ดูข่าวที่เกี่ยวกับการใส่หน้ากาก เป็นสีๆ มีทั้งสีแดง ขาว  สวยงามดี  ทำให้นึกถึงคนบางจำพวกที่พบเห็นบ่อยๆ ซึ่งบางคนหรือใครอีกหลายคนก็ใส่หน้ากากให้เห็นบ่อยครั้ง  หรือเป็นบางครั้งในบางคน (ข้อนี้ผู้เขียนก็มีบ้างในบางครั้งเพราะบางคนบ้ายอ)  

หน้ากาก หมายถึง  การปิดบังอำพราง  ไม่แสดงตัวตนที่แท้จริง

คนที่ใส่หน้ากาก  อันนี้พบบ่อยมาก เพราะบางคนที่พบนั้นหาความจริงใจยากมาก ต่อหน้าเราก็พูดแต่สิ่งที่ดีๆ เมื่อลับหลังก็พูดอีกแบบ คนประเภทนี้นับดูแล้วมากพอสมควร เพราะเป็นการแสดง หรือบอกให้รู้ว่า เป็นคนประเภทไม่มีความจริงใจ 

การไม่แสดงตัวตนที่แท้จริงให้คนอื่นรู้เมื่อยามที่อยู่ต่อหน้าคนอื่น หรือบุคคลนั้นๆ แต่ทั้งนี้คนทุกคนไม่สามารถบอกได้ว่าจะใส่หน้ากากหรือไม่ เมื่อใด

เพราะขึ้นอยู่กับสถานะการณ์ในขณะนั้น เพราะบางคนหยิบหน้ากากมาใส่ก็เพื่อ

๑.รักษาน้ำใจ ในบางคนนั้น หากเราแสดงพฤติกรรมแบบจริงใจ อาจจะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะไม่ควรได้ หรือ รับไม่ได้  หากเราต้องพูดเรื่องจริง ตามความคิดของเรา ดังนั้นจึงเลือกที่จะใส่หน้ากากเข้าหากัน เพื่อความสุข  ความสบายใจของอีกฝ่าย

๒.ตามกาลเทศะ  แบบนี้เห็นมากที่ต้องใส่หน้ากาก เราในสังคมปัจจุบันเราต้องหลีกปัญหาเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง เช่น 

- เจ้านายกับลูกน้อง นายผิดก็ไม่ผิด ถ้าผิดเป็นเรื่อง ขั้นหรือตำแหน่งอาจไม่ได้รับ

-ที่บ้านพูดอีกแบบกับนอกบ้านพูดอีกแบบ

๓.ผลประโยชน์ หรือเป้าหมาย บางคนเห็นชัดๆพูดโกหกตลอด  เพราะใจคิดอีกอย่าง แต่แสดงออกอีกอย่าง  ไม่พอใจบางคน แต่พูดดีด้วย เพื่อรักษาบางอย่างเอาไว้ (อันนี้ที่ทำงานพบบ่อยมาก บ่นว่าลับหลังให้อีกคนฟัง พอเห็นอีกคนเดินมาก็เปลี่ยนได้ในทันที เหมือนจิ้งจกเลย)

         ดังนั้นหากเราแสดงความจริงใจตลอด หลายคนจึงไม่ชอบใจนัก  การอยากคิด  อยากทำ  บาง  อย่างก็ไม่ดีนัก  ในบางเรื่องที่ไม่ดีนั้นหรือในสิ่งที่แย่ๆ เมื่อเราแสดงออกมาตรงใจคิดมากเกินไปจะทำให้ดูแย่ลงในบางคน  เช่น เกลียด ก็บอกว่าเกลียด  รู้สึกไม่ชอบก็แสดงออกว่าไม่ชอบ หรือพูดออกไปตรงๆอาจทำให้เกิดปัญหาได้ สังคมจะวุ่นวาย จึงทำให้หลายคนเลือกที่จะเลือกใส่หน้ากากเข้าหากัน

อันที่จริงในบางเรื่องเราไม่ใส่หน้ากากเข้าหากัน  การไม่ยอมรับกันและกัน  ใช้การปกปิดอำพราง  จึงขาดความจริงใจ และยังสร้างความไม่ไว้วางใจในตัวเราเองด้วย