เมื่อครั้งก่อนตอนที่ผมมีโอกาสได้เดินทางไปที่ "นา" ของดร.แสวง ที่จังหวัดขอนแก่น ท่าน ดร.แสวงได้ชี้ให้ผมดูนาข้าวข้าง ๆ แปลงหญ้าที่คอกวัวของท่านและท่านได้พูดว่า "ดูต้นข้าวพวกนั้นสิ มันไม่มีความสุขเลย อยู่ได้โตได้ก็เพราะปุ๋ย ปุ๋ยเคมี"

ต้นข้าวที่มีความสุขใบจะต้องเขียวเข้มสดใส มองไปแล้วก็เห็นแต่ "ความสุข"

หลังจากที่ผมได้ฟังคำกล่าวของท่านในวันนั้น ก็เหมือนกับเป็นปริศนาธรรมที่ทำให้ผมได้กลับมาขบคิดเปรียบเทียบกับชีวิตของตนเองว่า

แล้วชีวิตของเราล่ะ โตได้และอยู่ได้เพราะสิ่งใด?

อยู่ได้โตได้อย่างมีความสุขหรือไม่?

อยู่ได้โตได้เพราะสารอาหารหรือสารหล่อเลี้ยงเทียม ๆ อย่างเช่นปุ๋ยเคมีหรือไม่?

จนกระทั่งคืนนี้ เป็นคืนครบรอบ 1 เดือนที่ผมได้กลับมาอยู่ "บ้าน" คืนนี้ผมได้คำตอบแล้วครับว่า "ชีวิตที่มีความสุขดังเช่นต้นข้าวแห่งความสุขนั้น เป็นอย่างไร...."

คำตอบที่ได้มานั้น มิได้เกิดขึ้นมาโดยบังเอิญ หรือมิได้มาจากหนังสือหรือตำราเล่มใด แต่คำตอบที่ได้มานั้น ได้มาจาก "บริบทชีวิต" และ เป็นบริบทชีวิตในช่วงเวลาแห่ง "ความสุขแท้" ที่ได้รับจาก "บ้านและพ่อแม่"


ถ้าเปรียบต้นข้าวที่โตขึ้นได้เพราะสารเคมี เปรียบเสมือนกับ

ชีวิตที่มีความสุขแบบเทียม ๆ  ก็จะโตและอยู่ได้ด้วย เงิน ทอง ลาภยศ สรรเสริญ ตำแหน่ง หน้าที่การงานอันสูงศักดิ์ หรือหัวโขนต่าง ๆ ฉันใด

ดังนั้น

 

ต้นข้าวแห่งความสุขที่เติบโตขึ้นได้ด้วยระบบนิเวศน์ที่เป็นระบบแห่งการเกื้อกูลกันนั้น 

ก็เหมือนกับชีวิตที่เติบโตและอยู่ได้ด้วย ความสุขที่เกิดจากความรักแท้จากพ่อและแม่นั่นคือสิ่งที่ทำให้เราอยู่และเจริญเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนอย่างแน่แท้ฉันใดก็ฉันนั้น

ชีวิตที่ยืนอยู่บนตำแหน่ง หน้าที่ เงิน รายได้หรือสิ่งใดนั้น เป็นสิ่งที่ไม่จีรังและยั่งยืน มีได้ก็หมดไปได้ ไม่วันใดก็วันหนึ่ง

แต่ชีวิตที่ยืนอยู่บนความรักและความสุขของครอบครัว ไม่ว่ากี่วัน กี่เดือน และกี่ปี ไม่ความลูกจะถูกหรือผิด ดีหรือเลว จะชั่วสักเพียงใด ความรักแท้จากพ่อและแม่นั้น ก็มิมีวันเสื่อมหายหรือสูญสลายไปแม้แต่เพียงนิดเดียว

ในทางกลับกัน ความรักที่พ่อแม่มีให้ลูกนั้น กลับยิ่งมีมากขึ้นเป็นทวีคูณทุกคืนวัน ดังเช่นต้นข้าวแห่งความสุข ที่เติบโตขึ้นมาด้วยความรักและความเข้าใจอย่างแท้จริง

ซึ่งแตกต่างกับเงินและทองราวฟ้ากับเหว เงิน ทอง มีมากเท่าใด ยิ่งใช้ก็ยิ่งหมดไป

แต่ความรักแท้นั้น ยิ่งใช้ก็ยิ่งมีค่า ยิ่งใช้ก็ยิ่งมากขึ้น ๆ

จากหนึ่งเป็นร้อย จากร้อยเป็นพัน จากหมื่นเป็นแสน จากแสนเป็นล้าน เพิ่มขึ้นอย่างไม่มีวันและเวลาที่สิ้นสุด

หรือแม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิต ความรักนั้นก็ยังมิมีวันหมดสิ้นไป แม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายนั้นจะหมดไปนานสักแค่ไหน จะร้อยวันหรือพันดี ความรักนั้นก็มิได้มีวันสูญสลาย เพราะความรักจากพ่อและแม่นั้น ก็คือ "ความรักแท้" นั่นเอง 

ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ

9 ตุลาคม 2549