ในการไปศึกษาดูงาน อภัยภูเบศร ๗๒ ปี เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๖ ที่ผ่าน ในหัวข้อ “วิถีสมุนไพร...ดูแลสุขภาพไทย ห่วงใยสุขภาพอาเซียน” ได้รับทราบข้อมูลที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งก็คือ เรื่อง "ยาหมู่" ซึ่งเป็นชื่อเรียก น้ำสมุนไพร หรือ ยาน้ำสมุนไพร ที่มีส่วนประกอบของสมุนไพร หลาย ๆ ชนิดรวมกัน ใหได้รสชาติที่ดี ดื่มง่าย เป็นการดื่มเพื่อบำรุงร่างกาย ปรับธาตุให้สมดุล ไม่เน้นการรักษาโรค แต่เป็นการป้องกันโรค ซึ่งในสมัยก่อนจะนิยมดื่มในงานสังสรรค์ ยาหมู่ ถือว่าเป็นวัฒนธรรมและภูมิปัญญาของคนไทยที่มีมาแต่โบราณ ควรค่าแก่การรักษาและปฏิบัติให้เกิดความมั่นคงทางยาสมุนไพร จนกลายเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติ ยิ่งในยุคโลกาภิวัฒน์ ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมอาเซียนในปี พ.ศ. ๒๕๕๘ หลาย ๆ หน่วยงานต่างเตรียมพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น
อันที่จริง “ยาหมู่” ของประเทศไทย มีความคล้ายคลึงกับ “JAMU” ของประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นภาษาชวา ใช้เรียกยาสมุนไพรที่ทำมาจากวัสดุธรรมชาติ พวกเขานิยมดื่มเครื่องดื่ม “จามู” เหมือนกับชาวตะวันตกนิยมดื่มนม ในปัจจุบันอินโดนีเซียได้มีการผลิตจามู ในรูปแบบอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ในรูปของยาเม็ดและแคปซูล มีสินค้าทั้งภายในประเทศและสินค้าส่งออกต่างประเทศ ในช่วงที่กำลังจะมีการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียน อภัยภูเบศรก็ได้มีการเดินทางไปในประเทศต่างๆ ของอาเซียน เพื่อนำประสบการณ์มาพัฒนาสมุนไพรไทย ในการเดินทางก็พบว่าในชาติอาเซียนเองมีวัฒนธรรมการใช้สมุนไพรที่คล้ายคลึงกัน อย่างอินโดนีเซีย มีสมุนไพรที่เขารับประทานเป็นอาหาร เครื่องดื่ม ที่เรียกว่าจามู คนไทยเราก็มียาหมู่ พอมาลองค้นข้อมูลเพิ่มเติมก็พบว่าไม่ใช่แค่ชื่อที่พ้องกันเท่านั้น แต่จุดมุ่งหมายของการใช้ประโยชน์ก็เหมือนกัน คือ กินให้แข็งแรง พอร่างกายแข็งแรงแล้ว การเจ็บป่วยก็ลดลง การทำยาหมู่ของไทยนั้นยังมีกรรมวิธีที่ละเอียดอ่อนแยบยล เช่น หากเป็นยาหมู่ของเด็ก จะใช้วิธีการดงด้วยกระบอกไม้ไผ่ เพื่อไม่ให้ยาเข้มข้นมาก เพราะการทำงานของตับ ไตของเด็กยังไม่สมบูรณ์เท่าผู้ใหญ่ ยาหมู่ของผู้สูงอายุก็จะเน้นการให้ความชุ่มชื่น และความอบอุ่น เพราะความเชื่อของไทยที่ว่าผู้สูงอายุร่างกายจะแห้งและเย็น ดังนั้นยาหมู่ก็ไปปรับตรงนี้
ถึงเวลาแล้วที่เราคนไทยควรให้ความสำคัญกับวัฒนธรรมการกินยาหมู่ เพื่อป้องกันโรคภัยไข้เจ็บที่จะตามมาในอนาคตและช่วยกระตุ้นให้สมุนไพรไทยแพร่หลายออกสู่สังคมอาเซียน ในงานครั้งนี้จะมี ยาหมู่ให้ชิมฟรี รวมทั้งบอกวิธีทำ บอกสูตรที่เหมาะสมกับแต่ละเพศและวัยด้วย นับตั้งแต่ ยาหมู่สำหรับเด็ก ยาหมู่สำหรับสตรี ยาหมู่สำหรับบุรุษ และ ยาหมู่สำหรับผู้สูงอายุ ซึ่งอยากให้ประชาชนไปกันเยอะๆ จะได้นำความรู้มาดูแลสุขภาพของตนเองให้ไกลโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ
ยาหมู่สำหรับเด็ก....ประกอบด้วย..ยอดตาลหม่อน ยอดเทียนกิ่ง ยอดทับทิม อย่างละ ๗ ยอด ขมิ้นอ้อย ๗ แว่น ต้นกระพังโหม (สำหรับปิดฝากระบอก) น้ำครึ่งงลิตร น้ำผึ้ง กระบอกไม้ไผ่ขนาด ๒ คืบ... วิธีเตรียม...นำสมุนไพรทั้งหมด ยกเว้นต้นกระพังโหมที่ใช้สำหรับปิดฝากระบอก ใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่ เติมน้ำลงไปครึ่งลิตร ดงไปอ่อน ๆ จนสมุนไพรเปลี่ยนสีและกระบอกมไผ่เปลี่ยนสี นำมากรอง เอาส่วนที่เป็นน้ำแล้วปรุงด้วยน้ำผึ้ง
ยาหมู่สำหรับสตรี...ประกอบด้วย..สมอพิเภก ๑๐ กรัม ยอ ฝาง สมอไทย รากสามสิบ รากเท้ายายม่อม ขมิ้นแห้ง รากตะไคร้ อย่างละ ๒๐ กรัม มะขามป้อม ๔๐ กรัม น้ำ ๑ ลิตร และ น้ำผึ้ง
ยาหมู่สำหรับบุรุษ...ประกอบด้วย..ข้าวเย็นเหนือ สมอพิเภก อย่างละ ๑๐ กรัม อ้อยแดง สมอไทย อย่างละ ๒๐ กรัม เครือเขาแกลบ มะขามป้อม อย่างละ ๔๐ กรัม น้ำ ๑ ลิตร และ น้ำผึ้ง
ยาหมู่สำหรับผู้สูงอายุ...ประกอบด้วย..สมอพิเภก ขมิ้นชัน จันทน์เทศ ชะเอมเทศ อย่างละ ๑๐ กรัม รากสามสิบ ยอ สมอไทย อบเชย อย่างละ ๒๐ กรัม มะขามป้อม ๔๐ กรัม น้ำ ๑ ลิตร และ น้ำผึ้ง
วิธีเตรียม ยาหมู่สตรี บุรุษและผู้สูงอายุ...นำสมุนไพรแห้ง ใส่หม้อ เติมน้ำลงไป ๑ ลิตร ต้มให้เดือด แล้วต้มต่อไปอีก ๑๕ นาที น้ำสมุนไพรควรจะเป็นสีเข้ม กรองเอาเฉพาะส่วนที่เป็นน้ำ ปรุงรสด้วยน้ำผึ้ง
(ข้อมูลจากแผ่นปลิว แจกในงาน อภัยภูเบศร ๗๒ ปี เมื่อ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๕๖)
สำหรับชาวจีน เรื่องการดื่มน้ำสมุนไพร ในรูปแบบเดียวกับ ยาหมู่ นี้ เป็นที่รู้จักและแพร่หลายมานานแล้ว สำหรับ ลูกหลานจีนในประเทศไทย แทบทุกคน คงรู้จัก "ยาขม น้ำเต้าทอง" หรือ "จับเลี้ยง" กันเป็นอย่างดี