ฤดูกาลทำหน้าที่อย่างเที่ยงตรง พ้นหน้าหนาวก็เข้าสู่หน้าฝน เมื่อฝนกระหน่ำลงมา ชาวนาต่างเบิกบานแจ่มใส เพราะนั่นหมายถึงพวกเขาจะได้มีข้าว ปลา กบ เขียด ปู หอยและผักต่างๆ รับประทานมากมายและหาได้ไม่ยากนัก

เช้ามืดเสียงชาวนาไล่ต้อนควายออกไปไถนาผ่านหน้าบ้านไม้หลังคาสังกะสี คนแล้วคนเล่า จนแดดจ้าค่อยหมดลง พอตะวันบ่ายคล้อยใกล้ตกดินฝูงควายเหล่านั้นก็ทะยอยถูกต้อนกลับ ตัวแล้วตัวเล่า เสียงกะลอดัง "กะโหร่ง กะโหร่ง" ปนกับเสียงไล่ต้อนควายดังไม่เป็นศัพท์ จนมืดเสียงเหล่านั้นก็แผ่วจาง แต่กลับมีเสียงตำข้าวด้วยครกมือดังมาแทน แทรกด้วยเสียงแคนถี่กระชั้น จนคล้อยดึก เสียงครกมือหายไป ยังคงมีเสียงแคนที่เปลี่ยนท่วงทำนองเป็นอ้อยสร้อย หวิวหวาน ไม่นานบ้านนาก็จมอยู่กับความเงียบ

เจ้าแหมบคลานได้เก่งแล้ว แต่ยังยืนเองไม่ได้ ต้องจับให้ยืนหรือให้เกาะขาหรือแขนพี่เหนี่ยวตัวยืนขึ้นได้ ภาระในการป้อนข้าวและเลี้ยงดูเจ้าแหมบ ตอนนี้ส่วนใหญ่เป็นของเด็กหญิงคนโต แม่จึงมีเวลาปลูกพืชผักสวนครัวที่ข้างบ้าน

นอกจากผักสวนครัว เช่น พริก มะเขือ มะเขือเทศ ตะไคร้ สะระแหน่ ผักกาดขาว ผักชี ผักกาดเขียว และอื่นๆ แล้ว แม่ยังปลูกถั่วฝักยาว มันเทศ ข้าวโพด จนชาวบ้านต่างพูดกันว่า

"เมียครูใหญ่ขยันจริงๆ ไม่เคยเห็นเมียครูที่ไหนจะขยันเท่า เห็นแต่คอยกินเงินเดือนผัว"

พืชผักที่แม่ปลูกงามมาก บ่อยครั้งที่ตอนเย็นแดดไม่ร้อน แม่จะเรียกลูกๆ ไปที่แปลงผัก ช่วยกันถอนหญ้า คนโตหน่อยก็ช่วยแม่รดน้ำ พรวนดิน

"ไหว...มันบ่แม่นหญ้าเด๊ะนั่น" พี่ชายดุน้อง เมื่อเห็นไปถอนต้นผักกาดเขียวเล็กๆ
"นึกว่าหญ้า" ตัวผอมเล็กแก้ตัว ความจริงเด็กน้อยมีปัญหาด้านสายตามาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว


"ต้นใบยาวๆ ต้นอะไรแม่" ตัวเล็กผอมถามขึ้นวันหนึ่ง
"ข้าวโพด เอ็งไม่รู้รึ" พี่ชายผอมสูง ตอบแทน

"มันกินยังไง" น้องยังสงสัย เพราะพืชผักอื่นๆ ได้กินหมดแล้ว แต่..ข้าวโพดยังไม่ได้กินเลย
"มันยังไม่มีฝัก อีกหลายวันมันจะมีฝักมีเมล็ด เราถึงจะได้กิน" แม่ตอบ


หลังจากนั้นเจ้าตัวเล็กผอมได้แวะเวียนไปดูต้นข้าวโพดบ่อยๆ แต่ก็เพียงไม่ถึงห้าวัน เมื่อไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็เลิกสนใจ

กาลเวลาผ่านไปจนข้าวโพดมีฝักแล้ว เด็กๆ ต่างตื่นเต้นกันมาก เฝ้ารอให้มันแก่พอที่จะต้มรับประทานได้

จนกระทั่งเช้าวันหนึ่งเด็กๆ ก็ได้กินข้าวโพดต้มด้วยความเอร็ดอร่อยก่อนไปโรงเรียน

"หนูอย่าป้อนให้น้องนะ" แม่ร้องห้าม เมื่อเห็นพี่คนโตแกะเมล็ดข้าวโพดให้น้องชายคนเล็กที่เพิ่งอายุได้หนึ่งขวบ

"หนูให้กินไปหลายเม็ดแล้ว แม่" เด็กหญิงคนโตบอกความจริง
"น้องยังไม่มีฟันเลย มันจะกินยังไง" แม่สงสัย
"มันกลืนเลย" เด็กหญิงตอบ


หลังเลิกเรียนวันนั้น เด็กเล็กผอมไปรอพี่ๆ เลิกโรงเรียนเหมือนเช่นทุกวัน พอพี่เดินออกจากห้องเรียนก็จะวิ่งไปหา แล้วเดินตามพี่กลับบ้าน แต่พอใกล้จะถึงบ้านจะวิ่งตัดหน้าขึ้นไปบนบ้านก่อนทุกครั้ง

"กลับมาแล้ว"

เด็กเล็กผอมตะโกนบอกแม่ สายตาเหลือบไปเห็นเมล็ดข้าวโพด 4 - 5 เมล็ด วางกระจัดกระจายบนชานเรือนที่ถูกเงาของบ้านทาบทับ

"หนู เก็บอึน้องหน่อย อยู่นอกชาน แม่จะนึ่งข้าว" เสียงแม่ร้องบอกลูกสาวคนโตออกมาจากในครัว

"อยู่ไหนนะแม่ ไม่เห็น" เด็กหญิงคนโตร้องถามกลับไป
"มันเป็นเม็ดข้าวโพดน่ะ" แม่ตอบ


ขณะนั้นเด็กเล็กผอมหยิบเข้าปากเป็นเมล็ดสุดท้ายพอดี