อาสาช่วยครูพระ สอนธรรมะด้วยสื่อการ์ตูน

หลายครั้งที่ผมมีโอกาสได้สังเกตการสอนของครูพระ ตามโครงการครูพระสอนศีลธรรมในโรงเรียน ครูพระมักเป็นพระสงฆ์หนุ่มๆที่มีความเจนจัดในการอธิบายธรรมะง่ายๆ ด้วยการเล่าเรื่องประกอบนิทาน มีลูกเล่น มุขตลกแทรกอยู่ตลอดเวลา เด็กๆ มักก็ได้ฟังนิทานสนุกๆ จากครูพระ ได้รับรางวัลเป็นสมุดหรือปากกาสวยๆ เมื่อตอบปัญหาธรรมะได้ถูกต้อง บรรยากาศการสอนศีลธรรมในโรงเรียน จึงออกรสออกชาด ช่วยครูผู้สอนประจำการได้มากทีเดียว ครูผู้สอนที่ใส่ใจยังได้เรียนรู้ธรรมะไปพร้อมๆกับเด็กอีกด้วย

ทุกๆปี สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดมักจัดสรรงบประมาณมาให้เขตพื้นที่จัดทำโครงการสนับสนุนการสอนศีลธรรมของครูพระ หัวหน้ากลุ่มจึงเสนอผู้อำนวยการให้ผมจัดทำโครงการผลิตสื่อต้นแบบช่วยครูพระด้วยเห็นว่าผมมีฝีมือในการวาดการ์ตูน ทั้งที่ผมก็ออกตัวว่า การทำสื่อให้ครูใช้เป็นเรื่องที่ต้องวางแผนดีๆ  ไม่ว่าจะเป็นครูฆราวาสหรือครูพระก็ต้องใช้อย่างเข้าใจ ต้องมีส่วนร่วมคิดร่วมทำ

ผมลงมือศึกษารูปแบบของสื่อการ์ตูนที่ควรใช้กับเด็กเล็ก ที่นำไปสู่การคิด การปฏิบัติง่ายๆ จัดทำต้นแบบคร่าวๆ เป็นการ์ตูนช่องสั้น การ์ตูนนิทานสั้น มีภาพการ์ตูนที่มีแอ็คชั่นขำๆ  ให้บรรดาหลวงพี่ครูพระช่วยกันเขียนเค้าโครงเรื่องสั้นๆ หรือมุขเด็ดๆที่ต้องการนำเสนอประกอบการสอนจากนั้นก็ลงมือทำต้นฉบับระยะหนึ่งก่อนให้ส่งให้คณะผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบ เสนอแนะ ก่อนทำสำเนาต้นฉบับออกทดลองใช้ในชั้นเรียน 

ถึงวันประชุม สาธิตการใช้สื่อต้นแบบของผม ได้นิมนต์ท่านเจ้าคุณเจ้าคณะอำเภอ มาเป็นองค์ประธานด้วย ผมและคณะสาธิตการใช้สื่อต้นแบบ ถวายความรู้ครูพระ และเปิดโอกาสให้ท่านซักถามจนหนำใจ แน่ใจ ตอนสุดท้ายก็นิมนต์ท่านเจ้าคุณองค์ประธานสรุปให้แนวคิดเพิ่มเติม ผมนึกในใจว่าท่านต้องกล่าวชื่นชมแน่ แต่ผิดถนัด ท่านแสดงความเห็นด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า“อาตมามีความเห็นว่า การสอนธรรมะ ไม่ต้องอาศัยสื่อเทคโนโลยี ให้เป็นที่ยุ่งยาก สิ่งที่อยู่รอบตัวเราใช้เป็นสื่อได้ทั้งนั้น ในสมัยพุทธกาล พระพุทธเจ้าก็สอนธรรมะ โดยใช้สื่อใบไม้ใบเดียว ธรรมะเปรียบเหมือนใบไม้ทั้งป่า  แต่ธรรมะที่พระพุทธองค์หยิบมาสั่งสอนเพียงใบไม้กำมือเดียว....”

ผมหน้าชา รู้สึกเหมือนถูกสาดน้ำร้อนใส่หัวใจที่กำลังเต่งตูมให้ยุบยวบลงทันใด...พอตั้งสติได้ก็นึกถึงคำพูดของครูบาอาจารย์ที่เคยสั่งสอนในห้องเรียนว่า “สื่อการสอนที่ดีสุดก็คือสื่อที่ผู้สอนคิดเอง ออกแบบเอง และนำไปใช้สอนด้วยตนเอง คนใช้สื่อก็ควรเป็นคนทำสื่อ การใช้สื่อจึงจะเกิดผลตามที่ใจต้องการ”

ต้องกราบขอบพระคุณท่านเจ้าคุณที่เตือนสติ ตอนที่ผมเป็นครูวิชาการในศูนย์วิชาการกลุ่มในอดีต ผมเคยทำสื่อต้นแบบไว้มากมาย หวังช่วยเพื่อนครูคิดและนำไปทดลองใช้ในชั้นเรียน แต่พอไปติดตามดู เวลาเพื่อนครูยืมไปใช้ เขาก็ใช้สื่อสอนแทนครูเลย เหมือนส่งสื่อไปช่วยสอน ไม่เคยเห็นเขาใช้ประกอบการสอนตามวัตถุประสงค์ที่เขียนไว้ในคู่มือ น้อยคนจะนำไปปรับปรุงต่อยอด สื่อต้นแบบจึงไม่มีโอกาสแตกลูกแตกหลาน แล้วศูนย์วิชาการกลุ่มในสมัยนั้นก็ค่อยๆ ล่มสลายไปในเวลาต่อมา

อย่างไรก็ตาม คราใดที่พูดถึงสื่อการสอน คำพูดของท่านเจ้าคุณยังดังก้องหู สื่อสอนธรรมะสำหรับเด็กนั้นมีมากมายหลายประเภทรวมทั้งสื่อกระบวนการที่เป็นความสามารถของครู สุดแต่ว่า ใครจะถนัดใช้สื่อใด?  ที่คิดว่าเด็กเรียนรู้ได้ดีที่สุด สำหรับผม “สื่อการ์ตูน” วิเศษที่สุด