ประเทศไทยของผม..เฮ้อ  (ตอน ๑)

สิ่งหนึ่งที่ผมเศร้าใจมากๆ คือ สินค้าของคนไทย โดยเฉพาะที่ต้องส่งออกไปขายต่างประเทศด้วยนั้น ไม่มีใครกล้าตั้งชื่อเป็นภาษาไทย  แต่ต้องเป็นอังกฤษ  ..แม้แต่สินค้าที่ขายคนไทยเราเองด้วยกันก็ตามทีเถิด 

ส่วนญี่ปุ่น เกาหลี ..เขาตั้งชื่อเป็นภาษาประจำชาติเป็นส่วนใหญ่  เช่น โตโยต้า ฮอนด้า ยามาฮ่า ซูซูกิ  ฮุนได แดวู  ซัมซุง  มีเว่อๆไปบ้างเช่น Panasonic  LG  ซึ่งเป็นส่วนน้อย  แต่สังเกตสิพวกนี้ไม่ค่อยเจริญนักหรอก  สู้พวกชื่อภาษาประจำชาติไม่ได้

แต่ของไทยเรายี่ห้อเป็นอังกฤษหมด เช่น เครื่องแอร์  Central Air  พัดลม Atari โทรทัศน์ Distar  มอไซก็ ไทเกอร์   (ถ้าผิดขออภัยแต่เป็นข้อมูลที่ได้มาจากการสัมภาษณ์พนักงานขาย)  รองเท้าแตะ  กางเกงใน  ยกทรง  แม้แต่ก๋วยเตี๋ยวสำเร็จก็ มาม่า  ยำยำ ไวไว น้ำขวดก็โออิชิ  และชื่อญี่ปุ่นบ้าบออื่นๆ 

นี่คือหลักฐานเห็นชัดๆ ว่าคนไทยเราไม่มั่นใจในตัวเอง  ไม่ภูมิใจในตนเอง  นิยมต่างชาติ  ...แบบนี้ไม่มีทางรอด   เป็นขี้ข้าเขาตลอดไปแน่นอน 

เขมรทำรถยนต์คันแรกได้ก่อนไทย  ตั้งชื่อด้วยความภูมิใจว่า  Angkor  (แปลว่า..นครวัด...ซึ่งผมได้ค้นคว้าจนตั้งทฤษฎีว่าสร้างโดยคนสยาม..แต่คนส่วนใหญ่ไม่อ่าน พวกอ่านก็หัวเราะเยาะอีกต่างหาก)  สวนไทยเราเป็นได้แค่ขี้ข้าสร้างรถให้นายทุนญี่ปุ่น

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมผมจึงได้จัดตั้ง พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีไทยโบราณ  ขึ้นมาที่ มทส.  เพื่อแสดงให้เห็นว่าบรรพชนไทยนั้นเก่งมาก แต่ทำไมลูกหลานวันนี้มันโง่จัง 

แต่หาคนดูน้อยมาก แม้นศ.ในม.เอง  อจ. ในม. เองก็มาดูน้อยมาก ส่วนใหญ่ไม่รู้จักด้วยซ้ำว่ามีอยู่ในม.ตัวเอง.....  ยกเว้นนักเรียนจากภายนอกที่เข้ามาดูพอควร  เพราะถูกรร. บังคับ เนื่องจากมีงบประมาณต้องใช้ให้หมด 

เออ...ก็ยังดีฟะ  พอปลอบใจคนแก่ใกล้เกษียณ  อีกไม่นานตายแล้วคงหมดกรรมเสียที  ชาติหน้าเกิดเป็นสัญชาติไหนดีฟะ

...คนถางทาง (๑๒ มิถุนายน ๒๕๕๖)