ทพญ.ธิรัมภา                              คุณ แก้ว...อุบล

    คุณหมออีกท่านหนึ่ง ทพญ.ธิรัมภา ที่ชีวิตอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ได้บันทึกเรื่องราวการทำนา มีภาพประกอบ ให้เห็นถึงวิถีชาวบ้านที่ยังคงให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ ได้สัมผัสชีวิตที่พอเพียง แฝงไปด้วยความสุขที่หาได้ไม่ง่ายนักในสิ่งแวดล้อมปัจจุบัน บันทึก ข้าวในนา ปลาในสระ http://www.gotoknow.org/posts/497115 ได้บอกอะไรหลายอย่างของคน "ลูกทุ่ง" ไม่ให้ลืมเลือน

"...การ “ซ่าว” โคกที่ดินสูง ไถดินฝังกลบหญ้าจนตาย ซะดินปั้นคันนา ปรับระดับดินให้น้ำเข้านาได้ ไถอย่างน้อย ๒ รอบ คราดหญ้าออกให้หมด เก็บเศษรากไม้ทิ้งออกไว้คันนา น้ำพอ ดินละเอียดพอหว่านกล้า...และรอคอย"

   คุณหมอบอกรายละเอียดการถากถางเพื่อทำที่ทำนา ให้เห็นภาพได้ขนาดนั้น คุณหมอได้บอกเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงที่คุกคามชีวิตชาวนา ที่กำลังตกเป็นของต่างชาติ และได้พรรณนาให้เห็นภาพแห่งความสุข ดั่งวรรคหนึ่งที่ว่า

"เรายังโชคดีที่มีทุ่งนาให้ได้กินข้าว มีที่ดินให้เดินสูดอากาศบริสุทธิ์ เหงื่อซึมออกและเย็นสบาย... สายลมอ่อน ๆ อากาศสดชื่น ผืนนา น้ำขัง หอยขม ต้นหญ้า ท้องฟ้า....ให้ยืนมอง ... แมลงปอ แมลงเต่าทอง ผีเสื้อบินว่อน ดอกไม้ป่า ดอกไม้นาสีม่วงสดใส...ให้ชื่นชม..."

   เมื่ออ่านแล้วอยากจะกลับบ้านนาเสีย ณ ตอนนั้น

..........................

   คนสาธารณสุขอีกท่านหนึ่ง คือ พี่แก้ว อุบล ผู้เขียนเลือกบันทึกแรกชื่อ สอนการทำใจ...ให้ลูก http://www.gotoknow.org/posts/500808

   ผู้เขียนประทับใจความอบอุ่นของแม่ลูกที่พูดคุยกัน ขณะทำกับข้าว สอนทำจับฉ่ายไปด้วย สอนการทำใจในการเล่าเรียนไปด้วย

"...ลูก...เป็นครั้งแรกในชีวิต เลยล่ะที่สอบไม่ผ่าน ไม่น่าเลย...

    แม่..ดีนะลูกที่เรามีโอกาสที่สอบไม่ผ่านบ้าง จะได้ทำใจกับเรื่องบางอย่าง เพราะในชีวิตคนเราต้องมีอุปสรรคบ้าง ถ้าเราไม่เคยมีอุปสรรคในชีวิตเลย เราจะไม่มีประสบการณ์ ไม่เป็นไร เราสอบใหม่ได้นะ

     จากนั้นเราก็มาคุยเรื่องการทำจับฉ่าย ลูกบอกว่า เคยทำกินเองใส่ทุกอย่างแบบแม่แต่ไม่อร่อย อาจเป็นเพราะไม่ได้ผัดหมูใส่ กระเทียมและรากผักชีก่อน ทำแบบต้มลงในน้ำเดือด ทำเสร็จก็ไม่อร่อย ต่อไปน่าจะทำเป็นแล้ว..."

   อ่านบันทึกนี้แล้ว ได้ทั้งวิธีการสอนลูกและวิธีทำจับฉ่ายไปด้วย

...........................