หากเราได้พบ "มิตรแท้" ไม่ว่าจะกาลเวลาจะผ่านไปแสนนานสักเพียงใด "มิตรภาพ" ก็ยังคงเบ่งบานและงดงามอยู่ในความทรงจำเสมอนะครับ

เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :

หมอฟัน...กับอึ่งยืน






          เมื่อคราวที่ผมเดินทางไปร่วมงานมหกรรมเครือข่ายรักษ์หญ้าแฝกแห่งประเทศไทย ที่มหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2556 ที่ผ่านมา   ผศ.ทพญ.ลลิตกร ศุภอักโข พรหมมา (หมอแอร์) อาจารย์คณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้พา "น้องโตชิน" ลูกสาวคนเล็กมาพบผมที่บริเวณงานด้วย  ท่ามกลางความดีอกดีใจของผมและหมอแอร์ ในฐานะที่เป็นเพื่อนกันมานาน แต่ไม่ได้พบกันมาเกือบ 15 ปีแล้ว

         เมื่อ 20 ปีที่แล้ว  สมัยที่ผมยังเป็นพระภิกษุอยู่  วันหนึ่งผมเกิดอาการปวดฟันอย่างรุนแรง อันเนื่องมาจากการฉัน "ปลาจ่อม(ดิบ)" ที่นำมาจากศรีสะเกษบ้านเกิด พอฉันเสร็จแล้วไม่ได้แปรงฟัน วันถัดมาก็เลยเกิดอาการบวมและปวดฟันอย่างรุนแรงจนเกินจะทน  ผมก็เลยไปหาหมอฟันที่คณะทันตแพทย์ศาสตร์  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อให้ช่วยรักษาอาการปวดฟันดังกล่าวให้

         ตอนแรกทันตแพทย์ที่เป็นอาจารย์เป็นคนตรวจฟันให้ แล้วก็มีความเห็นว่าต้องรีบถอนฟันโดยด่วน  จากนั้นก็ให้ทีมนักศึกษาทันตแพทย์เป็นคนจัดการถอนฟันให้ผม  โดยหนึ่งในนั้นก็คือ "หมอแอร์" นั่นเอง ซึ่งขณะนั้นกำลังเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 5 

         ครั้งแรกถอนฟันออกไป 1 ซี่ก่อน  จากนั้นหมอแอร์ก็บอกว่าฟันกรามด้านในสุดที่เหลืออีก 3 ซี่ ก็ควรจะถอนออกด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เศษอาหารไปติดค้างจนเกิดอาการอักเสบภายหลัง และช่วยลดกลิ่นปากลงด้วย ซึ่งผมก็เออออห่อหมกไปตามเรื่อง  สุดท้ายหมอแอร์ก็นัดให้ผมไปถอนฟันอีก 2 ครั้ง  ซึ่งแต่ละครั้งก็ใช้เวลาถอนฟันนานมากตามประสาของนักศึกษาทันตะ   555   

         ในแต่ละครั้งที่ผมไปถอนฟัน หมอแอร์ก็จะคุยกับผมอย่างสัพเพเหระ  โดยเรื่องที่เธอสนใจมากที่สุดก็คือ "ธรรมะ"  ซึ่งผมก็ตอบหรือพูดไปตามที่ตนเองได้ศึกษามา จนกระทั่งทำให้เกิดความคุ้นเคยกันและกลายเป็นเพื่อนกันในที่สุด  และหากเมื่อใดเธอมีเวลาว่างก็จะแวะเข้าไปเยี่ยมผมที่วัดอยู่เสมอ

          หลังจากเรียนจบจากคณะทันตแพทย์  มช. แล้ว  หมอแอร์ก็ไปเรียนต่อที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในขณะที่ผมก็ไปเรียนต่อที่ประเทศอินเดีย พอจบออกมาแล้วก็ไปเป็นพระธรรมทูตอยู่ที่นครซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา อีก 2 ปี  และนับตั้งแต่นั้นมาผมกับหมอแอร์ก็ไม่ได้พบเจอกันอีกเลย  หากแต่ยังส่งข่าวคราวถึงกันอยู่เสมอตามประสาของเพื่อนที่ยังห่วงใยและคิดถึงกันอยู่เสมอ

          จนกระทั่งเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2556 ที่ผ่านมา เมื่อผมทราบว่าจะต้องเดินทางไปร่วมงานที่มหาวิทยาลัยนเรศวร  ผมก็เลยโทรศัพท์ไปบอกให้หมอแอร์ทราบ  จนกระทั่งทำให้ผมกับหมอแอร์ได้พบกันอีกครั้ง หลังจากที่ไม่ได้พบกันมานานถึง 15 ปี

          หมอแอร์เป็นคุณหมอที่ใจดีและน่ารักมากๆ เลยนะครับ  เป็นคนที่ใจบุญ ชอบทำบุญ เอื้ออารีย์ ชอบเข้าวัดฟังธรรม คุยสนุก และเป็นกันเองมากๆ เลย  

          หมอแอร์เป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลายกับผมมาก ในอดีตเคยห่วงใยและปรารถนาดีต่อผมอย่างไร ปัจจุบันก็ยังเป็นเช่นนั้นอยู่เสมอ  เวลาคุยกันทีไร เธอก็มักจะถามถึงเรื่องฟันของผมตลอด  จนผมรู้สึกเสียวฟันและต้องเอามือคลำคางทุกครั้งเวลาคุยกับเธอ (ก็เพราะว่าเธอถอนฟันผมไปตั้ง 4 ซี่นี่ครับ)  555

          วันนั้น ทั้งผมและหมอแอร์ต่างก็รู้สึกดีใจมากๆ ที่มีโอกาสได้พบปะและพูดคุยกันอีกครั้ง  ทำให้ทราบความเป็นไปของทั้งสองฝ่าย แถมผมยังมีโอกาสได้อุ้ม "น้องโตชิน" หลานสาวตัวน้อยที่กำลังน่ารักน่าเอ็นดูอีกต่างหาก

           แต่น่าเสียดายเหลือเกิน ที่วันนั้นผมได้คุยกับหมอแอร์เพียงแค่ 20 นาทีเอง เนื่องจากทีมงานจะต้องรีบเดินทางกลับมาเชียงใหม่  ก็เลยต้องรีบลาจากกันอีก ทั้งที่ยังคุยกันไม่จบเลย  ได้แต่หวังเอาไว้ว่า  สักวันเราคงจะมีโอกาสได้พบกันอีก

          หากเราได้พบ "มิตรแท้" ไม่ว่าจะกาลเวลาจะผ่านไปแสนนานสักเพียงใด  "มิตรภาพ" ก็ยังคงเบ่งบานและงดงามอยู่ในความทรงจำเสมอนะครับ

            

            

           


       

                         

                                                                หมอแอร์กับน้องโตชิน

                         

                                     น้องโตชินมีความสุขกับการขี่ควายที่ทำจากหญ้าแฝกมากๆ

                         

                                                 ติดใจจนไม่ยอมลงจากหลังควายเลย   555