จดหมายถึงครู l สิ่งที่ทำให้ลืม คือ ไม่ถามหาสาเหตุใส่รหัสการพิจารณากับตนเอง

วันอังคาร ที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2556

กราบสวัสดีค่ะครู

  ไม่น่าเชื่อกับตนเองนักว่า “วันนี้เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือนที่ปฏิบัติข้อวัตรได้ครบ”

หนูพึ่งเริ่มกระตุกใคร่ครวญกับตนเอง ระหว่างที่รอเติมแก๊ส เมื่อวาน รอเป็นชั่วโมงเลยได้ทบทวนกับตนเองนาน (เพราะตังค์ในกระเป๋าคำนวณแล้วต้องยอมรอ เพราะขับไม่ถึงวัดแน่เจ้าค่ะ) เป็นช่วงเวลาที่อยู่กับตนเองกับปากกาและสมุด 1 เล่ม อานิสงส์จากการ ซื้อสมุดบันทึกให้แม่ขาวน้อย เลยหาเล่มที่ตั้งใจกับตนเองมา เขียนมายืดยาว มันก็เพราะอะไรหล่ะ จิตมันจะแย้งครูเจ้าค่ะ

เพราะแค่มีสมุด แค่เขียน ไม่ได้ทำให้การปฏิบัติข้อวัตรได้ครบ เพราะใจของหนูที่ไม่รู้จักยอมรับ “ทุกข์”

หนูเริ่มนับใหม่กับตนเอง ปัญหาไม่ใช่ไม่มีอุปกรณ์ แต่ปัญหาคือ จิตไม่สำนึก ดื้อด้านและไม่ทำ

ดีแต่แถ ก็เลย ซับซ้อน เช้านี้ตื่นขึ้นมาตี 3 ทำวัตรเช้ากับตนเองที่กุฏิเจ้าค่ะ กำหนดบทชัดเจนกับตนเองแบบไม่ให้จิตต่อรอง สวดเสร็จรู้สึกยิ้มได้ข้างในกับตนเอง แล้วก็พิจารณา หนูเริ่มตดเหม็น กราบขอขมาที่เคยตด แบบไส้เน่า แล้วทำให้ครูได้กลิ่นเจ้าค่ะ เลยทำดีท๊อกก่อน แล้วค่อยอาบน้ำไปทำอาหาร น้องหนุ่ยช่วยเกื้อกูลหนูได้อย่างดี อาสาเข็นรถเข็นกระเป๋า เตรียมวัตถุดิบเพื่อทำ ทูน่าผัดผักน้ำมันหอย ระหว่างที่หนูทอดหมูแดดเดียวที่ครูมอบหมายให้ทำเจ้าค่ะ ตั้งใจหยิบน้ำมันที่เมื่อวานแม่และพี่สาวร่วมทำบุญมาด้วย เมื่อวานที่บ้านหนูหอบเครื่องปรุงมาถวายวัดแบบลังใหญ่ และขนมอีกลังหนึ่งตามแต่หนูจะหยิบ

  นำขนมฝากน้องจัดถวายพระที่ลานธรรม นำมะม่วงโชคอนันต์ที่ซื้อไว้ ฝากทำขึ้นลานทำ น้องหนุ่ยทำอย่างประณีตเจ้าค่ะ สิ่ง ๆนี่ ได้จากการบ่มเพาะแบบ

“บอกให้เป็น ชี้ให้เห็น เป็นให้ดู” ของครูกะปุ๋ม

ครูบอกสม่ำเสมอให้ทำทานไม่ให้ขาด ไม่งั้นจะขัดสน ยิ่งขัดสนวันนี้ยิ่งต้องทาน เพราะที่ผ่านมาทำไม่พอ

พอได้ทำอาหารก็เหมือนอิ่มข้างในกับตนเองเจ้าค่ะ

พอครูมาแบบฝนพร่ำ แรก ๆ ครูให้หนูขับ แต่ดู ๆ จากฝีมือและความตั้งใจของหนูท่าทางจะตกเครื่อง ฝนตกหนักมาก ครูจึงเมตตาขับแทน แบบทำให้ดูว่า “ณ ห้วงเวลาเร่งด่วน หนูควรทำอย่างไร”

และโจทย์นี้โจทย์เก่าที่หนูเคยทำมาแล้ว แต่สอบตก แล้วครั้งนี้ก็ยากขึ้น ซับซ้อนขึ้น แต่หนูก็ไม่รักษาโอกาส ครูทดสอบแล้วเช็คแล้ว ครูยอมเสียสละแล้วก็สอนหนูไปด้วย ครูชี้ข้อบกพร่องมี่หนูเสียโอกาส ที่เข้าไปกราบหลวงปู่เมื่อวาน แทนที่จะสารภาพปลงอาบัติ ในความคิดผิด เห็นผิดแล้วสำนึกของตนเอง ที่จิตมันแสดงอาการฉันถูกทำร้าย ฉันดี ฉันถูก แล้วก็พาลทำให้คนอื่น คิดว่า “ครูผิด”

แล้วน้องก็มาเดินรอยซ้ำแบบเป็นภาพซ้ำ ตอนนั้น หนูสำออยได้โล่ จนพาลพาแม่กุลตกนรก เพ่งโทษครูไปด้วย ครานี้น้องมาเดินตามรอยของความชั่ว แบบพาพี่อีกคนหนึ่งตกนรกไปด้วย กรรมหนักอีกแล้ว หนูถามตนเอง

หนูสำนึกรึยัง หากสำนึกถ่องแท้ ต้องสารภาพจากข้างในได้ นี่แสดงว่า ยังเหลือค้าง แต่ก็ยอมรับว่าตอนนี้ ข้างในสำนึก แล้วถามตนเองซ้ำ แก้ยังไงดี แทนที่จะช่วยจับมือกับไว้ นี่ขนาดครูถูกกระทำ ท่านยังคิดหาแนวทางช่วยทุกคนอย่างไม่เคยท้อแท้ ช่วยทั้ง ๆ ที่เขามีอคติต่อท่านนี่แหละ อย่างที่บอก การช่วยไม่ใช่การตามใจกิเลสเขา หากใช้ปัญญาจะรู้ว่า “ครูช่วยเต็มที่”

ระหว่างทางพอถูกจี้ จิตก็ขุ่น หนัก แต่พอครูพาย้อนพิจารณา มองใจ แล้วหาสาเหตุ ย้อนเข้าไปที่เหตุ ข้างในก็เบาลง กราบขอบพระคุณครูค่ะ แม้ตอนนั้จะมีหนัก ๆ แต่ตอนนี้ เข้าใจว่า “ครูช่วยชี้ทาง”


ถ่ายภาพนี้โดย ครูกะปุ๋ม

จากยโสธรตอนตีห้ากว่าสู่ สนามบินอุบลราชธานี บินตอนเจ็ดโมงยี่สิบ ถึงดอนเมือง แวะทานอาหารเป็นข้าวกล่องง่าย ๆ แล้วก็เช็คอิน ครูค่ะ ระหว่างนั่งรอ จิตข้างในหนูฟุ้ง หนัก แน่น จดหยิบสมุดขึ้นมาเขียนด่าตนเอง เพื่อเรียกสติ เอ๋อได้โล่ ขึ้นเครื่องหลับ จนถึงสนามบินสุราษฯ ถึงสนามบินพี่ ๆมารับและดูแลอย่างสะดวกสบายและให้ได้พัก พอถึงห้องพักเปิดเน็ตพยายามจะอัพภาพแต่ช้ามาก

พอครูโทรให้ลงไปดูชามะนาวให้ หนูนึกขึ้นได้กับตนเอง ครูยังไม่ได้ดื่มอะไรเลย ตัดสินใจซื้อขึ้นไปและทานเองหนึ่งแก้ว ได้อานิสงส์ แต่ก็ยังปัจจัยครูอยู่ดี หนูซื้อชั่วโมงเน็ต ครานี้ได้อัพดั่งใจ แต่พออัพ ๆ ไปเรื่อย ๆ เห็นความคิดตนเองที่ไม่เป็นลำดับ ซ้อนไปซ้อนมา เพราะหนูไม่เรียงเรื่องราว แล้วแต่จะเปิดอะไรได้ เป็นการกระจัดกระจายของจิตตนเองที่สะท้อนออกมาผ่านการกระทำเจ้าค่ะ


ประมาณห้าโมงเย็นออกไปเดิน แล้วก็แวะซื้อของที่เซเว่น เห็น sms ครูรู้สึก โอกาสมาแล้ว

เดินกลับมาเตรียมความพร้อมตนเอง ที่หนูมีเป็นสมุนไพรแห่ง การชุบน้ำแล้วนึ่งให้อ่อนเป็นสิ่งสำคัญจึงเดินหน้า ถือว่าใช้ได้เลยเจ้าค่ะ การได้นวดให้ครูเป็นโอกาสของการภาวนา สร้างกุศลแบบเต็มที่ นวดไปก็นึกถึงอดีตที่

 “นวดไม่เป็น ครูเสียสละ ร่างกายให้ได้เรียนนวด จนเจ็บตัวและช้ำ”

ไม่เป็นครูกะปุ๋ม ไม่เป็นหนู ไม่รู้หรอกค่ะว่า เวลาที่ ขาดสติ แต่แรงเยอะ ครูจะโดนหนักแค่ไหน ครูช้ำแทบทั้งตัว แต่เพราะครูเมตตาหนูถึงได้มี “วันนี้”

ครูชีอีกว่า เวลานวด ให้คนอื่นไม่ต้องคุย เพราะจะปล่อยพิษ ให้หัดเป็นผู้ฟัง”

นวดเสร็จเข้ามาที่ห้อง กว่าหนูจะทำวัตรเย็นแล้วก็เขียนบันทึกก็ห้าทุ่มกว่า แต่ก็รู้สึกว่าพอได้กับตนเองเจ้าค่ะ

แม้จะยังไม่เป๊ะ ณ เวลาที่กำหนดไว้ แต่ก็ทำได้ครบแบบให้กำลังใจตนเองไว้ปรับปรุง