สมัยเมื่อครั้งยังเป็นเด็ก ไม่เคยรับรู้ว่า…เราจะวัดค่าความสุขจากสิ่งใด?

..


..

สุขในวัยเด็ก…หากไล่เรียงได้

มันน่าจะเป็น การได้ออกโลดแล่น  ทะโยนทะยาน  วิ่งแล่นไปตามพื้นที่ความฝันของตัวเอง  ปีนป่ายต้นไม้… ลุยน้ำริมคลอง หรือมุดซ่อนแอบตามใต้ถุนบ้าน …ก็น่าจะนับว่า…เป็นความสุขที่รับรู้ได้


…หากสนุกแล้วนั่นแหละ!!…คือสุข….


มาวันนี้…ได้มีบทบาทหน้าที่  ได้เป็นพ่อคน  ทำให้รับรู้ถึงหัวอกของความเป็นพ่อ… อย่างเต็มภาคภูมิ

จึงรู้ได้ว่า…ความสุขที่ลูกได้รับนั้น   มันมีที่มาที่ไปอย่างไร?


สุขตามวัย :  

พ่อรับรู้จากสีหน้า.. แววตา.. ท่าทาง และรอยยิ้มของลูก


การรับรู้โดยไม่มีเงื่อนไข!! นี่เลย คือ >>>>> ความสุขกายสบายใจ


เมื่อพ่อประเมินความสุข จากสิ่งที่พ่อเห็น ….การย้อนดูตัวของพ่อในวันวาน….. เมื่อครั้งพ่อยังเด็กนั้น พ่อจึงรับรู้ว่า…วัยเด็กของพ่อก็ไม่ต่างกับลูกในวัยวันนี้




แม้นว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนไป 

ระบบไม้เรียว....ในโรงเรียน     ที่สร้างพ่อให้เติบโตมานั้น วันนี้ พ่อรับรู้ว่า…มันยังมีประโยชน์อยู่




และวันที่พ่อจูงมือลูกไปพูดคุยกับครูประจำชั้น

พ่อบอกกับครูของลูกว่า…หากเห็นสมควรที่จะทำโทษในตัวลูก ด้วยระบบไม้เรียว.... ขอให้อยู่ในดุจพินิจของครู

เพราะพ่อยังคงเห็นว่า…ไม้เรียวที่ตีจากใจของครูนั้น  ยังคงสามารถสร้างเด็กให้เป็นเติบโตขึ้นมาเป็นคนดีได้ 


พ่อพูดแล้ว…ก้มหน้ามองดูลูก ที่ยืนจับมือพ่ออยู่ไม่ห่าง

เหตุที่พ่อพ่อพูดไปเช่นนั้น  เพราะพ่อรู้ว่า…ไม้เรียวที่ปล่อยจากมือของครูกระทบถึงมือของลูก


เป็นเป็นสิ่งหนึ่งที่...พ่อรับรู้จากอดีตของพ่อว่า

ครูใช้มันตี....ด้วยความรักมากกว่าสิ่งอื่นใด.. 


ไม้เรียวที่ครูตีนั้น  ครูตีด้วยเพียงหวังว่า

ต่อไปภายหน้า เมื่อลูกเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ …

ลูกจะได้รำลึกถึงครูกับสิ่งที่ครูฝากไว้   หาใช่อื่นใดไม่....นอกเสียจากความรัก ความหวังดีที่ครูมีต่อลูก

เพราะในอนาคตนั้น  สิ่งนี้แหละคือ!!..........ร่องรอยแห่งความสุข ความภาคภูมิใจในตัวลูก  เพราะโรงเรียนที่ลูกเคยอยู่ ครูที่ลูกเคยเรียนด้วยนั้น ได้ฝากความทรงจำที่เจือด้วย... ความรัก ความหวังดี ต่อตัวลูก …




สิ่งนี้ …จึงเป็นหนึ่งสิ่งที่พ่อเขียนมอบให้แก่ลูก ไว้เตือนความทรงจำว่า..... ครั้งหนึ่งในชีวิต โรงเรียนของลูกคือ  “โรงเรียนแห่งความสุข”  ที่สร้างอนาคตให้ลูก และเมื่อถึงวันนั้น.... ลูกจะเข้าใจว่า...ทำไม?