที่สำคัญไม่ใช่แค่เรื่องอุตสาหกรรมเท่านั้น
ในเชิงนโยบายแล้ว คณะเกษตรศาสตร์ให้ความสำคัญกับเรื่องของเกษตรสุขภาพ
เราผลักดันไม่ว่าจะเป็นการผลิตพืช การผลิตปศุสัตว์ เราไม่ได้ทำเหมือน 10-20
ปีที่แล้ว แต่จะมาเปิดโลกทัศน์ใหม่ โดยทำให้มีคุณภาพระดับส่งออกในระดับอาเซี่ยน
เป็นอาหารสุขภาพให้กับประชาชน ขณะนี้คณะเกษตรศาสตร์ได้มีการอบรมและจัดตั้งพร้อมที่จะเป็นแหล่งตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร
มหาวิทยาลัยมีหน้าที่สร้างพันธุ์ และเกษตรกรมีหน้าที่ขยายพันธุ์โดยมีหน่วยงานคอยตรวจสอบดูแล
หากท่านอยากทำเกษตรผสมผสาน ทำเกษตรอินทรีย์เป็นอาชีพเพื่อออกสู่ตลาด
ก็ต้องมีระบบไปตรวจสอบซึ่งคณะเกษตรศาสตร์ก็พร้อมที่จะผลักดัน เพราะว่าเราทั้งอบรม
ตรวจสอบและออกใบประกาศนียบัตรรับรองให้ ถึงกับขายเฉพาะทางในระดับอาเซี่ยนได้มากขึ้น
อาทิ เรื่องผัก เรื่องข้าว เรื่องปศุสัตว์ เนื้อปลอดภัย ประมงปลอดภัย
การที่เราเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆนั้น ต้นตอก็มาจากอาหาร ซึ่งคนผลิตอาหารก็คือเกษตรกร
แต่คนดูแลและจัดการให้ประสบความสำเร็จได้ก็จะเป็นอาจารย์จากมหาวิทยาลัย
ดังนั้นการสร้างความร่วมมือเหล่านี้ก็จะต้องเกิดขึ้น
การจัดตั้งสภาเกษตรกรทำให้เราสามารถขับเคลื่อนในเชิงนโยบายและของบประมาณในระดับจังหวัดและระดับประเทศได้มากขึ้น
รองศาสตราจารย์
ดร.มนต์ชัย กล่าวต่ออีกว่าคณะเกษตรใส่ใจเรื่องของชุมชนจริงๆ
เช่น ในเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
เกี่ยวกับเรื่องสุขภาพนั้น
แม้แต่ผู้ป่วยในโรงพยาบาลก็จะได้บริโภคอาหารดีๆที่ปลอดภัย เพราะฉนั้นในการทำงานในปัจจุบันไม่ใช่แค่ส่งเสริมการผลิตอย่างเดียวแต่จะต้องมองตลอดสายการผลิตจนถึงตัวสุดท้ายว่าจะขายอย่างไร
สร้างยี่ห้อหรือแบรนด์อย่างไร ณ
ที่นี้อยากให้ผู้เข้าอบรมร่วมภูมิใจกับคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ก็คือ
บริษัทเอกชนบอกว่า ทางด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยขอนแก่น คืออันดับหนึ่ง
ในเรื่ององค์ความรู้ เรื่องคณาจารย์ที่เข้มแข็ง นี่คืออันดับหนึ่ง
แล้วก็ต่อเนื่องไปถึงนักศึกษาว่า ในการที่จะคัดเลือกนักศึกษาเข้าทำงาน เขาต้องมาที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นก่อน
เพราะนักศึกษาของเราจะร่วมทุกจุด อาทิ ในเรื่องชุมชนก็จะมีนักศึกษาลงไป
ในเรื่องปฏิบัติการก็มีนักศึกษาลงไป ดังนั้นเรากำลังสร้างความร่วมมือในเรื่องการเรียนการสอนระหว่างชุมชนกัน
เพราะฉนั้น สภาเกษตรกรนอกจากจะช่วยเหลือเกษตรกรแล้ว
ต่อไปอาจมีนักศึกษาลงไปช่วยทำงานอย่างนี้ แล้วพวกท่านทุกคนก็จะมีส่วนช่วยผลักดันให้นักศึกษามีคุณภาพ
“จุดแข็งของนักศึกษาที่จบจากคณะเกษตรศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่นก็คือ เป็นคนที่มีความอดทน มีความเอื้อเฟื้อ
นึกถึงผู้อื่นและชอบการบริการ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ได้เป็นลักษณะมหาวิทยาลัยให้ท่านอย่างเดียว
เรามองไว้แล้วว่า ในอนาคตพวกท่านก็ต้องช่วยมหาวิทยาลัยด้วยเช่นกัน” รองศาสตราจารย์
ดร.มนต์ชัย ดวงจินดา กล่าวในที่สุด
ดร.สมศักดิ์
คุณเงินประธานสภาเกษตรกร กล่าวว่า สภาเกษตรกรแห่งชาติได้สถาปนามาประมาณ 2 ปี
ตามบทบัญญัติของกฏหมายอยู่ในบทเฉพาะกาล 2 ปี ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำหน้าที่เป็นคนประคับประคอง
เราพึ่งออกมานอกบทเฉพาะกาลมาได้ประมาณ 6 เดือน เปรียบเหมือนคนออกบ้านใหม่ที่ยังขาดวัสดุ
อุปกรณ์ ปัจจัย4 แม้กระทั่งวัฒนธรรมองค์กร องค์ความรู้ เหมือนการสร้างบ้านใหม่เมื่อ
14 กุมภาพันธ์ เรารู้ว่ายังขาดอะไร สิ่งที่สภาเกษตรกรจังหวัดขอนแก่น
ได้ตระหนักอยู่ตลอดก็คือ ในเมื่อภาครัฐให้โอกาสมีองค์กรหนึ่งที่เชื่อมร้อยระหว่างประชาชนในพื้นที่กับนโยบายของรัฐบาล
ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศให้สภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นกลไกสื่อสารกับรัฐบาลในภารกิจของภาคเกษตกรรมหรือเกษตรกรนั้น
ก็นับว่าเป็นวลีทองที่อยู่ในใจของพวกเรา
แต่การที่จะปฏิบัติไปถึงขั้นตอนนั้นได้หรือไม่ สื่อสารไปแล้วเขาฟังหรือไม่ เขานำพาต่อสิ่งที่เราสะท้อนหรือไม่
นั่นเป็นบทที่รอการพิสูจน์ในอนาคตว่าจะมีน้ำหนักมากน้อยแค่ไหนอย่างไร
ดร.สมศักดิ์
คุณเงิน กล่าวต่ออีกว่า เราตระหนักดีว่าคนย่อมเป็นปัจจัยชี้ทางทุกสนามรบแน่นอน
ทางเกษตรนั้นพี่น้องเกษตรกรเดิมพันด้วยชีวิต ไม่ว่าเรือกสวน ไร่นาและชีวิตครอบครัวซึ่งอยู่กับโลกแห่งความเป็นจริง
ในขณะที่ผู้นำเกษตรกรที่ได้เข้ามาสู่ระบบสภาเกษตรกรนั้นมีหลากหลายคุณภาพและมีภูมิหลังที่แตกต่างกัน
แต่วันที่เราอยู่ในสถานะว่าเป็นผู้นำเกษตรกรแล้ว
ในภาวะ 2 ภาวะหลักที่เราจะต้องตอบโจทย์ก็คือ ในสถานการณ์ปัจจุบัน เราจะนำพาพี่น้องเกษตรกรไปสู่ความเข้มแข็ง
ความมั่นคง ความยั่งยืนและความพอเพียงได้อย่างไร และในขณะเดียวกันก็มีปัจจัยภายนอก
ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เราเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ก็คือโจทย์อีก 2
ปีข้างหน้า ว่าความพร้อมที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน เกษตรกรเรามีความพร้อมแค่ไหน
เพียงไร สิ่งเหล่านี้เป็นตัวกระตุ้นให้เราแสวงหาทางเลือก แสวงหาคำตอบ แสวงหาทางออก
คิดว่าไม่มีช่องทางใดที่ดีไปกว่านี้ได้ สถาบันการศึกษาทั้งหลายเป็นแหล่งให้สติปัญญา
เราได้แสวงหาครู อาจารย์ เพราะฉะนั้น การลงนามความร่วมมือที่เกิดขึ้นกับสถาบันการศึกษา
7 แห่ง คือการน้อมใจว่า ประการที่หนึ่ง เราอยากจะเป็นศิษย์ที่มีครู
อยากต่อยอดองค์ความรู้มาสู่ภาคปฏิบัติที่เป็นจริง ให้สามารถเดินไปสู่อนาคตได้อย่างสง่างาม
และประการที่สอง เราจะนำพี่น้องเกษตรกรได้อย่างไรเพื่อทำงานควบคู่กับภาคราชการไปด้วย
สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงผลักให้เราอยากจะเห็นสถาบันเกษตรกรของเกษตรกรแห่งนี้
ได้มีองค์กรหนึ่งที่เรียกว่า สถาบันพัฒนาผู้นำเกษตรกรในระดับสูง
“ขอเรียนว่า ยังไม่มีจังหวัดใดกล้าที่จะประกาศว่า
จะจัดตั้งสถาบันพัฒนาผู้นำเกษตรกรของจังหวัดเกิดขึ้น
และยังไม่มีจังหวัดใดที่จับมือกับสถาบันการศึกษาถึง 7 แห่ง วันนี้สภาเกษตรกรจังหวัดขอนแก่นได้ก้าวมาสู่ร่มเงาของสถาบันการศึกษา
ขอขอบคุณคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ได้ยื่นมือมือมาสัมผัส มาให้ความอบอุ่นและชี้ทิศทางให้เราเดินในอนาคตอย่างสง่างาม”
ดร.สมศักดิ์ คุณเงิน กล่าวในที่สุด
หัวข้อเรื่องการอบรมทั้ง
2 วันประกอบด้วย 1) การเกษตรยุคใหม่ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก โดย
รองศาสตราจารย์ ดร.กมล เลิศรัตน์ 2) การควบคุมศัตรูพืชโดยชีวินทรีย์ โดย
รองศาสตราจารย์ ดร.นุชรีย์ ศิริ และ รองศาสตราจารย์ ดร.เพชรรัตน์ ธรรมเบญจพล 3)
เทคโนโลยีการผลิตไก่พื้นเมือง โดย รองศาสตราจารย์บัญญัติ เหล่าไพบูลย์ และ4)
โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดย ดร.พงษ์ศักดิ์ ยั่งยืน
กิตติศักดิ์ สิงหา วิเคราะห์ สังเคราะห์และเผยแพร่