ผมไปอ่านเจอในนิตยสาร การเงินธนาคาร คอลัมน์ NEWS TECHNOLOGY เขาเขียนเกี่ยวกับนวัตกรรมการชำระเงินใหม่ ด้วยวิธีใหม่ที่สะดวก ทั้งผู้ขาย และผู้ซื้อ เข้ากับเด็กแนวสมัยนี้ ถูกใจรูดเลย (รูดบัตร) และมีตัวอย่างการใช้ให้เห็นแล้วในละคงละครผ่านในขณะนี้ เทคโนโลยีที่ว่านี้ เขาเรียกว่า mPOS ...
mPOS:Mobile Point of Sale เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่อนุมัติหรือปฏิเสธการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตของธนาคารเจ้าของบัตร ตัวอุปกรณ์มีลักษณะเป็นกล่องสี่เหลี่ยมจัตุรัสขนาดเล็ก ใช้เสียบเข้ากับสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต ผ่านพอร์ตหูฟัง (3.5-mm Port) หรือ พอร์ตชาร์จแบตเตอรี่ (Battery Connector) โดยต้องใช้ร่วมกับแอพพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ต แล้วเสียบบัตรเครดิตหรือเดบิตในช่องรับบัตร เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการตัดเงินแล้ว ลูกค้าจะลงลายเซ็นผ่านหน้าจอแท็บเล็ตเพื่อเป็นการยืนยันการชำระ จากนั้นธนาคารจะส่ง SMS และอีเมล์แจ้งแก่ลูกค้าเพื่อเป็นหลักฐานในการซื้อขาย

ภาพจาก การเงินธนาคาร Issue 374
แนวคิดของระบบ mPOS คือ เมื่อนำอุปกรณ์เสียบที่พอร์ตหูฟังในสมาร์ตโฟนหรือแท็บเล็ตแล้ว จากนั้นตัวอุปกรณ์ mPOS จะอ่านข้อมูลบัตรและแปลงข้อมูลเป็นสัญญาณเสียงส่งเข้ามายังตัวรับสัญญาณของพอร์ตหูฟัง แล้วใช้ตัวแอพพลิเคชั่นทำการแปลงสัญญาณเสียงที่ส่งมาให้กลายเป็นข้อมูลอีกที ซึ่งกระบวนการชำระเงินจะเริ่มต้นจากร้านค้าเปิดแอพพลิเคชั่นและใส่จำนวนเงินที่ต้องชำระ จากนั้นทำการรับบัตรเครดิตจากลูกค้าและเสียบเข้าที่ช่องรับบัตร ระบบจะทำการส่งข้อมูลไปยังธนาคาร เมื่อกระบวนการหักเงินเสร็จสิ้นระบบจะให้ลูกค้าลงลายเซ็นเพื่อรับรองการชำระเงิน จากนั้นธนาคารจะส่ง SMS และอีเมล์ยื่นยันการชำระเงินไปยังลูกค้า
ความแตกต่างระหว่าง mPOS กับ EDC คือ ระบบ mPOS เป็นสมาร์ตโฟน สามารถพัฒนาแอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ เพื่อประยุกต์รูปแบบการขายให้มีสีสันและดึงดูดลูกค้ามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการนำเสนอสินค้าผ่านหน้าจอแท็บเล็ต ดูภาพเคลื่อนไหว โต้ตอบผ่านระบบมัลติทัช ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขาย และเปิดโอกาสให้ร้านค้ามีโมเดลการขายใหม่ ๆ ได้มากขึ้น ไม่ใช่แค่เป็นเครื่องรูดบัตรเพียอย่างเดียว โดยระบบmPOS จะไม่มีใบเสร็จหรือ slip ให้ลูกค้าเหมือนแบบเก่าที่ใช้เครื่อง EDC)

mPOS EDC
ภาพจากhttp://www.sakhononline.com/report/?p=819 และ http://www.posttoday.com
ทั้งนี้ ระบบ mPOS จะช่วยสร้างกระแสลดการใช้เงินสด (Cashless) ให้กับตลาด เพราะการพึ่งพาหรือใช้จ่ายเงินสดนั้น มีต้นทุนค่าดำเนินการแอบแฝงอยู่ เช่น การนับเงิน การจ่ายเงินออก การจัดการเงินสด หรือการนำเงินไปฝากธนาคาร แต่เมื่อเปลี่ยนเป็น mPOS จะลดต้นทุนเหล่านี้ และความเสี่ยงก็ต่ำลง ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้สำรวจพบว่า เงินจำนวน 1 ล้านบาท มีต้นทุนการจัดการตั้งแต่การนับเงิน จนถึงการฝากเงินเข้าธนาคารอยู่ที่ 4.6% ซึ่งเมื่อเทียบกับค่าธรรมเนียมรับบัตรเครดิต (Merchant Discount Rate) ที่ธนาคารเรียกเก็บกับร้านค้านั้นถือว่าแพงกว่า
ระบบ mPOS มีความปลอดภัยสูงกว่าการชำระเงินด้วยเครื่องรูดบัตรทั่วไป เพราะหลายครั้งผู้ถือบัตรไม่สามารถทราบได้ว่าทุกครั้งที่ชำระเงิน พนักงานที่รับบัตรเครดิตไปจะนำไปทำอะไรบ้าง หากพนักงานถ่ายรูปบัตรและนำไปใช้ซื้อของออนไลน์ตรงนี้จะมีความเสี่ยงมาก ซึ่งระบบ mPOS นั้น สามารถใช้งานได้แบบ Face to Face ชำระเงินต่อหน้าผู้ถือบัตร ทำให้ความเสี่ยงที่จะโดนขโมยก็อปปี้บัตรไปใช้แทบไม่มีเลย
ซึ่งบทความนี้สรุปตอนท้ายถึงข้อดีของระบบชำระเงิน mPOS ไว้ คือ
- เพิ่มโอกาสทางธุรกิจโดยการทำธุรกรรมรับชำระบัตรได้ทุกเวลาโดยไม่จำกัดสถานที่
- ไม่มีค่าใช้จ่ายรายเดือนหรือค่าธรรมเนียมซ่อนเร้น
- ไม่ต้องกังวลเรื่องถือเงินสด เงินทอน หรือเสียเวลาไปฝากเงิน ลดความเสี่ยงจากการบริหารเงินสด
- ปลอดภัยด้วยการเข้ารหัสและทำธุรกรรมทั้งหมดบนระบบของธนาคารชั้นนำ
ผมขออธิบายเพิ่มเติม เครื่อง EDC ครับ
EDC Electronic Data Capture คือ เครื่องรับบัตรที่ธนาคารผู้ออกบัตรเครดิตติดตั้งที่ร้านค้ารับบัตร เพื่อทําหน้าที่อนุมัติหรือปฏิเสธการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตของผู้ถือบัตร ซึ่งหากมีการติดตั้งเครื่อง Pin Pad เพิ่มเข้าไปจะสามารถใช้กับบัตรเดบิต และ Stored Value Card ได้ด้วย
ที่มา http://www.bot.or.th/Thai/PaymentSystems/Others/ps_definition/Pages/ps_definition.aspx
และนี่คงเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะทำให้เรามีความสะดวก สบาย ปลอดภัย และใช้ชีวิตได้อย่างง่ายขึ้นกับการเลือกหาสินค้าและบริการที่ถูกใจ ชำระเงินได้อย่างสบายใจ แต่ก็ต้องระมัดระวังตัวกันสักนิดว่า อะไรที่ง่ายเกินไปก็จะทำให้เราหลงลืม แล้วสุดท้ายอาจจะเกิดความขัดสนได้ในอนาคตนะครับ
อ่านสรุปและเรียบเรียงจาก คอลัมน์ NEWS TECHNOLOGY การเงินธนาคาร มิถุนายน 2556 Issue 374
สนใจเรื่อง mPOS อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.sakhononline.com/report/?p=819
ขอบคุณที่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาแบ่งปันค่ะน้อง
ยินดีครับผม ขอบคุณที่แวะมาครับ